เจาะลึก! วิชาชีพบัญชียุคใหม่ ปรับตัวยังไงให้ทันเกณฑ์ ITA และการประเมินคุณธรรมความโปร่งใส
ฮัลโหลชาวบัญชี Gen Z และเหล่า Young Professional ทุกคน! ใครว่านักบัญชีต้องอยู่กับตัวเลขในกองเอกสารอย่างเดียว? บอกเลยว่ายุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว! โดยเฉพาะเมื่อมีเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส หรือที่เรียกกันติดปากว่า ITA (Integrity and Transparency Assessment) เข้ามามีบทบาทสำคัญ งานนี้บอกเลยว่ากระทบวงการ บัญชี เต็มๆ มาดูกันว่าเราต้องอัปสกิล อัปเวลกันยังไง ตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรีบัญชี ไปจนถึงมืออาชีพ!
สารบัญ (คลิกเพื่อวาร์ปไปอ่าน)
1. ITA คืออะไร? ทำไมนักบัญชีต้องแคร์?
เอาแบบเข้าใจง่ายๆ สไตล์วัยรุ่น ITA (Integrity and Transparency Assessment) คือเครื่องมือวัดระดับ “ความโปร่งใส” และ “ความซื่อสัตย์” ของหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยจะประเมินจาก 3 ส่วนหลักๆ คือ การสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT), ภายนอก (EIT) และการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)
แล้วมันเกี่ยวกับ นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ยังไง? เกี่ยวเต็มๆ เลยครับ! เพราะข้อมูลทางการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และงบประมาณต่างๆ ที่เราดูแลอยู่ คือ หัวใจหลัก ของการประเมินในส่วน OIT หรือการเปิดเผยข้อมูลนั่นเอง ถ้าข้อมูลเราไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่โปร่งใส ก็มีผลต่อคะแนน ITA ขององค์กรโดยตรงเลยทีเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวิชาชีพ บัญชี จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง
2. ITA เขย่าวงการ! นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ต้องปรับตัวอย่างไร?
เมื่อโลกเปลี่ยน บทบาทของ นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ก็ต้องเปลี่ยนตาม ไม่ใช่แค่ ‘คนทำตัวเลข’ อีกต่อไป แต่ต้องอัปเลเวลเป็น ‘ผู้พิทักษ์ความโปร่งใส’ ขององค์กรด้วย การปรับตัวที่จำเป็นมีดังนี้:
- มองไกลกว่าตัวเลข (Beyond the Numbers): ต้องเข้าใจภาพรวมของธรรมาภิบาล (Good Governance) และการควบคุมภายใน (Internal Control) เพื่อให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์กับผู้บริหารได้ ไม่ใช่แค่ปิดงบให้ตรงเวลา
- เชี่ยวชาญเทคโนโลยี (Tech-Savvy): ต้องใช้โปรแกรมและเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อตรวจจับความผิดปกติ หรือธุรกรรมที่น่าสงสัยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
- ยึดมั่นในจรรยาบรรณ (Ethical Mindset): จรรยาบรรณไม่ใช่แค่เรื่องในตำรา แต่คือสิ่งที่ต้องยึดถือปฏิบัติจริง ความซื่อสัตย์และความโปร่งใสต้องมาก่อนเสมอ
- เป็นนักสื่อสารชั้นยอด (Excellent Communicator): สามารถอธิบายข้อมูลทางการเงินที่ซับซ้อนให้คนนอกวงการ บัญชี เข้าใจได้ง่าย เพื่อสร้างความโปร่งใสให้ทุกคนในองค์กรรับรู้
3. ปั้นนักบัญชีพันธุ์ใหม่! ตั้งแต่ปริญญาตรีบัญชี ถึงปริญญาเอก
การปรับตัวต้องเริ่มตั้งแต่รากฐาน คือสถาบันการศึกษา! หลักสูตรการเรียนการสอนต้องทันสมัยและตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนไป
- 🎓 ปริญญาตรีบัญชี: หลักสูตรต้องไม่ใช่แค่สอน Debit-Credit แต่ต้องสอดแทรกเรื่องจรรยาบรรณ, การกำกับดูแลกิจการ, กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต และการใช้เทคโนโลยีด้าน บัญชี ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อสร้าง DNA แห่งความโปร่งใสให้กับบัณฑิตจบใหม่ สถาบันอย่าง SPU ก็เป็นหนึ่งในผู้นำที่ปรับหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่เสมอ
