หลักสูตร/สาขา

การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เป็นสาขาที่ขาดแคลนของชาติในปัจจุบัน และกองทุนเงินให้กู้ที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) พร้อมให้กู้ในปีการศึกษา 2551 สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เพราะรัฐได้เล็งเห็นว่าการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เป็นสายงานที่จะมีความสำคัญต่อการแข่งขันในอนาคต ช่วยให้ประเทศชาติเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพของศาสตร์เชิงวิชาการต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงของธุรกิจ และสร้างให้บุคลากรเกิดแนวคิดเชิงระบบ กล่าวคือ ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่แผนก หรือหน่วยงาน หรือองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาทั่วทั้งองค์กร ไปตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจในทุกๆ ส่วน และต้องคำนึงถึงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ด้วย (ตั่งแต่เริ่มผลิตสินค้า จนถึงสินค้าหมดอายุ และการทำลายสินค้า) ส่งผลให้เกิดผลลัพทธ์ทางด้าน ต้นทุน เวลาที่เหมาะสมและคุณภาพของสินค้าที่ลูกค้าต้องการ

จุดเด่น

สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยศรีปทุม
"สร้างความเชี่ยวชาญในงานด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน" นักศึกษาจะได้เรียนรู้การวางแผนการขนส่ง การจัดเก็บและควบคุมสินค้า การจัดซื้อจัดหา การจัดการศูนย์กระจายสินค้า การบรรจุภัณฑ์ การส่งมอบสินค้า การติดต่อทำธุรกิจระหว่างประเทศ โดยเรียนกับมืออาชีพในวงการ มีทัศนศึกษาดูงานและปฏิบัติงานกับสถานประกอบการชั้นนำก่อนสำเร็จการศึกษา

คณาจารย์วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

UploadImage
บริหารธุรกิจบัณฑิต (การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน)
บธ.บ. (การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน)
Bachelor of Business Administration (Logistics and Supply Chain Management)
B.B.A. (Logistics and Supply Chain Management)

UploadImage
UploadImage


ระยะเวลาการศึกษาหลักสูตร 4 ปี (ภาคปกติ)
เรียนในเวลาราชการจันทร์ - ศุกร์เวลา 9.00 - 17.00 น.

รายละเอียดหลักสูตร
พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในงานด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ระหว่างศึกษามีการเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตร อาทิ การเสริมสร้างความเข้าใจแบบบูรณาการด้วยเกมส์ด้านโลจิสติกส์ การอบรมเสริมความรู้ใหม่ๆ โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญชั้นนำ สาขาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานได้ทำการแบ่งกลุ่มวิชาเพื่อสร้างความเชี่ยวชาญให้เกิดขึ้นกับนักศึกษามากยิ่งขึ้น ได้แก่
1. กลุ่มวิชาการขนส่ง
2. กลุ่มวิชาคลังสินค้า
3. กลุ่มวิชาการผลิต
นอกจากนี้ทางสาขาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้มีความร่วมมือกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยในด้านการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่องและการเน้นสร้างความเชี่ยวชาญให้กับผู้เรียน

เส้นทางอาชีพและความก้าวหน้า
สาขาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานเป็นการบูรณาการความรู้ในทุกๆ ด้านเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กร ดังนั้นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสายงานนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่สำคัญก็คือ

1. ตำแหน่งงานในองค์กร
งานจัดซื้อ จัดหา จะต้องทราบถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ หลักการเจรจาต่อรอง การประมาณการความต้องการที่แม่นยำ หลักเกณฑ์ในการชำระเงิน เทคโนโลยีที่ใช้ในงานจัดซื้อจัดหา การจัดการความสัมพันธ์กับผู้ขายปัจจัยการผลิต เช่น การร่วมกันวางแผนการสั่งซื้อ เป็นต้น

งานคลังสินค้า จะต้องทำการวางแผนการใช้พื้นที่ภายในคลังสินค้า หลักการจัดเก็บสินค้า การใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน ปริมาณของสินค้าที่เหมาะสม การแบ่งประเภทของสินค้า การวางแผนการจัดเก็บและจัดส่งสินค้า เป็นต้น

งานขนส่งสินค้า เกี่ยวข้องกับการวางแผนการขนส่ง การกำหนดเส้นทางการขนส่ง วิธีการกระจายสินค้าที่เหมาะสม การใช้ทรัพยากรอย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งขาไปและขากลับ การพัฒนาวิธีการจัดส่งเพื่อลดเวลาในการจัดส่งสินค้า เป็นต้น

