ฮัลโหลลล! 👋 น้องๆ ชาวคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุมทุกคน! เคยเป็นกันมั้ย? เวลาจะเขียน Resume หรือ Cover Letter ส่งสมัครงานแต่ละที ต้องมานั่งเกาหัวแกรกๆ กับแกรมมาร์พื้นฐานอย่าง Who, Which, That ทั้งๆ ที่เรียนมาจนเซียนแล้ว! วันนี้พี่ๆ จะมาแชร์ทริคเด็ดๆ เปลี่ยนเรื่องปวดหัวให้เป็นเรื่องสุดปัง ที่จะทำให้ HR ต้องร้องว้าว! 🤩
1. ทวนความจำฉบับเร่งรัด: Who, Which, That ใช้ต่างกันยังไง? 🧐
ก่อนจะไปลุยสนามจริง เรามาปัดฝุ่นความรู้กันแบบไวๆ สไตล์เด็ก SPU กันก่อนนะ!
- Who (สำหรับคน): ใช้ขยายความคำนามที่เป็น “คน” เท่านั้น! จำง่ายๆ Who = คน จบ!
ตัวอย่าง: The manager
whointerviewed me was very friendly. - Which (สำหรับสิ่งของ/สัตว์): ใช้ขยายความคำนามที่เป็น “สิ่งของ” หรือ “สัตว์” ไม่ใช่คนนะจ๊ะ
ตัวอย่าง: The project
whichI completed last semester won an award. - That (การ์ดโจ๊กเกอร์!): ใช้ได้ทั้งกับ “คน” และ “สิ่งของ” แต่! ในการเขียนเชิงทางการมากๆ เช่น Resume การใช้ Who กับคน และ Which กับสิ่งของ จะดูโปรและเหมาะสมกว่านะ!
ตัวอย่าง: This is the skill
thatI want to highlight.
2. เคล็ดลับจากคณะศิลปศาสตร์ SPU: ปรับ Resume ให้โปรด้วย Relative Clauses
โอเค! มาถึงหัวใจสำคัญของเราแล้ว การใช้ Who, Which, That ไม่ใช่แค่ทำให้ประโยคถูกหลักไวยากรณ์ แต่มันช่วย “รวมประโยค” ให้สั้นกระชับ สละสลวย และโชว์ความเป็นมืออาชีพได้แบบสุดๆ! มาดูตัวอย่าง Before & After กัน
ใน Resume (ส่วน Experience)
😕 Before (แบบธรรมดา):
I was a project leader. The project was about a marketing campaign. It increased sales by 15%.
😎 After (แบบโปร! ใช้ Which):
As a project leader, I led a marketing campaign which increased sales by 15%.
ใน Cover Letter
😕 Before (แบบธรรมดา):
I am a student at Sripatum University. I am studying in the Faculty of Liberal Arts. I have excellent communication skills.
😎 After (แบบโปร! ใช้ Who):
As a คณะศิลปศาสตร์ student from มหาวิทยาลัยศรีปทุม who possesses excellent communication skills, I am confident in my ability to contribute to your team.
เห็นมั้ย? แค่ปรับนิดหน่อย ประโยคก็ดูน่าอ่านและทรงพลังขึ้นเยอะเลย! นี่แหละคือพลังของภาษาที่น้องๆ ใน คณะศิลปศาสตร์ มีเป็นแต้มต่อ!
3. ทำไมแกรมมาร์เป๊ะถึงสำคัญในสายตา HR? 🤔
น้องๆ อาจจะคิดว่า “แค่แกรมมาร์ผิดนิดหน่อยเอง HR คงไม่ซีเรียสหรอก” ผิดถนัดเลย! สำหรับ HR แล้ว การเขียนที่ถูกต้องมันสะท้อนอะไรได้มากกว่าที่คิด:
- ความใส่ใจในรายละเอียด (Attention to Detail): คนที่ตรวจทานงานเขียนของตัวเองจนเป๊ะ แสดงว่าเป็นคนละเอียดรอบคอบ
- ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism): การสื่อสารที่ชัดเจนและถูกต้องคือพื้นฐานของการทำงาน
- ทักษะการสื่อสาร (Communication Skills): ขนาดเขียนยังเป๊ะขนาดนี้ ตอนสื่อสารจริงๆ ก็ต้องชัดเจนและน่าเชื่อถือแน่นอน
เห็นไหมว่าไวยากรณ์ง่ายๆ ที่เราเรียนกันในห้องเรียนที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม สามารถนำมาสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางอาชีพได้เลยนะ! แค่ใส่ใจอีกนิด แล้วประยุกต์ใช้อย่างมั่นใจ รับรองว่าโปรไฟล์ของน้องๆ จะโดดเด่นเข้าตา HR แน่นอน! สู้ๆ นะคะเด็ก SPU! 💜












