ทิศทางโลจิสติกส์จากสนามเลือกตั้ง! SPU เร่งผลิต ‘นักรบซัพพลายเชน’ ทักษะครบ Data–AI–System Thinking ป้อนกำลังคนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ทิศทางโลจิสติกส์จากสนามเลือกตั้ง! SPU เร่งผลิต ‘นักรบซัพพลายเชน’ ทักษะครบ Data–AI–System Thinking ป้อนกำลังคนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง “โลจิสติกส์” ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของหลายพรรคการเมือง ตั้งแต่การลดต้นทุนโลจิสติกส์ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม การผลักดันโลจิสติกส์ดิจิทัล การเชื่อมโยงการขนส่งข้ามแดน ไปจนถึงการแก้ปัญหาคอขวด ส่วย และทุนผูกขาดในภาคขนส่ง

นโยบายเหล่านี้สะท้อนชัดว่า “โลจิสติกส์ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ประกอบการ แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน” เพราะต้นทุนโลจิสติกส์แฝงอยู่ในราคาสินค้า การเดินทาง และโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงโจทย์ท้าทายที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องเผชิญอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ระดับโครงสร้าง ระบบ เทคโนโลยี ไปจนถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

จากบริบทการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงชวน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี มณีศรี คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมมองภาพนโยบายโลจิสติกส์ในมิติเชิงระบบและเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมสะท้อนบทบาทของสถาบันการศึกษาในการเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมทำงานจริง และรองรับทิศทางประเทศหลังการเลือกตั้ง

7d50eefe 778f 4c60 a6d6 af6eca53fca1 0

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี ระบุว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องเร่งแก้ไข คือ “การลดต้นทุนทั้งระบบด้วยการแก้ปัญหาคอขวดที่ทำให้กระบวนการโลจิสติกส์ล่าช้า” โดยต้องทำให้การไหลของสินค้าและบริการราบรื่นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ครอบคลุมด่าน ท่าเรือ คลังสินค้า การขนส่งในเมือง รวมถึงการลดความซ้ำซ้อนของเอกสารและขั้นตอนพิธีการต่างๆ เพราะโลจิสติกส์ไม่ใช่เพียง “การส่งของ” แต่หมายถึงการวางแผน การบริหารสต็อก เวลา ความเสี่ยง และคุณภาพบริการ ซึ่งล้วนส่งผลต่อ “ราคาสินค้าและต้นทุนชีวิต” ของทุกคนโดยตรง ทั้งนี้ประเทศไทยยังมีต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP อยู่ในระดับราว 13–14% ตามรายงานของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เมื่อถามถึงเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี ย้ำว่า ควรเริ่มจาก “การพัฒนาคน” ก่อน หากกำลังคนมีสมรรถนะสูง ก็จะสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนางานและระบบด้วยเทคโนโลยีได้ไม่ยาก อีกทั้งหากผู้กำหนดนโยบายของรัฐมีความเข้าใจด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างลึกซึ้ง จะทำให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสามารถรองรับระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจได้จริง ตั้งแต่การผ่านด่าน การอนุญาต การตรวจปล่อย ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่รวดเร็ว โปร่งใส และวัดผลได้ พร้อมเตือนว่าที่ผ่านมา มีหลายโครงการที่เริ่มจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานก่อนสำรวจความต้องการผู้ประกอบการ ส่งผลให้ใช้งานไม่คุ้มค่า ขาดประสิทธิภาพ และถูกทิ้งร้างในที่สุด ดังนั้น “การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน” จึงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเมื่อมีคนเก่งและใช้เทคโนโลยีเป็น ทั้งระบบซัพพลายเชนของประเทศจะมีประสิทธิภาพ และลดต้นทุนลงได้อย่างแท้จริง

สำหรับนโยบาย Digital Port, One Stop Border และเอกสารดิจิทัล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี มองว่าจะเปลี่ยนบทบาทนักโลจิสติกส์รุ่นใหม่จากงานเอกสารและการประสานงาน ไปสู่การ “ออกแบบกระบวนการและใช้ข้อมูลตัดสินใจ” มากขึ้น โดยทักษะสำคัญจะครอบคลุม Data/Analytics, Process Design, ความเข้าใจ Digital Trade & Customs, มาตรฐานข้อมูลอย่าง EDI/API รวมถึงพื้นฐาน Cybersecurity เพราะระบบจริงกำลังมุ่งสู่ Single Window และการแลกเปลี่ยนเอกสารข้ามประเทศอย่างเข้มข้น

