จงแน่วแน่ในสิ่งที่ตัวเลือก และลงมือทำ ไม่มีคำว่าถูก ผิด สำหรับชีวิตเรา
คนเราไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือครอบครัวตลอดชีวิต พ่อแม่ เป็นครูคนแรกที่อบรมสั่งสอน เพื่อให้เป็นคนดี อยู่กับสังคมที่ดี และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น นอกจากนั้น เราเองต่างหาก ที่ต้องขวนขวาย หาความรู้เข้ามาใส่ตัว เพราะชีวิตนี้เป็นของเรา เราสามารถลิขิตชีวิตตัวเอง และกำหนดทางเดินเอง ยังจำได้ว่า พ่อแม่ ไม่เคยบังคับให้เราทำอะไร เช่น ต้องเรียนสาขานี้ หรือ ต้องทำงานด้านนี้ เราเลือกของเราเอง และเราออกมาจากครอบครัวจากความดูแลของพ่อแม่ ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ตั้งแต่อายุ 19 ปี เพื่อมาศึกษาเล่าเรียนในกรุงเทพฯ ด้วยความเชื่อว่าถ้าเรามีความมุ่งมั่น อดทน พยายาม เราก็คงสำเร็จและเชื่อมันเสมอว่า ความมุ่งมั่น พยายาม ไม่เคยทรยศใคร และสิ่งเหล่านี้ที่ผ่านมา จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ในปัจจุบัน และไม่เคยทำให้ตัวเองเป็นน้ำเต็มแก้ว รับฟัง เรียนรู้ ตลอดเวลา และด้วยนิสัยส่วนตัว เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้ เพราะคิดว่าการศึกษาเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง และคิดว่าความรู้เป็นทรัพย์สินที่ไม่มีใครขโมยจากเราไปได้ นอกจากเราเองเป็นผู้ให้ต่างหาก และไม่เคยเปรียบเทียบหรือคิดจะแข่งขันกับใคร นอกจากตัวเอง เพราะคิดเสมอว่า ทำดี ต้องได้ดี

ในอีกมุมหนึ่ง เราเป็นคนเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม เชื่อในเรื่องของพระพุทธศาสนา ทั้งจากการได้ศึกษาพระธรรมในช่วงที่บวช ถึงแม้ว่าเป็นช่วงเวลาอันสั้น เพียง 1 พรรษา (3 เดือน) เราเชื่อว่าชีวิตนี้ ถูกกำหนดมาแล้ว หากกระทำดีหรือกรรมดี ย่อมได้ดี มันมีเหตุ มีผล ของมัน ไม่เคยคิดว่าเรื่องความเชื่อเป็นเรื่องงมงาย เลยปฏิบัติแบบนี้เรื่อยมา และสังเกตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเสมอ และนี่คือสิ่งหนึ่งที่เป็นที่พึ่งของเรา เพราะเรารู้ว่าทำแบบนี้แล้วได้ ทำแบบนี้แล้วสำเร็จ เราจึงยึดปฏิบัติในการดำเนินชีวิตตลอดมา













