ความปลอดภัยในการบินไม่อาจเกิดจากการเรียนรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องถูกหล่อหลอมผ่านการฝึก ฝังวินัย และเผชิญสถานการณ์จริงอย่างเป็นระบบ วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เดินหน้ายกระดับการเรียนรู้ภาคสนามผ่าน ค่ายค้นหาช่วยชีวิตและการฝึกยังชีพ ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดการฝึกทั้งหมด 2 รอบ (รอบที่ 1 และรอบที่ 2) ณ โรงเรียนการบินกำแพงแสน เพื่อพัฒนานักศึกษาสาขาการจัดการความปลอดภัยการบินให้พร้อมต่อโลกการทำงานจริงของอุตสาหกรรมการบิน




ภารกิจเริ่มต้นด้วยการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ นักศึกษา Aviation Safety SPU เรียนรู้หลักการเอาชีวิตรอดเบื้องต้น การอ่านแผนที่ การใช้เข็มทิศ และการทำงานเป็นทีม ท่ามกลางบรรยากาศที่ผสานความอบอุ่นของเพื่อนร่วมรุ่นเข้ากับความเข้มข้นของการฝึก ก่อนก้าวเข้าสู่สนามทดสอบจริง
ภาคสนามคือบทพิสูจน์สมรรถนะด้านความปลอดภัยการบินอย่างแท้จริง ตั้งแต่การฝึกเอาชีวิตรอดกลางป่า การกระโดดหอสูง 34 ฟุต การซิปไลน์ การฝึกทีมเวิร์ก และภาวะผู้นำภายใต้แรงกดดัน ทุกกิจกรรมออกแบบมาเพื่อจำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริงในภารกิจด้านความปลอดภัยการบิน โดยเน้นการตัดสินใจ ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกันเป็นทีม ภายใต้กรอบมาตรฐานเดียวกับโลกการปฏิบัติงานจริง
การฝึกต่อเนื่องตลอด 3 วัน 2 คืน ไม่เพียงทดสอบพละกำลังและความอดทน แต่ยังหล่อหลอมทัศนคติแบบมืออาชีพให้ฝังอยู่ในตัวนักศึกษา ทุกหยดเหงื่อคือการสร้างวินัย ทุกภารกิจคือการยกระดับความพร้อม และทุกก้าวคือการเรียนรู้ที่จะยืนหยัดในสถานการณ์กดดัน โดยมี “ความปลอดภัย” เป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ



ค่ายค้นหาช่วยชีวิตและการฝึกยังชีพ ครั้งที่ 7 สะท้อนชัดถึงแนวคิด เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่ออกแบบการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับสถานการณ์จริงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมปลูกฝังสมรรถนะด้านความปลอดภัย ทัศนคติแบบมืออาชีพ และจิตสำนึกความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของบุคลากรการบินในอนาคต
ค่ายนี้ไม่ใช่เพียงการฝึกเอาชีวิตรอด แต่คือการหล่อหลอม Aviation Safety DNA ของนักศึกษา SPU ให้พร้อมยืนหยัดในสายอาชีพที่ “ความปลอดภัย” คือมาตรฐานสูงสุด และไม่อาจประนีประนอมได้
#สาขาการจัดการความปลอดภัยการบิน #วิทยาลัยการบินการท่องเที่ยวและการบริการ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #AviationSafetySPU #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #SPU #CATH
















