อัปสกิลภาษาอังกฤษให้โปรเหมือน Native Speaker ไปกับทริคง่ายๆ ที่ชาว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ต้องรู้!
หวัดดีจ้าชาวแก๊งค์! น้อง ๆ เด็กคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ทุกคนนน! เคยไหม? เวลาดูหนังฝรั่งแล้วงงว่าทำไมคำกริยาง่าย ๆ อย่าง get, put, take พอมีคำอื่นมาต่อท้ายแล้วความหมายเปลี่ยนไปเลย! สิ่งนี้แหละที่เรียกว่า Phrasal Verbs (กริยาวลี) ซึ่งเป็นเสน่ห์ของภาษาอังกฤษที่ทำให้การสื่อสารมีสีสันและเป็นธรรมชาติสุด ๆ วันนี้พี่ ๆ เลยรวม 5 Phrasal Verbs เด็ด ๆ ที่ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและตอนฝึกงานมาฝากกัน รับรองว่าใช้แล้วปังแน่นอน!
มาดูกัน! 5 Phrasal Verbs ที่เด็กคณะศิลปศาสตร์ SPU ต้องรู้
1. Bring up
คำนี้ฮิตมาก! ไม่ได้แปลว่า “ยกอะไรขึ้นมา” ตรง ๆ แต่หมายถึง “การหยิบยกประเด็นอะไรบางอย่างขึ้นมาพูด” ค่ะ
- ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน: “Don’t bring up the party again. My mom is still mad.” (อย่าพูดเรื่องปาร์ตี้ขึ้นมาอีกนะ แม่ฉันยังโกรธอยู่เลย)
- ตัวอย่างในการทำงาน: “I’d like to bring up the budget for our new project in the meeting.” (ฉันอยากจะยกเรื่องงบประมาณของโปรเจกต์ใหม่ขึ้นมาคุยในที่ประชุมค่ะ)
- เคล็ดลับ: ลองดูความหมายและตัวอย่างเพิ่มเติมจาก Cambridge Dictionary เพื่อความเป๊ะ!
2. Carry out
ไม่ใช่การ “ถือออกไป” นะจ๊ะ แต่หมายถึง “การลงมือทำ, ปฏิบัติ, หรือทำให้สำเร็จ” โดยเฉพาะกับแผนงานหรือคำสั่ง
- ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน: “The students will carry out a survey for their research.” (นักศึกษาจะทำการสำรวจสำหรับงานวิจัยของพวกเขา)
- ตัวอย่างในการทำงาน: “Our team was assigned to carry out the marketing campaign.” (ทีมของเราได้รับมอบหมายให้ดำเนินแคมเปญการตลาด)
3. Look forward to
วลีสุดคลาสสิกที่แสดงความรู้สึกดี ๆ แปลว่า “ตั้งตารอคอย (สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต)” อย่างใจจดใจจ่อ
- ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน: “I’m really looking forward to the SPU Open House event!” (ฉันตั้งตารอคอยงานเปิดบ้านของ SPU มาก ๆ เลย!)
- ตัวอย่างในการทำงาน: (ใช้ปิดท้ายอีเมลสมัครงาน/ติดต่อธุรกิจ) “I look forward to hearing from you soon.” (ฉันหวังว่าจะได้รับการติดต่อกลับจากคุณในเร็ว ๆ นี้นะคะ)
4. Get along with
สกิลสำคัญของบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม เลย! คำนี้หมายถึง “เข้ากันได้ดี, มีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครบางคน”
- ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน: “I’m lucky that I get along with all my roommates.” (ฉันโชคดีมากที่เข้ากับเพื่อนร่วมห้องได้ทุกคนเลย)
- ตัวอย่างในการทำงาน: “To be successful, you must get along with your colleagues.” (การที่จะประสบความสำเร็จได้ คุณต้องเข้ากับเพื่อนร่วมงานให้ได้)
5. Break down
นอกจากจะแปลว่า “พัง” หรือ “เสีย” ได้แล้ว ในอีกบริบทหนึ่งยังหมายถึง “การอธิบายอย่างละเอียด, การแบ่งข้อมูลที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนย่อย ๆ” เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
- ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน: “Can you break down the main points of the lecture for me?” (เธอช่วยสรุปประเด็นหลัก ๆ ของเลคเชอร์ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม)
- ตัวอย่างในการทำงาน: “Let’s break down this project into smaller tasks.” (เรามาแบ่งโปรเจกต์นี้ออกเป็นงานย่อย ๆ กันเถอะ)
เห็นมั้ยคะว่าไม่ยากเลย! การใช้ Phrasal Verbs ได้คล่องจะทำให้สกิลการสื่อสารภาษาอังกฤษของเราดูเป็นธรรมชาติและโปรขึ้นอีกหลายระดับเลย นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทักษะที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ตั้งใจมอบให้กับนักศึกษาทุกคน อยากรู้ว่ามีวิชาอะไรเจ๋ง ๆ อีกบ้างที่ช่วยอัปสกิลให้เราพร้อมสำหรับโลกการทำงาน คลิกไปดู หลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์ SPU ได้เลย!












