ตำแหน่งอยู่ไม่นาน…แต่ตำนานคือตลอดไป

ดิฉันบรรจุเข้ารับราชการในกองทัพบกครั้งแรกเมื่อปี 2559 อายุ 22 ปี ด้วยตำแหน่ง เสมียนการเงิน กรมการเงินทหารบก      (กองเงินเดือน) กรุงเทพฯ ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลเงิน กบข. ที่ได้รับจากสำนักงาน กบข. และการเบิกจ่ายเงิน กบข. ของหน่วยทั่วประเทศ ได้รับภารกิจจากผู้อำนวยการกองเงินเดือน กรมให้สะสางบัญชีเงิน กบข. ค้างนานกองทัพบกพื้นที่ส่วนกลาง 38 หน่วยเบิก ในบัญชีกรมการเงินทหารบกตั้งแต่ปี 2540 - 2558 

เนื่องจากกองทัพบกได้ปรับเปลี่ยนการเบิกจ่ายเงินเดือน จากเดิม เบิกจ่ายผ่านฎีกา เป็น การเบิกจ่ายผ่านระบบ GFMIS ทำให้ระบบ กบข. MCS – WEB เดิมไม่สามารถดำเนินการผลักส่งเงินได้ และปรากฎเงิน กบข. คงค้างในบัญกรมการเงินทหารบก กรณีไม่ทราบเจ้าของเงินเนื่องจากเป็น กบข. ที่เกิดจากการตกเบิกเงินเดือน ซึ่งภารกิจที่ได้รับมอบหมายนี้ไม่มีทีมงาน มีเพียงหลักฐานประกอบคือฎีกาเบิกจ่ายเงินส่วนของ กบข. ตั้งแต่ปี 2540 – 2558 ซึ่งมีปริมาณมาก

ดิฉันได้ดำเนินการตรวจหลักฐานผ่านฎีกา แต่รู้ดีว่าไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวคนเดียวได้ ขณะนั้น ดิฉันรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาเป็นอย่างมาก ด้วยอายุที่น้อย ทั้งยังด้อยประสบการ ดิฉันได้ตบเท้าเข้าพบผู้อำนวยการกองเงินเดือน (ขณะนั้นคือ พลตรี ทัศน์เชษฐ์  วรรณสวัสดิ์) แจ้งความประสงค์ขอปรับย้ายไปกองอื่น แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่า “ไม่ให้ย้าย..ตั้งใจทำงานไป” หูสองข้างของดิฉันอื้อขึ้นมาทันที น้ำตาเหมือนจะไหล และท่านได้เชิญดิฉันให้นั่งลง และอธิบายให้ดิฉันฟังถึงความรับผิดชอบ แต่ในตอนนั้นดิฉันจำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาวาสนาตัวเอง กลับออกมานั่งที่โต๊ะทำงาน นั่งมึนอยู่อย่างนั้น 3 วัน และตั้งสติได้ว่า ยังไงก็ต้องทำอยู่ดี 

ดิฉันเริ่มจากขอคำปรึกษาจากผู้อำนวยการกองเงินเดือน ขอให้ท่านได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเงิน กบข. ส่วนที่ค้างนาน จนได้ทราบประวัติความเป็นมา ได้ไปขอความเมตตาจากรองผู้อำนวยการกองฯ ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ (ขณะนั้นคือ พันเอกหญิง นุชประกร) ขอให้ท่านเป็นที่ปรึกษา โดยท่านได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสะสางเงิน กบข. (โดยแต่งผู้อำนวยการกองทั้งกรมการเงิน เป็นคณะกรรมการ) และดิฉันก็ได้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กองบัญชี ผู้บึกทึกรายการเงินเข้าออกเพื่อขอทราบความเป็นมาของเงินแต่ละยอด อีกทั้งได้เดินทางไปประสานการที่สำนักงาน กบข. เพื่อให้ทราบข้อมูล รวบรวมข้อมูล ที่มาที่ไปของเงินคงค้าง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ดำเนินงานเรื่อยมาโดยมีรองผู้อำนวยการกองฯ เป็นที่ปรึกษา เดินทางไปหารือที่ต่างๆ ร่วมกัน จนกระทั่ง สะสางบัญชีเงิน กบข. ค้างนานได้สำเร็จเมื่อปี 2561 

จากการสะสางบัญชีในครั้งนั้น ดิฉันได้รู้จักคนจำนวนมากทั้งคณะกรรมการที่เป็นผู้อำนวยการกองต่างๆ ในกรมการเงินทหารบก พี่ๆ ที่ปฏิบัติงานในสำนักงาน กบข. พี่ๆ เจ้าหน้าที่ที่บันทึกรายงานของกองบัญชี รวมไปถึงการเงินของหน่วยเบิกเงินจากกรมการเงินทั้ง 38 หน่วย ดิฉันได้รู้ซึ้งถึงความสำคัญของการจัดการข้อมูลทางการบัญชี ว่าเอกสารหลักฐาน มีความสำคัญเพียงใด โดยดิฉันได้นำหลักการแนวคิดมาปรับใช้กับ กบข. ที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ เบิก / จ่าย เมื่อเข้าระบบจ่ายตรงเงินเดือนฯ วางระบบเอกสารหลักฐานใหม่ โดยการจัดให้มาช่องทางการติดต่อกับหน่วยเบิก-จ่าย ทั่วประเทศ ด้วยการสร้างกลุ่ม ผ่านช่องทาง LINE เพื่อแจ้งผลการดำเนินงานเกี่ยวกับเงิน กบข. ในทุกเดือน และจัดให้มีช่องทางการตรวจสอบเงิน กบข. ส่วนที่เบิกจ่ายคืนเงินกรณี กำลังพลลาออก ปลดออก ให้ออก ไล่ออก เสียชีวิต โดยตรวจสอบผ่านช่องทางเว็บไซต์กรมการเงินทหารบก (กองเงินเดือน เงิน กบข.) และดิฉันได้ถ่ายทอดประสบการณ์ และกระบวนการจัดการ การดำเนินการ ให้กับน้องๆ ที่เข้ารับหน้าที่ต่อ ให้ทราบถึงความสำคัญของเอกสาร หลักฐาน และคอนเนคชั่น

