ทักษะแห่งอนาคต : นักบัญชีไทยจะอยู่รอดในเวทีโลกได้อย่างไรในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ทักษะแห่งอนาคต: นักบัญชีไทยจะอยู่รอดในเวทีโลกได้อย่างไรในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ทักษะแห่งอนาคต : นักบัญชีไทยจะอยู่รอดในเวทีโลกได้อย่างไรในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

โลกหมุนเร็วเบอร์นี้! สกิล บัญชี แบบเดิมๆ อาจไม่พออีกต่อไป มาดูกันว่าเหล่า นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน และน้องๆ ที่กำลังเรียน ปริญญาตรีบัญชี จะต้องอัปสกิลอะไรบ้างเพื่อก้าวให้ทันโลกและยืนหนึ่งในสายงานแบบปังๆ!

1. โลกเปลี่ยนไป! เมื่อ AI และ Big Data เข้ามาเขย่าวงการบัญชี

ลืมภาพจำนักบัญชีกองเอกสารท่วมหัวไปได้เลย! ในยุคดิจิทัลที่ AI (Artificial Intelligence) และ Automation เข้ามามีบทบาท งาน Routine ซ้ำๆ อย่างการคีย์ข้อมูล, การกระทบยอด (Reconciliation) หรือการทำบัญชีเบื้องต้น กำลังถูกเทคโนโลยีเข้ามาจัดการแทนที่อย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็น “โอกาส” ครั้งใหญ่สำหรับวงการ บัญชี เลยทีเดียว

เทรนด์ที่เกิดขึ้นทำให้บทบาทของนักบัญชีเปลี่ยนจาก ‘ผู้บันทึกข้อมูล (Bookkeeper)’ ไปสู่ ‘ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ (Strategic Advisor)’ ที่ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล (Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อหา Insight ทางธุรกิจ ช่วยผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างเฉียบคมและแม่นยำยิ่งขึ้น นี่คือ New Era ของนักบัญชีที่น่าตื่นเต้นสุดๆ!

2. Upskill ด่วน! ทักษะที่นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบันต้องมี

เพื่อจะอยู่รอดและเติบโตในยุคนี้ การมีแค่ความรู้ด้านเดบิต-เครดิตไม่เพียงพออีกต่อไป นี่คือสกิลเซ็ตที่ นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ต้องรีบอัปเกรดโดยด่วน

Tech & Data Literacy (ความเข้าใจเทคโนโลยีและข้อมูล)

ต้องใช้โปรแกรมบัญชียุคใหม่ (Cloud Accounting Software) เป็น, เข้าใจหลักการทำงานของ ERP, และที่สำคัญคือต้องมีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) สามารถใช้เครื่องมืออย่าง Power BI, Tableau หรือแม้กระทั่ง Excel ขั้นสูง เพื่อแปลงตัวเลขดิบๆ ให้กลายเป็นภาพหรือ Dashboard ที่เข้าใจง่ายและบอกเล่าเรื่องราวทางธุรกิจได้

Business Acumen (ความเฉียบแหลมทางธุรกิจ)

นักบัญชีต้องมองให้ไกลกว่าตัวเลขในงบการเงิน ต้องเข้าใจโมเดลธุรกิจ, อุตสาหกรรม, คู่แข่ง และสภาวะตลาด เพื่อให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรได้จริง ไม่ใช่แค่การปิดงบให้ถูกต้องตามมาตรฐานการ บัญชี เพียงอย่างเดียว

Super Soft Skills (ซอฟต์สกิลขั้นเทพ)

  • Critical Thinking: การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อตั้งคำถามกับข้อมูลและหาความผิดปกติ
  • Communication: การสื่อสารเรื่องการเงินที่ซับซ้อนให้คนที่ไม่ใช่สายบัญชีเข้าใจได้ง่าย
  • Adaptability: ความพร้อมที่จะปรับตัวเรียนรู้เทคโนโลยีและกฎระเบียบใหม่ๆ ตลอดเวลา

3. เรียนต่อดีไหม? ปริญญาตรีบัญชี ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก จำเป็นแค่ไหน?