งานด้านสารสนเทศ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดภายในองค์กรและระหว่างองค์กร ตั้งแต่ความต้องการของลูกค้า ปัญหาที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลด้านการไหลของสินค้า การไหลของข้อมูลข่าวสาร และการไหลของเงิน ข้อมูลของคลังสินค้า ข้อมูลของผู้ขายปัจจัยการผลิต เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาองค์กร

งานด้านลูกค้าสัมพันธ์ เป็นการดูแลจัดการลูกค้า อาทิเช่น การจัดการร้านค้าปลีก เป็นการช่วยพัฒนาร้านค้าในด้านการวางแผนการสั่งซื้อ การจัดเก็บสินค้า การจัดหน้าร้าน การประสานข้อมูลกับลูกค้า

• อื่นๆ เช่น งานลดต้นทุน การวางแผนการบำรุงรักษา

2. งานที่ปรึกษา
• นักวิเคราะห์และปรับปรุงธุรกิจ จะต้องเข้าใจถึงระบบโดยรวมของธุรกิจ การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา การหาแนวทางในการพัฒนาองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการลดต้นทุน
• การฝึกอบรม เทคนิคต่างๆ ด้านลอจิสติกส์และโซ่อุปทาน
• การให้คำปรึกษาหน่วยงาน


#เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #สาขาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน #วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน #โลจิสติก เรียนที่ไหนดี #เรียนโลจิสติกส์ #คณะโลจิสติกส์ #คณะโลจิสติกส์ มีที่ไหนบ้าง #สาขาโลจิสติกส์ #ที่ไหนบ้างเปิดสอนการจัดการโลจิสติกส์ #โลจิสติกส์ เรียนเกี่ยวกับอะไร #โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน จบมาทํางานอะไร #โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เรียนอะไรบ้าง #การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ม.ศรีปทุม

 


 

การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

- นักวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจ  
- นักวางแผนและควบคุมการขนส่ง  
- นักวางแผนและควบคุมการกระจายสินค้า  
- นักวางแผนและควบคุมการจัดซื้อ  
- ผู้ให้บริการด้าน Freight Forwarder  
- ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์  
- ผู้บริหารขนส่ง  
- ผู้บริหารคลังสินค้า  
- ตัวแทนขนส่งสินค้าทางบก ทะเล และอากาศ
- นักวิเคราะห์ด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
- นักวางแผนวัตถุดิบ การผลิต หรือการกระจายสินค้า
- นักวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจ
- นักวิจัย/นักวิชาการด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
- นักวิจัย/นักวิชาการด้านการจัดการการปฏิบัติการ
- อาจารย์หรือนักวิชาการประจำสถาบันต่าง ๆ
- เจ้าของกิจการและผู้ประกอบอาชีพอิสระทางธุรกิจ
- ผู้บริหารองค์กรภาครัฐและเอกชนในระดับสูง
- นักวิจัยทางด้านบริหารธุรกิจของหน่วยงานต่างๆ หรือ นักวิจัยอิสระ
- ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ให้แก่บริษัทเอกชนและหน่วยงานของรัฐ
- ฯลฯ
 

 

 

การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เป็นสาขาที่ขาดแคลนของชาติในปัจจุบัน และกองทุนเงินให้กู้ที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) พร้อมให้กู้ในปีการศึกษา 2551 สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เพราะรัฐได้เล็งเห็นว่าการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เป็นสายงานที่จะมีความสำคัญต่อการแข่งขันในอนาคต ช่วยให้ประเทศชาติเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพของศาสตร์เชิงวิชาการต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงของธุรกิจ และสร้างให้บุคลากรเกิดแนวคิดเชิงระบบ กล่าวคือ ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่แผนก หรือหน่วยงาน หรือองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาทั่วทั้งองค์กร ไปตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจในทุกๆ ส่วน และต้องคำนึงถึงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ด้วย (ตั่งแต่เริ่มผลิตสินค้า จนถึงสินค้าหมดอายุ และการทำลายสินค้า) ส่งผลให้เกิดผลลัพทธ์ทางด้าน ต้นทุน เวลาที่เหมาะสมและคุณภาพของสินค้าที่ลูกค้าต้องการ


View 35897