5 ขั้นตอนการฝึกวรรณยุกต์ภาษาจีนอย่างมืออาชีพ ในรั้วคณะศิลปศาสตร์ SPU

5 ขั้นตอนการฝึกวรรณยุกต์ภาษาจีนอย่างมืออาชีพ ในรั้วคณะศิลปศาสตร์ SPU

สวัสดีจ้าาา! น้องๆ ชาว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทุกคนนน! ใครที่กำลังเรียนภาษาจีนแล้วรู้สึกว่า “วรรณยุกต์” คือบอสใหญ่ที่ต้องฝ่าไปให้ได้บ้าง? ยกมือขึ้น! 🙋‍♀️ บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไปนะ เพราะวันนี้พี่ๆ มีเคล็ดลับเด็ดๆ 5 ขั้นตอนที่จะเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุก ชนิดที่ว่าเรียนจบไป พูดจีนเป๊ะปัง สำเนียงอย่างกับเจ้าของภาษามาเองเลยล่ะ! พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเล้ยยย!

นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ SPU กำลังเรียนภาษาจีนอย่างมีความสุข

🎯 ขั้นตอนที่ 1: เข้าใจพื้นฐานให้แน่นปึ้ก!

ก่อนจะไปผจญภัย เราต้องมีแผนที่ก่อน! วรรณยุกต์ในภาษาจีนกลางมี 4 เสียงหลัก กับอีก 1 เสียงเบา จำง่ายๆ แบบนี้เลย:

  • เสียง 1 (อิน) 🇨🇳: เสียงสามัญ สูงงงง และตรงยาวๆ เหมือนขีดตรง ā
  • เสียง 2 (หยาง) ↗️: เสียงจัตวา ลากเสียงขึ้นจากกลางไปสูง เหมือนเราถามว่า “หา?” á
  • เสียง 3 (ช่าง) V : เสียงเอกต่ำ กดเสียงลงต่ำแล้วงัดขึ้นนิดๆ เหมือนเครื่องหมาย “ถูก” ǎ
  • เสียง 4 (ชวี่) ↘️: เสียงโท ตะคอกสั้นๆ! จากสูงลงต่ำเร็วๆ เหมือนสั่งว่า “ไป!” à
  • เสียงเบา (ชิงเซิง) ·: เสียงสั้นๆ เบาๆ ไม่มีเครื่องหมายวรรณยุกต์ แค่ออกเสียงต่อท้ายเบาๆ ก็พอจ้า a

🎧 ขั้นตอนที่ 2: ฟังเยอะๆ พูดตามเยอะๆ (Listen & Mimic)

อยากพูดเก่งก็ต้องฟังเยอะๆ! ลองหาซีรีส์จีน เพลงจีน หรือ Podcast ที่ชอบมาฟังบ่อยๆ แล้วพยายามพูดตาม อินเนอร์ต้องมา! การฟังเสียงเจ้าของภาษาจริงๆ จะช่วยให้หูเราคุ้นชินกับระดับเสียงที่ถูกต้อง การเรียนใน มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีอาจารย์เจ้าของภาษาคอยแนะนำ ยิ่งทำให้เราพัฒนาได้ไวขึ้นไปอีก! แนะนำให้ลองใช้เว็บ Forvo เพื่อฟังการออกเสียงคำต่างๆ จากเจ้าของภาษาทั่วโลกเลยนะ!

🖐️ ขั้นตอนที่ 3: ใช้ภาษามือช่วยจำ ทำแล้วเวิร์ค!

เทคนิคสุดคลาสสิกที่ได้ผลชะงัด! ใช้มือวาดตามเสียงวรรณยุกต์ไปด้วยตอนฝึกพูด จะช่วยให้สมองจดจำทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น

  • เสียง 1: ลากมือเป็นเส้นตรงในอากาศ
  • เสียง 2: วาดมือเฉียงขึ้น
  • เสียง 3: วาดมือเป็นรูปตัว V
  • เสียง 4: ตบมือลงเร็วๆ

ลองทำดูสิ สนุกแถมจำแม่นด้วยนะ!

🗣️ ขั้นตอนที่ 4: ฝึกเป็นคู่คำ พิชิตเสียงเพี้ยน

ภาษาจีนมีความมหัศจรรย์ตรงที่เสียงเปลี่ยน ความหมายก็เปลี่ยน! การฝึกออกเสียงคำศัพท์เป็นคู่ๆ ที่เสียงวรรณยุกต์ต่างกัน จะทำให้เราเห็นความสำคัญและแยกแยะเสียงได้ดีขึ้น เช่น mǎi (买 ซื้อ) กับ mài (卖 ขาย) หรือ tāng (汤 ซุป) กับ táng (糖 น้ำตาล) เห็นมั้ยว่าพลาดไม่ได้เลย!

เทคนิคนี้แหละที่ คณะศิลปศาสตร์ SPU แนะนำ!

ที่ คณะศิลปศาสตร์ SPU เราเน้นการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้นักศึกษาได้ฝึกฝนกับเพื่อนๆ และอาจารย์อยู่เสมอ การฝึกเป็นคู่แบบนี้ช่วยให้การเรียนไม่น่าเบื่อและพัฒนาได้เร็วจริงๆ

🎤 ขั้นตอนที่ 5: อัดเสียงตัวเองแล้วฟัง คือกระจกที่ดีที่สุด

อาจจะเขินๆ หน่อยในช่วงแรก แต่เชื่อเถอะว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการเช็กข้อผิดพลาดของตัวเอง ลองใช้แอปอัดเสียงในมือถือ อัดเสียงตอนเราอ่านบทความหรือคำศัพท์ แล้วเปิดฟังเทียบกับเสียงของเจ้าของภาษา เราจะรู้ทันทีว่าเสียงไหนเพี้ยนและต้องแก้ไขตรงไหน บอกเลยว่าวิธีนี้จะทำให้สกิลการออกเสียงพุ่งพรวด!

เห็นไหมล่ะว่าการฝึกวรรณยุกต์ภาษาจีนไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แค่มีเทคนิคที่ถูกต้องและความสม่ำเสมอ บวกกับสภาพแวดล้อมดีๆ และอาจารย์ที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในรั้ว SPU ใครๆ ก็เป็นเทพภาษาจีนได้! ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์ SPU แล้วมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ!

Most Popular

Categories