เมื่อตึกต้องหายใจ และเมืองต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล: คณะวิศวกรรมศาสตร์ SPU ปั้นวิศวกรโยธาแห่งอนาคตด้วย BIM และ Green Building
ในวันที่โลกกำลังเปลี่ยนวิธีสร้างเมือง จากความแข็งแกร่งของโครงสร้างสู่ความยั่งยืนของระบบนิเวศ อุตสาหกรรมก่อสร้างกำลังต้องการคนสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่ได้แค่อ่านแบบหรือคุมหน้างาน แต่คือคนที่สามารถเชื่อมโลกของโครงสร้าง เทคโนโลยี และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน นี่คือโจทย์ใหญ่ที่สาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กำลังตอบ ด้วยการสร้างบัณฑิตที่พร้อมสำหรับสนามจริงของวันพรุ่งนี้
โลกไม่ได้ต้องการแค่อาคารที่แข็งแรงอีกต่อไป แต่ต้องการอาคารที่ฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทิศทางนี้ผลักดันให้อุตสาหกรรมก่อสร้างขยับเข้าสู่ยุคที่ ‘ข้อมูล’ คือหัวใจ ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ไปจนถึงการควบคุมต้นทุนและคาร์บอนฟุตพรินต์ ผลลัพธ์คือความต้องการ “วิศวกรโยธายุคใหม่” ที่คิดครบวงจรและใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ตระหนักถึงการเปลี่ยนผ่านนี้ จึงออกแบบการเรียนรู้ที่ผสานสองทักษะแกนหลักแห่งยุคสมัยไว้อย่างลงตัว นั่นคือ BIM (Building Information Modeling) และ Green Building
ทักษะวิศวกรโยธาที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กำลังสร้าง
ผศ.ดร.เด่นชัย วรเดชจำเริญ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายว่า ตลาดแรงงานวันนี้ต้องการวิศวกรที่ทำงานได้มากกว่าหนึ่งมิติ ไม่ใช่แค่คุมงานก่อสร้าง แต่ต้องสื่อสารกับทุกฝ่ายผ่านข้อมูล ใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสินใจเพื่อควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะ BIM ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม “นักศึกษาวิศวกรรมโยธา SPU ถูกฝึกให้ใช้ BIM ในงานจริง ตั้งแต่การขึ้นแบบเพื่อถอดปริมาณวัสดุ การติดตามความคืบหน้าโครงการ ไปจนถึงการใช้โมเดลวิเคราะห์โครงสร้างเพื่อลดต้นทุน และต่อยอดสู่การประเมิน Carbon Footprint ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่องค์กรใหญ่ทั่วโลกให้ความสำคัญ”
ขณะเดียวกัน กระแสของ อาคารเขียว (Green Building) ก็ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นข้อบังคับทั้งจากตลาดและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม วิศวกรที่มีทั้งทักษะ BIM และความเข้าใจเรื่อง Green Building จึงได้เปรียบอย่างชัดเจน เพราะสามารถบูรณาการการทำงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม และบริหารจัดการโครงการให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืน ที่ ศรีปทุม เราใช้แนวคิด Learning by Doing ให้นักศึกษาได้ลงมือทำจริงผ่านห้องปฏิบัติการและโปรเจกต์ที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมโดยตรง เพื่อสร้างบัณฑิตที่ไม่ได้มีแค่ความรู้ในตำรา แต่มีทักษะพร้อมทำงานได้ทันที
เส้นทางอาชีพของบัณฑิตจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่วิศวกรคุมงานหรือออกแบบ แต่เปิดกว้างสู่บทบาทใหม่ๆ ที่ตลาดยิ่งต้องการ เช่น วิศวกรอาคารเขียว ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน หรือผู้จัดการโครงการที่ต้องใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง ผศ.ดร.เด่นชัย ย้ำว่า “วิศวกรรมโยธาจะยังเป็นอาชีพที่โลกต้องการเสมอ แต่ความมั่นคงและรายได้ที่ดีจะเกิดขึ้นกับคนที่พัฒนาตัวเองให้เป็นวิศวกรยุคใหม่ ถ้าคุณมีทักษะ BIM และเข้าใจ Green Building คุณจะไม่ใช่แค่หางานง่าย แต่จะเป็นคนที่องค์กรอยากรักษาไว้และพร้อมผลักดันให้เติบโต”
ในยุคที่ทุกโครงสร้างต้องบอกเล่าเรื่องราวผลกระทบต่อโลก วิศวกรรมโยธา SPU กำลังสอนให้บัณฑิตเขียนบทต่อไปของเมือง ด้วยภาษานวัตกรรมและความยั่งยืน







