🌟 ข้อดีสุดว้าว! เมื่อ AI มาเป็นติวเตอร์ส่วนตัว
ต้องยอมรับเลยว่า AI ทำให้การเรียนภาษาสะดวกขึ้นมากจริง ๆ ลองนึกภาพตามนะ…
- เพื่อนฝึกพูด 24/7: อยากฝึกออกเสียงตอนตีสาม? ไม่มีปัญหา! AI Chatbot พร้อมคุยกับเราทุกเมื่อ ช่วยแก้ปัญหาความเขินอายเวลาต้องพูดกับคนจริง ๆ แถมยังช่วยเช็กการออกเสียง (Pronunciation) ได้ทันที
- การเรียนรู้ที่ใช่สำหรับเรา: AI สามารถวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของเราได้ เช่น ถ้าเราไม่แม่นคันจิตัวไหน มันก็จะสร้างแบบฝึกหัดเรื่องนั้นมาให้เราทำซ้ำ ๆ เป็นการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ที่หาไม่ได้ในห้องเรียนรวม
- คลังความรู้ไร้ขีดจำกัด: แค่พิมพ์ถาม AI ก็สามารถหาตัวอย่างประโยค บทความ หรือข่าวสารเป็นภาษาที่เราเรียนมาให้ได้ทันที ช่วยให้เราเห็นการใช้ภาษาในบริบทจริง ๆ ได้หลากหลายมากขึ้น
🤔 ข้อจำกัดของ AI ที่ชาวคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ต้องรู้!
แม้ AI จะเก่งกาจ แต่ก็ยังมีจุดอ่อนสำคัญที่ชาว คณะศิลปศาสตร์ อย่างเราต้องเข้าใจ เพื่อที่จะได้ใช้เครื่องมือนี้อย่างชาญฉลาดที่สุด
- ขาดความเข้าใจในวัฒนธรรม: AI อาจจะแปลคำว่า “เกรงใจ” เป็นภาษาญี่ปุ่นหรือจีนได้ตรงตัว แต่ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกและบริบททางวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังได้อย่างลึกซึ้งเท่ากับอาจารย์ผู้มีประสบการณ์
- อาจแปลผิดพลาดในประโยคซับซ้อน: ในประโยคที่มีความหมายแฝง คำสแลง หรือสำนวนที่ต้องตีความ AI ยังมีโอกาสแปลผิดพลาดได้สูง การพึ่งพามากเกินไปอาจทำให้เราจำข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
- ไม่มีปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์: AI ให้กำลังใจเราไม่ได้เหมือนอาจารย์ และไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ หรือความสนุกสนานในห้องเรียนได้เท่ากับการเรียนกับเพื่อน ๆ และคณาจารย์ที่ SPU ของเรา
จากเทคโนโลยีและความลึกซึ้งจากมนุษย์ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคตอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในการศึกษา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ รายงานจาก UNESCO ซึ่งเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือระดับโลก












