นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ SPU โชว์ศักยภาพนวัตกร “Tele-Bed Node” ผ่านเข้ารอบ Thailand Accessible Innovation Challenge ติด 1 ใน 10 ทีมภาคกลาง
นักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขัน Thailand Accessible Innovation Challenge เป็นหนึ่งใน 50 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ และติด 1 ใน 10 ทีมระดับภาคกลาง ด้วยผลงานนวัตกรรม “Tele-Bed Node: ชุดอุปกรณ์เสริมเตียงอัจฉริยะเพื่อการสื่อสารและช่วยเหลือทางไกล”
สมาชิกทีมประกอบด้วย นายณัฐภัทร เอิบอาบ นายโกวิท คำชั่ง นายอธิป ซิวเซ่ง และนางสาวนราพรรณ
Tele-Bed Node เป็นชุดอุปกรณ์เสริมแบบ IoT Add-on ที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งและดัดแปลงเข้ากับเตียงผู้ป่วยแบบมือหมุนทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือซื้อเตียงอัจฉริยะเครื่องใหม่ ชุดอุปกรณ์ดังกล่าวช่วยเปลี่ยนระบบการปรับเตียงให้ควบคุมด้วยไฟฟ้า พร้อมเพิ่มระบบสื่อสาร การแจ้งเตือน และการติดตามดูแลจากระยะไกล เหมาะสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ตลอดจนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน

ระบบประกอบด้วยบอร์ด ESP32 สำหรับควบคุมการทำงานของมอเตอร์ หน่วยประมวลผลแบบ Edge Computing กล้อง IP ระบบเสียงสื่อสารสองทาง และหน้าจอควบคุมที่ออกแบบตามหลักการเข้าถึงสำหรับทุกคน โดยใช้ปุ่มขนาดใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจน และใช้งานง่าย ผู้ป่วยสามารถปรับระดับเตียง แจ้งความต้องการพื้นฐาน หรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังผู้ดูแลได้ ขณะที่ญาติหรือบุคลากรทางการแพทย์สามารถติดตามอาการ สื่อสาร และให้ความช่วยเหลือจากระยะไกลได้อย่างทันท่วงที

ผลงานดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ที่นักศึกษาได้รับจากหลายรายวิชา ได้แก่ Design Thinking, Artificial Intelligence of Things (AIoT), Embedded Systems, Computer Networks, ระบบไฟฟ้า และ Operating Systems ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการทำความเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้ใช้งาน การออกแบบนวัตกรรมโดยยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง การเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ IoT การพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว การออกแบบวงจรไฟฟ้าที่คำนึงถึงความปลอดภัย การวางระบบเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงอุปกรณ์และรองรับการสื่อสารทางไกล ตลอดจนการบริหารจัดการซอฟต์แวร์และทรัพยากรของระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นของ Tele-Bed Node คือแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ด้วยการนำเตียงผู้ป่วยเดิมมาปรับปรุงให้มีความสามารถใกล้เคียงกับเตียงไฟฟ้าอัจฉริยะ ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากระดับหลักหมื่นหรือหลักแสนบาทให้เหลือเพียงระดับหลักพันบาท เปิดโอกาสให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย สถานสงเคราะห์ หน่วยงานสาธารณสุข และศูนย์ดูแลผู้ป่วยขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น
นวัตกรรมชิ้นนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของผู้ป่วย ระบบช่วยให้ผู้ป่วยสามารถสื่อสารความต้องการและขอความช่วยเหลือได้สะดวกขึ้น พร้อมช่วยลดภาระ ความเครียด และความกังวลของญาติหรือผู้ดูแลที่ไม่สามารถอยู่ข้างเตียงได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Tele-Bed Node จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเปิดทางสู่ความเท่าเทียมในสังคม โดยมุ่งหวังให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการดูแลที่มีคุณภาพได้ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยสภาพร่างกาย ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือบริบทของครอบครัว ภายใต้แนวคิดสำคัญว่า “เทคโนโลยีที่ดีต้องเป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”