ต่อมาในปี 2566 ดิฉันได้สอบเป็นนายทหารสัญญาบัตร ตำแหน่ง ผู้ช่วยนายทหารการเงินโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี บรรจุอัตรา ร้อยเอก หลังจากที่รายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่นาน ได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ (ขณะนั้น พันเอก จรัญวิชญ์  สุขชัย) ให้ปฏิบัติภารกิจสะสางบัญชีเงินกองทุนชุมชนทหารโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ โดยกองทุนนี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2544 – 2566 ซึ่งไม่สามารถปิดบัญชีได้ เนื่องจากคณะกรรมการได้เกษียณอายุราชการ และการดำเนินการที่ไม่ต่อเนื่อง

ดิฉัน รับคำสั่งนั้นทันที แต่คราวไม่มีหลักฐานใดที่จะสมารถปิดงบการเงินในปี 2566 ได้ มีเพียงสมุดบัญชี 2 เล่ม คือสมุดบัญชีกองทุนเงินล้าน และสมุดบัญชีเงินฝากสัจจะ ของสมาชิกเท่านั้น 

ดิฉันได้ตั้งคณะทำงานเพื่อสะสางบัญชี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเงินที่ดิฉันเข้ารับตำแหน่ง ทั้งห้อง ร่วมกันดำเนินการตั้งแต่ ธันวาคม 2566 ทั้งยังได้ประสานให้กองทุนหมู่บ้านสาขา 12 กาญจนบุรี และคณะชุดตรวจเจร กองทัพบก เป็นที่ปรึกษาในการสะสางบัญชีในครั้งนั้น โดยได้ดำเนินการสำเร็จในที่สุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 และวางระบบเอกสารใหม่ทั้งหมด ต่อมาในปี 2568 ได้เข้ารับการตรวจสอบจากชุดตรวจกองทุนชุมชนทหารกองทัพบก ซึ่งทราบว่าชุดตรวจได้เข้าตรวจครั้งล่าเมื่อปี 2562โดยผลการตรวจคือการดำเนินการโปร่งใส เป็นไปตามมาตรฐานการดำเนินงานของกองทุนชุมชนทหาร และได้รับคำแนะนำการปฏิบัติจากคณะชุดตรวจเรื่อยมา

น้องๆ ที่เข้าทำงานในกรมการเงินทหารบก กองเงินเดือน ปฏิบัติหน้าที่ด้าน กบข. ก็ได้ประสาน ติดต่อ ปรึกษา ด้านงาน กบข. กับดิฉันเรื่อยมา โดยดิฉันยินดีถ่ายทอดให้กับน้องๆ ทุกคน เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และในส่วนของกองทุนชุมชนทหาร ปัจจุบันคณะกรรมการกองทุนทหารโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ ก็ได้ประสานการดำเนินงานกับดิฉันเรื่อยมา และเบื้องหลังดิฉันยังคงเป็นผู้ควบคุม ตรวจสอบการดำเนินงาน และความโปร่งใส ของกองทุนฯ อยู่เสมอ ทั้งยังได้ติดต่อกับอดีตผู้อำนวยการกองเงินเดือน รองผู้อำนวยการกองฯ พี่ๆ ที่สำนักงาน กบข. พี่ๆ กองทุนหมู่บ้านสาขา 12 กาญจนบุรี พี่ๆ คณะชุดตรวจ ด้วยความสัมพันธ์อันดีและได้รับความเมตตา เรื่อยมา

ปัจจุบัน ดิฉันเป็น ผู้ช่วยนายทหารการเงินโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ (อัตราร้อยเอก) ปฏิบัติหน้าที่นายทหารการเงินโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ (อัตราพันตรี)

ภาวะผู้นำไม่ได้เกิดจากตำแหน่งหรืออายุ แต่เกิดจากความกล้าที่จะรับผิดชอบในสถานการณ์กดดัน ได้เรียนรู้คุณค่าของความอดทน การประสานความร่วมมือ และการวางระบบงานที่โปร่งใส ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงในองค์กร

อย่าปฏิเสธภารกิจเพียงเพราะมันยากหรือไม่มีใครอยากทำ เพราะบางครั้งงานที่หนักที่สุด คือโอกาสในการพิสูจน์ศักยภาพ   ของตัวเอง จงรับผิดชอบอย่างเต็มที่ วางระบบให้โปร่งใส และทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าทำเพื่อตัวเอง 

Most Popular

Categories