- 🎓 ปริญญาโท: ต้องเรียนลึกลงไปในด้านการตรวจสอบบัญชีเชิงลึก (Forensic Accounting), การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการวางระบบควบคุมภายในที่สอดคล้องกับเกณฑ์สากลและ ITA นี่คือระดับที่สร้าง นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ที่เป็นที่ปรึกษาให้องค์กรได้อย่างแท้จริง
- 🎓 ปริญญาเอก: คือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ทำวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการรายงานทางการเงินที่ส่งเสริมความโปร่งใส หรือสร้างโมเดลการตรวจสอบที่เท่าทันกลโกงในยุคดิจิทัล
4. สกิลเด็ดที่ต้องมี! อัปเกรดตัวเองสู่ Professional สายบัญชี
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วง ปริญญาตรีบัญชี หรือเป็นมือโปรแล้ว สกิลเหล่านี้คือ Must-have ในยุค ITA ครองเมือง:
- 📊 Digital Literacy & Data Analytics: อ่านข้อมูลเป็น เห็นความผิดปกติ
- 🤔 Ethical Reasoning & Professional Skepticism: คิดอย่างมีจรรยาบรรณ และตั้งคำถามอย่างมืออาชีพ
- 🗣️ Communication & Advisory Skills: สื่อสารรู้เรื่อง ให้คำปรึกษาได้
- 📜 Governance, Risk, and Compliance (GRC) Knowledge: รู้ลึกเรื่องธรรมาภิบาล ความเสี่ยง และกฎเกณฑ์
สรุปคือ โลกของวิชาชีพ บัญชี ไม่ได้หยุดนิ่ง การเข้ามาของเกณฑ์ ITA เป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาให้เราต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นมากกว่านักบันทึกตัวเลข แต่ต้องเป็น “หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนและโปร่งใส
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: สรุปแล้ว ITA สำคัญกับนักบัญชีในบริษัทเอกชนด้วยหรือไม่?
A: สำคัญมากครับ! แม้ ITA จะเป็นเกณฑ์ประเมินหน่วยงานภาครัฐโดยตรง แต่บริษัทเอกชนจำนวนมากเป็นคู่ค้าหรือทำธุรกิจกับภาครัฐ การมีระบบบัญชีและการเงินที่โปร่งใสสอดคล้องกับหลักการ ITA จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นมาตรฐานการดำเนินงานที่ดี (Best Practice) ที่ทุกองค์กรควรมี
Q2: เกณฑ์ ITA มีการเปลี่ยนแปลงทุกปีหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลได้จากที่ไหน?
A: ใช่ครับ เกณฑ์และตัวชี้วัดของ ITA อาจมีการปรับปรุงในแต่ละปีเพื่อให้ทันสมัยและครอบคลุมมิติความโปร่งใสมากขึ้น นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ควรติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือโดยตรงคือเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่นี่ ครับ
Q3: กำลังเรียนปริญญาตรีบัญชีอยู่ ควรเน้นพัฒนาทักษะด้านไหนเป็นพิเศษเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้?
A: ยอดเยี่ยมเลยครับ! นอกจากความรู้พื้นฐานทาง บัญชี ที่ต้องแม่นแล้ว ขอแนะนำให้เน้น 3 เรื่องนี้เป็นพิเศษ: 1.) ทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ลองฝึกใช้โปรแกรมบัญชีคลาวด์ หรือเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น 2.) ความรู้ด้านกฎหมายและจรรยาบรรณ ทำความเข้าใจเรื่องกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความสำคัญของจรรยาบรรณวิชาชีพ และ 3.) ทักษะการสื่อสาร (Soft Skills) ฝึกการนำเสนอและอธิบายเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย การมีสกิลเหล่านี้ติดตัวตั้งแต่เรียนจบ ปริญญาตรีบัญชี จะทำให้คุณเป็นบัณฑิตที่โดดเด่นและเป็นที่ต้องการของตลาดงานแน่นอนครับ
















