บทบาทที่ปรึกษาธุรกิจ: นักบัญชีต้องปรับตัวอย่างไรในยุค Digital Disruption

นักบัญชี Gen Z ต้องรู้! ปรับตัวยังไงให้ปังในยุคดิจิทัล จากผู้บันทึกสู่ที่ปรึกษาธุรกิจคู่ใจ

ลืมภาพนักบัญชีสวมแว่นหนาเตอะ นั่งจมกองเอกสารไปได้เลย! 👋 เพราะยุค Digital Disruption มาถึงแล้ว AI และ Automation กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกม “การทำบัญชี” แบบเดิมๆ บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่ออัปเลเวลตัวเองสู่การเป็น “ที่ปรึกษาธุรกิจ” สุดคูลที่ทุกองค์กรต้องการตัว!

โลกหมุนไว! บทบาทนักบัญชีแบบเดิมๆ กำลังจะ Out 🌪️

เมื่อก่อนงานบัญชี คือการบันทึกตัวเลข เดบิต-เครดิต ปิดงบให้ตรงเวลา แต่วันนี้… ซอฟต์แวร์บัญชีออนไลน์, Cloud Accounting, และ AI สามารถทำงาน Routine เหล่านี้ได้ดีกว่า เร็วกว่า และแม่นยำกว่าคน! งานคีย์ข้อมูล งานกระทบยอด หรือการทำเอกสารซ้ำๆ กำลังถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ นี่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่า ถึงเวลาต้อง “Move On” ไปสู่บทบาทใหม่ที่ท้าทายและมีคุณค่ามากกว่าเดิม

เกิดใหม่ไฉไลกว่า: นักบัญชี สู่บทบาท Business Advisor คู่ใจ CEO ✨

บทบาทใหม่ของนักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน คือการก้าวข้ามจากการเป็น “ผู้บันทึกประวัติศาสตร์” (Recorder) มาเป็น “ผู้วิเคราะห์อนาคต” (Advisor) เราไม่ได้แค่บอกว่า “เดือนที่แล้วเกิดอะไรขึ้น” แต่เราต้องสามารถบอกได้ว่า “จากข้อมูลนี้ เดือนหน้าเราควรทำอะไรต่อ”

  • นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst): เปลี่ยนตัวเลขดิบๆ ให้กลายเป็น Insight ที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจ
  • นักวางแผนกลยุทธ์ (Strategist): ใช้ข้อมูลทางการเงินมาช่วยกำหนดทิศทาง วางแผนงบประมาณ และประเมินความเสี่ยง
  • ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี (Tech Consultant): แนะนำเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร

Upskill รัวๆ! ทักษะที่นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบันต้องมี 🚀

อยากเป็นตัวตึงในวงการบัญชี ยุคใหม่ ต้องติดอาวุธให้ครบมือ!

1. Tech Savvy & Digital Literacy

ต้องโปรแกรมบัญชีออนไลน์, ERP, และที่สำคัญคือเครื่องมือ Business Intelligence (BI) อย่าง Power BI หรือ Tableau ให้เป็น เพื่อดึงข้อมูลมาวิเคราะห์และนำเสนอในรูปแบบ Dashboard ที่เข้าใจง่าย

2. Data Analytics & Critical Thinking

ไม่ใช่แค่เห็นตัวเลข แต่ต้องตั้งคำถาม “ทำไม?” และ “แล้วไงต่อ?” ได้ สามารถมองเห็นเทรนด์ ความผิดปกติ หรือโอกาสที่ซ่อนอยู่ในข้อมูลทางการเงิน

3. Soft Skills สุดปัง (Communication & Storytelling)

ทักษะการสื่อสารสำคัญมาก! ต้องสามารถอธิบายเรื่องการเงินที่ซับซ้อนให้คนที่ไม่ใช่สายบัญชี (เช่น ฝ่าย Marketing หรือ CEO) เข้าใจได้ง่าย ผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่น่าสนใจ

