ในโลกของวิศวกรรม “ความรู้” อาจเป็นจุดเริ่มต้น แต่การทำงานจริงต้องการมากกว่าการจดจำทฤษฎี โดยเฉพาะระบบขนส่งทางรางที่ทุกการตัดสินใจเกี่ยวข้องกับการบริหารสถานการณ์ การประสานงาน ความแม่นยำ และการแก้ปัญหาภายใต้ข้อจำกัดของเวลา
นี่คือโจทย์ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) นำมาต่อยอดสู่การออกแบบการเรียนรู้ผ่าน “Red Line Train Control: Degraded Operations (West Line)” บอร์ดเกมจำลองการควบคุมการเดินรถไฟฟ้าในภาวะระบบขัดข้อง เปลี่ยนสถานการณ์จากโลกการทำงานจริงให้กลายเป็นพื้นที่ทดลองที่นักศึกษาสามารถ “คิด–ตัดสินใจ–แก้ปัญหา” ได้ด้วยตัวเอง ก่อนก้าวเข้าสู่หน้างานจริง
เบื้องหลังแนวคิดดังกล่าวคือ ผศ.ดร.ชวลิต มณีศรี หัวหน้าสาขาวิศวกรรมระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ซึ่งมองว่าการเรียนวิศวกรรมระบบรางในวันนี้ ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการเข้าใจว่า “ระบบทำงานอย่างไร” แต่ต้องเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทดลองรับมือกับคำถามที่ใกล้เคียงกับโลกการทำงานว่า “หากระบบเกิดปัญหา จะตัดสินใจอย่างไร และจะทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างไรให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย”
จุดเริ่มต้นของบอร์ดเกมเกิดจากโครงงานสหกิจศึกษาของ นายสรชัช นาคทรรพ และนายวริษฐ์ ธนะเชาวเศรษฐ์ โดยมี ผศ.ดร.ชวลิต มณีศรี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และ คุณเพทาย สมภู่ ผู้จัดการแผนกควบคุมการเดินรถไฟฟ้า เป็นพี่เลี้ยง ภายใต้โครงงาน “การพัฒนาบอร์ดเกมสำหรับการควบคุมการเดินรถภาวะระบบขัดข้อง กรณีศึกษา รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สายนครวิถี)” ซึ่งได้รับ รางวัลชนะเลิศ กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดีเด่น การประกวดสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ภาคการศึกษา 2/2567 และถูกนำไปจัดแสดงในเวทีต่างๆ ต่อเนื่อง
เมื่อ “Simulation” ไม่ได้อยู่แค่บนจอคอมพิวเตอร์
ผศ.ดร.ชวลิต อธิบายว่า การฝึกด้านการจัดการเดินรถโดยทั่วไปสามารถใช้ Simulation บนคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกจัดเส้นทางเดินรถและแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ได้ แต่ในการทำงานจริงยังมีอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ คือ “การสื่อสาร”
เพราะเบื้องหลังการเดินรถหนึ่งขบวน ไม่ได้มีผู้ปฏิบัติงานเพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัยการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ขับเคลื่อนรถไฟฟ้า นายสถานี และเจ้าหน้าที่ในศูนย์ควบคุมการเดินรถ การสื่อสารจึงต้องเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขของ ความรวดเร็ว แม่นยำ กระชับ และชัดเจน พร้อมกับการวิเคราะห์สถานการณ์และจัดเส้นทางเดินรถไปพร้อมกัน
บอร์ดเกมจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเติมช่องว่างดังกล่าว ทำให้ Simulation ไม่ได้เป็นเพียงการควบคุมระบบ แต่กลายเป็น Simulation ของ “การทำงานร่วมกัน” ซึ่งผู้เรียนต้องใช้ทั้งองค์ความรู้ทางวิศวกรรม ทักษะการสื่อสาร การวางแผน และการตัดสินใจในเวลาเดียวกัน
ที่สำคัญ สถานการณ์ภายในเกมไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับการปฏิบัติงาน โดยนำ แผนการจัดการเดินรถจริง 14 แผน มาประยุกต์ใช้ ร่วมกับแผนที่นักศึกษาพัฒนาขึ้นอีก 1 แผน ขณะที่รูปแบบการแข่งขันยังมีการสร้างแผนเพิ่มเติมเพื่อให้นักศึกษาต้องเผชิญสถานการณ์ที่ไม่ทราบล่วงหน้า เป็นการฝึกการคิดและตัดสินใจมากกว่าการจดจำคำตอบ
8 เหตุการณ์ขัดข้อง เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นสนามฝึกการตัดสินใจ
อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Red Line Train Control คือการนำสถานการณ์ในภาวะระบบขัดข้อง หรือ Degraded Operations มาเป็นโจทย์หลักของการเรียนรู้
ภายในเกม นักศึกษาอาจต้องเผชิญตั้งแต่ ไฟไหม้ พบวัตถุต้องสงสัย รถเสีย พบผู้บุกรุก การขู่ก่อจลาจล ไฟดับ น้ำท่วม ไปจนถึงรางพัง รวม 8 สถานการณ์ ซึ่งแต่ละเหตุการณ์มีเงื่อนไขและแนวทางการจัดเส้นทางเดินรถแตกต่างกัน ผู้เล่นจึงต้องวิเคราะห์ปัญหา เลือกแนวทางแก้ไข และบริหารการเดินรถภายใต้ข้อจำกัดที่กำหนด
ในรูปแบบการฝึกอบรม ผู้เล่นสามารถรับบทบาทได้สูงสุด 3 ตำแหน่ง ทั้งเจ้าหน้าที่ขับเคลื่อนรถไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการเดินรถ และนายสถานี โดยต้องประสานข้อมูลระหว่างกัน ขณะที่ผู้ทำหน้าที่ควบคุมการเดินรถต้องวิเคราะห์ปัญหา จัดเส้นทางใหม่ และยืนยันแนวทางไปยังผู้เกี่ยวข้อง
รูปแบบดังกล่าวทำให้การเรียนรู้ขยับจากคำถามว่า “ตอบถูกหรือไม่” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่าในโลกการทำงานจริง คือ “ภายใต้ข้อมูล เวลา และความกดดันที่มีอยู่ เราจะตัดสินใจอย่างไร”
บอร์ดเกมที่ไม่ได้สร้างเพียง “ความสนุก” แต่สร้าง Future Skills
สิ่งที่เกิดขึ้นบนกระดานจึงมากกว่าการเคลื่อนตัวหมากหรือการชนะการแข่งขัน เพราะทุกสถานการณ์กำลังฝึกทักษะที่เป็นหัวใจของคนทำงานในอนาคต ทั้ง การสื่อสาร การวางแผนและแก้ไขสถานการณ์ การคิดเชิงระบบ การตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน และการทำงานเป็นทีม
นี่คือภาพสะท้อนของการสร้าง Future Skills ที่ไม่ได้แยกออกจากองค์ความรู้วิชาชีพ แต่ถูกฝังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ นักศึกษาจึงไม่ได้เรียนเพียงวิธี “ควบคุมรถไฟ” แต่กำลังเรียนรู้วิธีคิดและทำงานแบบคนที่ต้องรับผิดชอบต่อระบบจริง
ปัจจุบันบอร์ดเกมถูกนำมาใช้กับนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมระบบราง ในรายวิชา การปฏิบัติการเดินรถ : สถานี ขบวนรถ และศูนย์ควบคุมการเดินรถ ซึ่งเป็นรายวิชาที่เชื่อมการเรียนภาคทฤษฎีเข้ากับการทดลองปฏิบัติ โดยเริ่มใช้กับนักศึกษารหัส 67 และนักศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมระบบรางจะมีโอกาสได้เรียนรู้ผ่านเครื่องมือนี้
“ฝึกให้ผิดได้” ก่อนถึงวันที่ความผิดพลาดมีผลต่อระบบจริง
ผศ.ดร.ชวลิต มองว่า บอร์ดเกมถือเป็น Simulation รูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถทดลองและเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงพื้นที่จริง รวมถึงกฎระเบียบของหน้างาน และช่วยให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจสถานการณ์ได้รวดเร็วก่อนเข้าสู่การปฏิบัติงานจริง
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ถ่ายทอดความรู้” แต่ต้องสร้าง พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการทดลอง ให้นักศึกษามีโอกาสคิดผิด แก้ใหม่ แลกเปลี่ยน ตัดสินใจ และเรียนรู้ผลจากการตัดสินใจของตนเอง ก่อนที่วันหนึ่ง การตัดสินใจเหล่านั้นจะเกิดขึ้นในระบบจริง
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งภาพของ #เรียนกับตัวจริง และ #ประสบการณ์จริง ที่ไม่ได้หมายถึงการพานักศึกษาออกไปดูงานเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการนำโจทย์ วิธีคิด บุคลากร และสถานการณ์จากโลกการทำงานกลับเข้าสู่ห้องเรียน เพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์ใกล้เคียงกับอาชีพตั้งแต่วันที่ยังศึกษาอยู่
จากโครงงานสหกิจศึกษาของนักศึกษา สู่เครื่องมือการเรียนรู้สำหรับรุ่นต่อไป Red Line Train Control ยังสะท้อนอีกมิติสำคัญของการศึกษา คือการ ส่งเสริมและผลักดัน ให้นักศึกษาไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ใช้ความรู้” แต่สามารถกลายเป็น “ผู้สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้” จากปัญหาที่พบในโลกการทำงาน และนำองค์ความรู้นั้นกลับมาสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับคนอื่นได้ เมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนเร็ว ห้องเรียนจึงต้องขยับให้เร็วกว่าเดิม
และสำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บอร์ดเกมหนึ่งกระดานอาจไม่ได้แทนที่ห้องควบคุมรถไฟจริง แต่สามารถเป็น “สนามซ้อม” ก่อนสนามจริง ที่ช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกคิด ฝึกสื่อสาร ฝึกตัดสินใจ และสร้างความพร้อมก่อนก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมระบบรางในอนาคต
เพราะเป้าหมายสุดท้ายของการเรียนวิศวกรรม ไม่ใช่เพียงการทำข้อสอบให้ถูกต้อง แต่คือการสร้างคนที่ พร้อมคิด พร้อมแก้ปัญหา และพร้อมรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง
#เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #FutureSkills #วิศวกรรมระบบรางSPU #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #SPU



