เฮ้! เหล่าตัวตึงชาว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ทุกคน! เคยรู้สึกไหมว่าโลกของไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเนี่ยมันช่างซับซ้อนและเต็มไปด้วยกฎหยุมหยิมเต็มไปหมด? บางทีก็เผลอจำกฎที่เคยได้ยินต่อๆ กันมาแบบผิดๆ จนทำให้การเขียนของเราสะดุด วันนี้เราจะมาสวมบทนักสืบ ทลายความเชื่อผิดๆ (Myths) ด้าน Grammar ที่หลายคนยังเข้าใจผิดกันอยู่ พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย!
Myth #1: ห้ามจบประโยคด้วย Preposition เด็ดขาด! 🙅♀️
“ใครคือคนที่คุณจะไปเที่ยวด้วย?” หลายคนอาจจะรีบแก้ประโยค “Who are you going with?” เป็น “With whom are you going?” เพื่อหนีการจบประโยคด้วย ‘with’ แต่ความจริงแล้ว…กฎนี้เป็นกฎโบราณที่ยืมมาจากภาษาละติน! ในภาษาอังกฤษยุคใหม่ การจบประโยคด้วย Preposition เป็นเรื่อง ธรรมชาติและยอมรับได้ทั่วไป ในการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการจนถึงกึ่งทางการเลยนะ ลองคิดถึงประโยคอย่าง “What are you looking for?” ดูสิ มันฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า “For what are you looking?” เยอะเลยใช่ไหมล่ะ?
Myth #2: ห้ามขึ้นต้นประโยคด้วย ‘And’ หรือ ‘But’ 🙅♂️
นี่คืออีกหนึ่งความเชื่อที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่สมัยประถม! จริงอยู่ที่เราถูกสอนให้หลีกเลี่ยงเพื่อฝึกสร้างประโยคที่สมบูรณ์ แต่ในความเป็นจริง นักเขียนเก่งๆ ทั่วโลกใช้ And และ But ขึ้นต้นประโยคเพื่อเน้นย้ำความรู้สึกและสร้างสไตล์ให้งานเขียนดูน่าสนใจมากขึ้น กุญแจสำคัญคือการใช้ให้ถูกจังหวะและไม่ใช้บ่อยเกินไป จนกลายเป็นความฟุ่มเฟือย And it works perfectly! But don’t overdo it. เห็นไหมล่ะ? การใช้เป็นครั้งคราวช่วยให้ประโยคมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลย
Myth #3: ‘i.e.’ กับ ‘e.g.’ ใช้แทนกันได้เลย 🤔
ชาว คณะศิลปศาสตร์ ต้องเจอสองคำนี้บ่อยแน่ๆ และหลายคนก็ยังสับสนอยู่ ขอบอกเลยว่าสองคำนี้มีความหมายต่างกันชัดเจนนะ!
- e.g. ย่อมาจาก exempli gratia (ภาษาละติน) แปลว่า “for example” หรือ “ตัวอย่างเช่น” ใช้เพื่อยกตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น เช่น “I love citrus fruits, e.g., oranges and lemons.” (ฉันชอบผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้มและมะนาว)
- i.e. ย่อมาจาก id est (ภาษาละตินอีกแล้ว!) แปลว่า “in other words” หรือ “กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ” ใช้เพื่อขยายความหรืออธิบายสิ่งที่พูดไปให้ชัดเจนขึ้น เช่น “The exam is on the last day of the month, i.e., June 30th.” (สอบวันสุดท้ายของเดือน หรือก็คือวันที่ 30 มิ.ย.)
เคล็ดลับพิชิต Grammar ฉบับเด็กคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
นอกจากการทลายความเชื่อผิดๆ แล้ว เรามาดูเคล็ดลับที่จะทำให้ Grammar ของชาว คณะศิลปศาสตร์ SPU ปังยิ่งขึ้นกันดีกว่า!
- อ่านให้เยอะ: การอ่านบทความ หนังสือ หรือข่าวภาษาอังกฤษ จะช่วยให้เราซึมซับโครงสร้างประโยคที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติได้เอง
- ฝึกเขียนบ่อยๆ: ไม่ต้องกลัวผิด! ลองเขียนไดอารี่สั้นๆ หรือสรุปเนื้อหาที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ จะทำให้เราคุ้นเคยกับการใช้ไวยากรณ์มากขึ้น
- ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์: มีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมากมายที่ช่วยตรวจไวยากรณ์เบื้องต้นได้ ลองหามาใช้ดูสิ!
- เรียนรู้จากเพื่อนและอาจารย์: ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เรามีอาจารย์และเพื่อนๆ ที่พร้อมจะช่วยเหลือ ลองแลกเปลี่ยนความรู้และปรึกษากันได้เสมอเลยนะ! ลองดูรายละเอียด หลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์ SPU เพื่อหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติมได้เลย!
สุดท้ายนี้…อยากบอกว่า Grammar ไม่ใช่ปีศาจร้ายที่ต้องกลัว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสื่อสารได้ชัดเจนและทรงพลัง ในฐานะนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ พวกเราคือนักสื่อสารในอนาคต มาสนุกกับการเรียนรู้และใช้ภาษาอย่างมั่นใจกันเถอะ!