ขณะเดียวกัน เมื่อหลายพรรคประกาศแก้ปัญหาส่วย ทุนผูกขาด และความไม่โปร่งใสในระบบขนส่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี ชี้ว่า คนโลจิสติกส์ยุคใหม่ต้องมี “มุมมองธรรมาภิบาล” ควบคู่ความรู้เทคนิค ได้แก่ Compliance จริยธรรมวิชาชีพ การบริหารความเสี่ยง การทำงานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (traceability/audit trail) รวมถึงทักษะการสื่อสารและประสานงานข้ามหน่วยงาน เพราะระบบที่ดีต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยุติธรรมต่อผู้ประกอบการทุกขนาด ไม่ใช่เก่งเฉพาะเรื่องการขนส่ง

หากเมกะโปรเจกต์ด้านโลจิสติกส์ของรัฐบาลชุดใหม่เกิดขึ้นจริง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี มองว่าจะเปิดโอกาสอาชีพใหม่ที่ผสาน “ระบบ + เทคโนโลยี” มากขึ้น อาทิ นักวางแผนโครงข่ายขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal) ผู้เชี่ยวชาญคลังและท่าเรืออัตโนมัติ นักวิเคราะห์ข้อมูลซัพพลายเชน งานด้านความยั่งยืนและการจัดการคาร์บอนในซัพพลายเชน นักวิเคราะห์ความเสี่ยงโซ่อุปทาน ตลอดจนนักจัดการซัพพลายในหลากหลายอุตสาหกรรม

ในมุมของการผลิตบัณฑิต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี กล่าวว่า หลักสูตรของวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม มุ่งเตรียมผู้เรียนให้เป็น “นักรบซัพพลายเชน” ที่คิดเป็นระบบ ใช้ข้อมูลและ AI อย่างชาญฉลาด ลงมือปฏิบัติการในโลกจริงได้ รับมือความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงอย่างยืดหยุ่นและยั่งยืน ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมืออาชีพ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและโลก

พร้อมกันนี้ ยังเสนอ 5 แนวทางสำคัญให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งผลักดัน เพื่อให้ระบบโลจิสติกส์ไทย “ถูกลง เร็วขึ้น และแข่งขันได้จริง” ได้แก่ การกำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศอย่างชัดเจน เช่น เวลาค้างท่าและด่าน (dwell time) ความตรงเวลา และต้นทุนต่อหน่วย พร้อมรายงานผลอย่างสม่ำเสมอ การทำ Single Submission/One Stop อย่างจริงจังเพื่อลดเอกสารซ้ำและดุลพินิจ พร้อมเพิ่มการตรวจสอบย้อนกลับ การยกระดับ SMEs เข้าสู่โลจิสติกส์ดิจิทัลผ่านเครื่องมือ มาตรฐานข้อมูล และการอบรม เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างการแข่งขัน การผลักดัน Green & Resilient Supply Chain เพื่อลดคาร์บอนและเพิ่มความยืดหยุ่นต่อวิกฤตในระยะยาว และสุดท้ายคือ Trust & Collaboration ให้หน่วยงานรัฐทำงานแบบบูรณาการ ใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า นโยบายโลจิสติกส์หลังการเลือกตั้งไม่ได้หมายถึงการสร้างถนนหรือท่าเรือเท่านั้น หากแต่คือการยกระดับ “คน ระบบ และความร่วมมือ” ไปพร้อมกัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้จริงบนเวทีภูมิภาค และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

‘ผศ.ดร.สุธินี มงคล’ รับตำแหน่ง ‘คณบดีคณะบริหารธุรกิจ’ SPU เดินหน้าขับเคลื่อนการศึกษาธุรกิจ สร้างผู้นำรุ่นใหม่สู่โลกอนาคต

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.สุธินี มงคล

SPU เสริมแกร่งทีมบริหาร แต่งตั้ง ‘ผศ.ดร.รวิภา อัครจินดานนท์’ สู่ ‘ผู้ช่วยอธิการบดีด้านทรัพยากรและศักยภาพบุคลากร’ พร้อมขับเคลื่อนพลังคนสู่ความเป็นเลิศ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.รวิภา อัครจินดานนท์

คณะนิติศาสตร์ SPU เดินหน้าสร้างมาตรฐานการศึกษากฎหมายอย่างยั่งยืน รับการประเมินคุณภาพระดับหลักสูตรปริญญาตรี มุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพสู่สังคม

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) นำโดย อาจารย์ศวัส

‘ศรีปทุม’ เติมสีสันต้อนรับเปิดเทอม! “LOVEiS CAMPUS TOUR 2026” ยกทัพ 5 ศิลปินดัง เสิร์ฟความสนุก พร้อมเปิดประสบการณ์จริงให้ DEKSPU สัมผัสอุตสาหกรรม Entertainment อย่างใกล้ชิด

มหาวิทยาลัยศรีปทุม เติมสีสันต้อนรับเปิดเทอมด้วยพลังของเสียงเพลงและความสนุก กับงาน Eucerin Presents