อัตราส่วนกระแสเงินสดสำคัญปี 2026: วัดความสามารถสร้างเงินสดและความเสี่ยงกิจการ
ในโลกของการลงทุนยุค Digital ที่ข้อมูลข่าวสารวิ่งเร็วกว่าที่เคย, การมองเพียง “กำไรสุทธิ” ใน งบการเงิน อาจไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับ นักลงทุนรุ่นใหม่ และ นักบัญชี ที่ต้องการความเฉียบคมในการวิเคราะห์ เพราะตัวเลขที่แท้จริงซึ่งสะท้อนสุขภาพทางการเงินและลมหายใจของ กิจการ คือ “กระแสเงินสด” บทความนี้จะเจาะลึกถึงอัตราส่วนกระแสเงินสดที่สำคัญ ซึ่งเป็นความรู้ที่จำเป็นสำหรับทุกคน ที่จะศึกษาในระดับ ปริญญาตรี, ปริญญาโท, หรือ ปริญญาเอก ด้าน บัญชี
1. ทำไม “กระแสเงินสด” ถึงเป็นราชาในโลกธุรกิจ?
บ่อยครั้งเราเห็น กิจการ ที่มีกำไรสวยหรูใน งบการเงิน แต่กลับต้องปิดตัวลงเพราะขาดสภาพคล่อง นั่นเพราะกำไรเป็นเพียงตัวเลขทาง บัญชี ที่อาจรวมรายการที่ไม่ใช่เงินสด เช่น ค่าเสื่อมราคา แต่ กระแสเงินสด คือเงินสดที่ไหลเข้าและออกจาก กิจการ จริงๆ ใช้จ่ายหนี้, จ่ายเงินเดือนพนักงาน, และลงทุนขยายธุรกิจ หากไม่มี กระแสเงินสด ที่แข็งแกร่ง กิจการ ก็เหมือนรถที่ไม่มีน้ำมัน ดังนั้น การวิเคราะห์การลงทุน ที่ดีจึงต้องให้ความสำคัญกับงบกระแสเงินสดเป็นอันดับแรกๆ
2. 3 อัตราส่วนกระแสเงินสดที่นักลงทุนและนักบัญชีต้องรู้
เพื่อทำความเข้าใจความสามารถในการสร้างเงินสดและความเสี่ยงของ กิจการ เรามาดู 3 อัตราส่วนสำคัญที่สกัดข้อมูลมาจากงบ กระแสเงินสด กัน
2.1 อัตราส่วนกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow Ratio)
เป็นมาตรวัดความสามารถของ กิจการ ในการชำระหนี้สินระยะสั้นด้วยเงินสดที่สร้างจากธุรกิจหลักโดยตรง บอกเราว่า กิจการ มีสภาพคล่องดีแค่ไหนโดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมหรือขายสินทรัพย์
สูตร: กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน / หนี้สินหมุนเวียน
ค่าที่ดี: โดยทั่วไปควรมีค่ามากกว่า 1 เท่า แสดงว่า กิจการ มีเงินสดจากการดำเนินงานเพียงพอที่จะจ่ายหนี้ระยะสั้นทั้งหมดได้ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับ การวิเคราะห์การลงทุน
2.2 อัตราส่วนราคาต่อกระแสเงินสด (Price-to-Cash Flow Ratio – P/CF)
สำหรับ นักลงทุนรุ่นใหม่ อัตราส่วนนี้เป็นเครื่องมือประเมินมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ โดยเปรียบเทียบราคาหุ้นกับ กระแสเงินสด ที่บริษัททำได้ต่อหุ้น ข้อดีคือ กระแสเงินสด ถูกบิดเบือนด้วยหลักการทาง บัญชี ได้ยากกว่ากำไรสุทธิ
สูตร: ราคาตลาดต่อหุ้น / กระแสเงินสดจากการดำเนินงานต่อหุ้น
การตีความ: ค่า P/CF ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม อาจบ่งชี้ว่าหุ้นมีราคาถูกเมื่อเทียบกับความสามารถในการสร้าง กระแสเงินสด ของ กิจการ
2.3 อัตราส่วนกระแสเงินสดอิสระต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Free Cash Flow to Equity – FCFE)
นี่คือ “เงินสดที่เหลือจริงๆ” หลังจาก กิจการ นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่จำเป็นเพื่อรักษาระดับการดำเนินงานและชำระหนี้แล้ว เงินส่วนนี้คือเงินที่พร้อมจะจ่ายเป็นปันผลให้ผู้ถือหุ้น หรือซื้อหุ้นคืนได้ เป็นตัวชี้วัดที่นักลงทุนเน้นคุณค่าชื่นชอบมาก