คำถามโลกแตกสำหรับชาวบัญชี! การศึกษาในระบบยังคงเป็นรากฐานที่สำคัญ แต่ต้องเลือกให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

ปริญญาตรีบัญชี: The Must-Have Foundation

การเรียน ปริญญาตรีบัญชี ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่จำเป็นที่สุด เพราะเป็นใบเบิกทางสู่วิชาชีพ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกหลักสูตรที่ทันสมัย ไม่ใช่แค่สอนเนื้อหา บัญชี แบบดั้งเดิม สถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง คณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ได้ปรับหลักสูตรให้สอดรับกับเทรนด์โลก โดยมีการสอดแทรกวิชาเกี่ยวกับเทคโนโลยี, การวิเคราะห์ข้อมูล, และการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเข้าไปในหลักสูตร เพื่อผลิตบัณฑิตที่พร้อมใช้งานและมีทักษะแห่งอนาคตติดตัวไปตั้งแต่เรียนจบ

ปริญญาโท และ ปริญญาเอก: The Specialization Path

สำหรับคนที่ต้องการไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง (CFO), ผู้ตรวจสอบภายใน, หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง การเรียนต่อ ปริญญาโท จะช่วยเพิ่มความรู้เชิงลึกในสาขาต่างๆ เช่น บัญชีการเงิน, บัญชีบริหาร, หรือระบบสารสนเทศทางการบัญชี ส่วนการเรียน ปริญญาเอก มักจะมุ่งเน้นไปที่สายงานวิชาการหรือการวิจัย แต่ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุดสำหรับสายงานที่ปรึกษาได้เช่นกัน

สรุปสั้นๆ: ปริญญาตรีบัญชี คือใบเบิกทางที่จำเป็น ส่วน ปริญญาโท และ ปริญญาเอก คือการลงทุนเพื่อความเชี่ยวชาญและโอกาสในตำแหน่งที่สูงขึ้น

4. Action Plan! สเต็ปสู่การเป็นนักบัญชี Next-Gen

  1. เปิดใจรับเทคโนโลยี: อย่ากลัว! ลองศึกษาและเข้าคอร์สออนไลน์เกี่ยวกับเครื่องมือ Data Analytics, Cloud Accounting หรือแม้แต่ Blockchain เพื่อให้เข้าใจว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะมาช่วยงานเราได้อย่างไร
  2. เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning): โลกเปลี่ยนทุกวัน ความรู้ที่เรียนมาในมหาวิทยาลัยอาจไม่เพียงพอ ติดตามข่าวสาร, เข้าร่วมสัมมนา, และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเช่น สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นแหล่งอัปเดตมาตรฐานและความรู้ใหม่ๆ ที่นักบัญชีทุกคนต้องติดตาม
  3. ฝึกทักษะการสื่อสาร: ลองหัดสรุปรายงานการเงินให้เป็นภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจ หรือลองนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟแทนที่จะเป็นตารางตัวเลขเยอะๆ
  4. สร้างคอนเนคชั่น: เข้าร่วมกลุ่มหรือสมาคมวิชาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายกับ นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน คนอื่นๆ

อนาคตของนักบัญชีไม่ได้อยู่ที่การทำงานแข่งกับ AI แต่อยู่ที่การทำงานร่วมกับ AI เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

Q&A ถาม-ตอบ เคลียร์ทุกข้อสงสัย (FAQ)

Q1: เรียนจบปริญญาตรีบัญชีมา AI จะแย่งงานไหมคะ?

A: AI จะเข้ามาแย่งงาน “Routine” ที่ทำซ้ำๆ ครับ แต่จะไม่สามารถแย่งงานที่ต้องใช้ “วิจารณญาณ” การตีความ และการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ได้ หากบัณฑิตที่จบ ปริญญาตรีบัญชี พัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสาร และความเข้าใจธุรกิจ ก็จะเปลี่ยนจากผู้ที่ถูกทดแทน มาเป็นผู้ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นครับ เรียกว่าเป็นการอัปเกรดการทำงานนั่นเอง

Q2: นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ควรเน้นเรียนรู้โปรแกรมอะไรเป็นพิเศษ?

A: ควรให้ความสำคัญกับ 3 กลุ่มหลักครับ: 1. Cloud Accounting Software: เช่น Xero, QuickBooks 2. ERP Systems: โดยเฉพาะโมดูลที่เกี่ยวกับบัญชีการเงิน เช่น SAP, Oracle 3. Data Visualization Tools: เช่น Microsoft Power BI หรือ Tableau ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยแปลงข้อมูลตัวเลขมหาศาลให้ออกมาเป็นภาพที่เข้าใจง่ายและใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจได้ทันทีครับ

Q3: การเรียนต่อปริญญาโท ด้านบัญชี คุ้มค่าหรือไม่?

A: คุ้มค่ามากครับ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างรวดเร็ว การเรียนต่อ ปริญญาโท ด้าน บัญชี ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เชิงลึก แต่ยังช่วยสร้างคอนเนคชั่นกับคณาจารย์และเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเส้นทางอาชีพในระยะยาว และเป็นใบเบิกทางสำคัญสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงครับ

Most Popular

Categories