ปูพื้นฐานให้แน่น! จากปริญญาตรีบัญชีสู่เส้นทางมือโปร 🎓

จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้คือการศึกษาที่แข็งแกร่ง การเรียน ปริญญาตรีบัญชี ในปัจจุบันไม่ได้สอนแค่เดบิต-เครดิตอีกต่อไปแล้ว แต่มีการปรับหลักสูตรให้ทันสมัยมากขึ้น อย่างที่ SPU (มหาวิทยาลัยศรีปทุม) ที่มีชื่อเสียงด้านคณะบัญชี ก็มีการนำเทคโนโลยีและเคสธุรกิจจริงเข้ามาผสมผสานในการเรียนการสอน เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่

สำหรับคนที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การเรียนต่อ ปริญญาโท ด้านการเงิน การวิเคราะห์ธุรกิจ หรือแม้แต่การบัญชีนิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Accounting) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ส่วนการเรียนถึงระดับ ปริญญาเอก ก็จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการไปในสายวิชาการหรือการวิจัยขั้นสูง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับวงการบัญชีต่อไป

Roadmap สู่การเป็นนักบัญชีที่ปรึกษาสุดปัง 🗺️

  1. Embrace Technology: เลิกกลัว! ลองใช้โปรแกรมใหม่ๆ เรียนรู้เครื่องมือ Automation ต่างๆ แล้วคุณจะพบว่ามันคือผู้ช่วยที่ดีที่สุด
  2. Learn, Unlearn, Relearn: โลกเปลี่ยนทุกวัน หมั่นเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สออนไลน์ หรือหาความรู้จากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่าง สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
  3. Network is Power: เข้าร่วมงานสัมมนา พูดคุยกับคนในแวดวงอื่นๆ เพื่อเปิดมุมมองและทำความเข้าใจธุรกิจในภาพรวม
  4. Step Out of Comfort Zone: อาสาเข้าร่วมประชุมกับทีมอื่น, ลองนำเสนอข้อมูลทางการเงินให้ผู้บริหารฟัง, หรืออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทรนด์บัญชีที่น่าจับตามอง เพื่อให้คุณพร้อมเสมอ

สรุปคือ อาชีพนักบัญชีไม่ได้กำลังจะหายไป แต่กำลัง “Evolve” ไปสู่บทบาทที่น่าตื่นเต้นและมีคุณค่ามากกว่าเดิม นี่คือโอกาสทองของคนรุ่นใหม่ที่จะได้ใช้ทั้งทักษะด้านตัวเลขและความคิดสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต อย่ารอให้โลกมา Disrupt เรา แต่จงเป็นฝ่าย Disrupt โลกของการบัญชีด้วยตัวคุณเอง!

Q&A ถามมา-ตอบไป สไตล์นักบัญชียุคใหม่ 🤔

เรียนจบบัญชีมา กลัวตกงานเพราะ AI ทำยังไงดีคะ?

ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ! AI คือเครื่องมือ ไม่ใช่คู่แข่ง ให้มองว่า AI จะมาช่วยทำงานซ้ำๆ ที่น่าเบื่อ ทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการสื่อสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำแทนไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือเรียนรู้วิธีใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ และพัฒนาทักษะด้าน Soft Skills ควบคู่กันไปค่ะ

จบปริญญาตรีบัญชีแล้ว จำเป็นต้องเรียนต่อปริญญาโทเลยไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในสายอาชีพ ถ้าอยากทำงานในสายงานทั่วไป การมีประสบการณ์ทำงานจริงสัก 2-3 ปีแล้วค่อยกลับไปเรียน ปริญญาโท อาจจะทำให้เห็นภาพและเลือกสาขาที่ตรงกับความต้องการได้ดีกว่า แต่ถ้ามีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ผู้ตรวจสอบภายใน หรือที่ปรึกษาภาษี การเรียนต่อเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีในการเพิ่มความรู้เชิงลึกค่ะ

นอกจากความรู้ด้านบัญชีแล้ว ควรเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษ?

แนะนำให้เรียนรู้ 3 เรื่องหลักๆ ค่ะ: 1. เทคโนโลยี: โดยเฉพาะโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล (BI Tools) 2. การตลาดและการขาย: เพื่อให้เข้าใจโมเดลธุรกิจและที่มาของรายได้ จะทำให้วิเคราะห์ตัวเลขได้ขาดมากขึ้น และ 3. จิตวิทยาเบื้องต้น: เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การต่อรอง และการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น ซึ่งสำคัญมากสำหรับบทบาทที่ปรึกษาค่ะ

Most Popular

Categories