ความสำคัญ: กิจการ ที่มี FCFE เป็นบวกอย่างสม่ำเสมอและเติบโต แสดงถึงสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ๆ ในวงการบัญชี คุณสามารถอ่านบทความของเราเกี่ยวกับ เทรนด์บัญชียุค Digital ที่นักบัญชีต้องปรับตัว ได้ที่นี่ คณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม
3. การประยุกต์ใช้ในการเรียนและการทำงานด้าน Accounting
ความรู้เรื่องการวิเคราะห์ กระแสเงินสด ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่เป็นทักษะสำคัญที่นำไปใช้ได้จริง
- สำหรับนักศึกษา ปริญญาตรี – ปริญญาเอก: การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้การวิเคราะห์กรณีศึกษาในวิชา บัญชี และการเงินมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น สถาบันอย่าง SPU (มหาวิทยาลัยศรีปทุม) มีหลักสูตรที่เน้นการนำความรู้ไปใช้จริง ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน
- สำหรับ นักบัญชี มืออาชีพ: สามารถยกระดับจากการเป็นผู้บันทึกข้อมูล สู่การเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่ให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารเกี่ยวกับสุขภาพทางการเงินและช่วยวางแผน กระแสเงินสด ของ กิจการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สำหรับ นักลงทุนรุ่นใหม่: เป็นเครื่องมือคัดกรองหุ้นชั้นดี ช่วยให้ตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานของข้อมูลที่จับต้องได้มากกว่าแค่กระแสข่าว
คุณสามารถฝึกฝนการอ่านและวิเคราะห์ งบการเงิน จริงของบริษัทจดทะเบียนได้จากเว็บไซต์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์
4. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถาม: เราจะหาข้อมูลงบกระแสเงินสดของบริษัทได้จากที่ไหน?
คำตอบ: คุณสามารถหา “งบกระแสเงินสด” ได้ในชุด งบการเงิน ประจำไตรมาสหรือประจำปีของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมักจะเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทในส่วน “นักลงทุนสัมพันธ์” หรือบนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
คำถาม: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ หมายความว่ากิจการไม่ดีเสมอไปหรือไม่?
คำตอบ: ไม่เสมอไปครับ สำหรับ กิจการ ที่อยู่ในช่วงเติบโตสูง (Growth Stage) หรือบริษัทสตาร์ทอัพ อาจมี กระแสเงินสด จากการดำเนินงานติดลบ เพราะมีการลงทุนสูงเพื่อขยายตลาด แต่หากเป็นบริษัทที่เติบโตเต็มที่แล้ว การที่ตัวเลขนี้ติดลบต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
คำถาม: การเรียนในหลักสูตรบัญชีที่ SPU จะช่วยให้เข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ดีขึ้นได้อย่างไร?
คำตอบ: หลักสูตร บัญชี ที่ SPU ไม่เพียงสอนทฤษฎี แต่ยังเน้นการวิเคราะห์เชิงปฏิบัติจาก งบการเงิน จริง ทำให้นักศึกษาตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรี สามารถเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนเข้ากับโลก การวิเคราะห์การลงทุน ได้จริง เตรียมความพร้อมสู่การเป็น นักบัญชี คุณภาพในยุค Digital











