ฮัลโหลชาวแก๊งค์! เด็ก คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทุกคนนน! ใครที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วเจอ “คันจิ” แล้วรู้สึกเหมือนกำลังกินยาขมอยู่บ้าง? ยกมือขึ้น! 🙋♀️ บอกเลยว่าเธอไม่ได้รู้สึกไปคนเดียว! แต่วันนี้เราจะมาเปลี่ยนยาขมให้กลายเป็นขนมหวาน ด้วย 5 เทคนิคสุดปังที่จะทำให้การจำคันจิเป็นเรื่องสนุก ง่าย และไม่ต้องท่องจำจนหัวระเบิดอีกต่อไป พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเล้ยย!
เทคนิคจำคันจิสุดคูลสำหรับชาว คณะศิลปศาสตร์ SPU
1. มาเป็นนักเล่านิทาน (The Storyteller) 📖
ลืมการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองไปได้เลย! ลองมองคันจิเหมือนตัวต่อเลโก้ แต่ละชิ้นส่วน (เรียกว่า Radical หรือ บุชุ) มีความหมายในตัวเอง ลองเอาความหมายของแต่ละส่วนมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวสุดฮา หรือดราม่าเรียกน้ำตาก็ได้!
ตัวอย่าง: คันจิคำว่า 好 (suki) ที่แปลว่า ชอบ
เกิดจาก 女 (onna) ผู้หญิง + 子 (ko) เด็ก
เรื่องเล่าของเรา: “คุณแม่ (女) ก็ต้องชอบลูกน้อย (子) ของตัวเองเป็นธรรมดาอยู่แล้ว!” เห็นมั้ย? จำง่ายกว่าเยอะเลย!
2. เปลี่ยนคันจิให้เป็นภาพวาด (The Artist) 🎨
คันจิจำนวนมากมีต้นกำเนิดมาจากภาพวาด ลองปลดปล่อยจินตนาการแล้วมองคันจิให้เป็นภาพดูสิ! เทคนิคนี้เหมาะกับสายอาร์ตในตัวพวกเราชาว คณะศิลปศาสตร์ สุดๆ
ตัวอย่าง:
– 木 (ki) ที่แปลว่า ต้นไม้ ก็ดูเหมือนต้นไม้ที่มีกิ่งก้าน
– 山 (yama) ที่แปลว่า ภูเขา ก็เหมือนรูปภูเขาสามลูกเรียงกัน
– 人 (hito) ที่แปลว่า คน ก็เหมือนคนกำลังกางขาเดิน
ลองวาดรูปเล็กๆ ต่อเติมจากตัวคันจิ จะช่วยให้สมองจดจำได้ดีขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ!
3. เรียนรู้จากสิ่งที่ชอบ (The Otaku) 💖
ใครชอบดูอนิเมะ อ่านมังงะ หรือฟังเพลง J-Pop บ้าง? เอาความชอบมาเป็นเครื่องมือเลย! ลองเปิดเพลงแล้วดูเนื้อเพลงที่มีคันจิ อ่านมังงะพร้อมเปิดดิกชันนารีออนไลน์อย่าง Jisho.org ไปด้วย การเรียนรู้ผ่านบริบทที่เราอิน จะทำให้จำความหมายและวิธีใช้ได้แม่นยำขึ้นเยอะเลย
4. เล่นเกมท้าทายสมอง (The Gamer) 🎮
ยุคนี้แล้วต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์! มีแอปพลิเคชันมากมายที่เปลี่ยนการเรียนคันจิให้กลายเป็นเกมสนุกๆ เช่น Anki, WaniKani, หรือ Duolingo แอปพวกนี้จะใช้ระบบ Spaced Repetition System (SRS) ช่วยทบทวนคำศัพท์ในเวลาที่เหมาะสม ทำให้เราจำได้นานขึ้นโดยไม่ต้องฝืนตัวเอง ลองโหลดมาเล่นดูสิ เพลินๆ แป๊บเดียวจำได้เป็นร้อยตัว!
5. จัดกลุ่มสร้างแก๊งค์ (The Organizer) 👥
ลองจัดกลุ่มคันจิที่มี Radical (ส่วนประกอบ) เหมือนกันมาไว้ด้วยกันดูสิ มันจะช่วยให้เราเห็นความเชื่อมโยงและเดาความหมายของคันจิตัวใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นด้วยนะ เหมือนมีเพื่อนยกแก๊งค์มาช่วยจำ!
ตัวอย่าง: แก๊งค์ 木 (ต้นไม้)
– 林 (hayashi) ต้นไม้ 2 ต้น = ป่าละเมาะ
– 森 (mori) ต้นไม้ 3 ต้น = ป่าทึบ
พอจำแบบนี้ เราจะเริ่มเห็นแพทเทิร์นและเข้าใจโครงสร้างภาษาได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เน้นย้ำเสมอ
การเรียนภาษาไม่ใช่แค่การท่องจำ แต่คือการเข้าใจและสนุกไปกับมัน! ที่ คณะศิลปศาสตร์ SPU เรามีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและกิจกรรมสนุกๆ อีกเพียบที่จะช่วยให้การเรียนภาษาญี่ปุ่นของทุกคนเป็นเรื่องง่ายและนำไปใช้ได้จริง สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ ของเราได้เลย!












