การเรียนรู้เกิดขึ้นทุกช่วงเวลา เราจึงไม่ควรที่จะหยุดเรียนรู้
ดิฉันเติบโตมาในครอบครัวที่มีความอบอุ่น มีทั้งพ่อ แม่ และพี่คอยดูแลกันมาตลอด ในช่วงวัยเด็ก ดิฉันเคยคิดว่าโลกของทุกคนคงเหมือนกันกับโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว ความรัก หรือแม้แต่เรื่องฐานะทางการเงิน แต่เมื่อเติบโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจว่า ความเป็นจริงของชีวิตนั้นไม่ได้เหมือนกันสำหรับทุกคน แต่ละคนล้วนมีเส้นทางชีวิต ความสุข และความทุกข์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ยังเล็ก พ่อแม่ของดิฉันมักสอนเสมอให้ลูกทุกคนรักและดูแลกัน มีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นพี่ ญาติ หรือเพื่อน รวมถึงสอนให้รู้จักความกตัญญูต่อผู้ที่ให้โอกาสและสนับสนุนเราในชีวิต
แม้ในช่วงวัยเยาว์ดิฉันอาจยังไม่เข้าใจความหมายของคำสอนเหล่านั้นอย่างลึกซึ้งนัก ชีวิตในตอนนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน การเล่นกับพี่และเพื่อน ๆ และการเรียนหนังสือตามหลักสูตรที่โรงเรียนจัดไว้ให้ เมื่อเวลาผ่านไปและดิฉันเริ่มเติบโตขึ้น โลกของการศึกษาก็เริ่มเปลี่ยนไป การแข่งขันเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งการสอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง การเตรียมตัวเพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จากเพื่อนที่เคยพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ต่างคนก็ค่อย ๆ แยกย้ายไปตามเส้นทางของตนเอง
ช่วงเวลานั้นทำให้ดิฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราควรเดินต่อไปอย่างไรในเส้นทางชีวิตนี้ การเรียนเริ่มหนักขึ้นตามระดับชั้น บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยและตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราต้องเรียนหนักไปเพื่ออะไร และเพื่อใคร แต่เมื่อมองย้อนกลับไป การศึกษาได้มอบโอกาสมากมายให้กับดิฉัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้ด้านธรรมะ การพัฒนาทักษะทางภาษา หรือการเข้าค่ายที่สอนให้เกิดความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงการเรียนรู้การใช้ชีวิตและการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ ประสบการณ์เหล่านี้ได้ค่อย ๆ หล่อหลอมให้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้น
พร้อมกับความเข้าใจทั้งต่อสังคมและตัวเองมากยิ่งขึ้น

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ดิฉันได้พบกับอีกโลกหนึ่งที่แตกต่างจากสังคมในรั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง สิ่งแรกที่ต้องเรียนรู้คือการปรับตัว เพราะเมื่อได้รับโอกาสในการทำงานแล้ว เราต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด สังคมการทำงานไม่ได้มีเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง หรืออาจารย์ที่คอยชี้แนะเหมือนในห้องเรียน แต่เต็มไปด้วยผู้คนที่เราไม่คุ้นเคย และต้องเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ใหม่อีกครั้ง การทำงานทำให้ดิฉันต้องเรียนรู้ที่จะสังเกต จดจำ และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ หากมีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจก็ต้องกล้าที่จะสอบถาม และพร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ตลอดเวลา เพราะโลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี ระบบการทำงาน รวมถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงตัดสินใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งเป็นสถาบันที่ตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาตนเอง ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความรู้ทางบัญชี และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานและการใช้ชีวิต
หากย้อนมองกลับไปในวัยเด็ก ดิฉันเคยเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบการเรียนหนังสือเท่าไรนัก มักชอบการเล่นสนุกมากกว่า แต่เมื่อได้เติบโตและผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ทำให้ดิฉันตระหนักได้ว่า การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ไม่ควรหยุดอยู่เพียงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ทางวิชาการ การพัฒนาทักษะในการทำงาน หรือการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวต่อไปในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าการเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย และทำกิจกรรมไปพร้อมกัน จะเป็นสิ่งที่เหนื่อยและท้าทาย จากเดิมที่เคยมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ กลับต้องเรียนรู้การบริหารเวลาใหม่ ต้องนอนน้อยลงและรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น แต่ประสบการณ์เหล่านี้เองที่ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ เติบโต และเข้าใจชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม ดิฉันเชื่อว่า ชีวิตของคนเราจะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ หากเรายังเปิดใจที่จะเรียนรู้ และพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพราะทุกก้าวของการเรียนรู้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตที่ไม่มีวันสิ้นสุด
สิ่งที่ได้รับจากประสบการณ์นี้:
ชีวิตของคนเราจะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ หากเรายังเปิดใจที่จะเรียนรู้ และพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพราะทุกก้าวของการเรียนรู้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตที่ไม่มีวันสิ้นสุด
คำแนะนำหรือข้อคิดที่อยากฝากถึง:
อยากให้ทุกคนมองโอกาสที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการเรียนรู้ๆ และคุณจะมีความสุขไปกับมัน














