สอบตรงได้ไม่ยาก! คณะศิลปศาสตร์ SPU เผยเทคนิคติวเปรี้ยว “วรรณยุกต์จีน” สำหรับเด็กม.ปลาย

สอบตรงได้ไม่ยาก! คณะศิลปศาสตร์ SPU เผยเทคนิคติวเปรี้ยว “วรรณยุกต์จีน” สำหรับเด็กม.ปลาย

ฮัลโหลน้อง ๆ ม.ปลาย ว่าที่เฟรชชี่ทุกคน! ใครกำลังเล็งยื่นพอร์ตเข้า คณะศิลปศาสตร์ แต่แอบกังวลกับภาษาจีน โดยเฉพาะเรื่อง “วรรณยุกต์จีน” ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าหินสุด ๆ บ้าง? วันนี้พี่ ๆ จาก มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จะมาเผยเทคนิคติวสุดจี๊ด ที่จะเปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องสนุก เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย!

ทำความรู้จักวรรณยุกต์จีนกันก่อน! มันสำคัญยังไง?

น้อง ๆ ลองนึกภาพตามนะคะ คำว่า “มา” ในภาษาไทย ถ้าเราเปลี่ยนเสียงเป็น “ม้า” หรือ “หมา” ความหมายก็เปลี่ยนไปเลยใช่มั้ยล่ะ? ภาษาจีนก็เหมือนกันเลย! วรรณยุกต์ หรือที่เรียกว่า “เซิงเตี้ยว” (声调) คือระดับเสียงสูง-ต่ำของพยางค์ ที่เป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสาร ถ้าออกเสียงผิดนิดเดียว ความหมายอาจจะเพี้ยนไปไกลเลยก็ได้ จากจะชมว่า “แม่สวย” (māma hěn měi) อาจจะกลายเป็น “ม้าสวย” (mǎma hěn měi) ได้เลยนะ! เห็นมั้ยว่าสำคัญขนาดไหน!

เจาะลึก 4+1 เสียงมหัศจรรย์ของวรรณยุกต์จีน

ภาษาจีนกลางมีวรรณยุกต์หลัก ๆ 4 เสียง และอีก 1 เสียงเบา มาดูกันว่าแต่ละเสียงเป็นยังไงบ้าง พี่ ๆ มีทริคง่าย ๆ มาฝากด้วย

  • เสียงที่ 1 (—) หรือ อินผิง (阴平): เสียงสูงปรี๊ดดด ลากยาวไปเลย เหมือนคุณหมอบอกให้อ้าปาก “อาาาา” เช่นคำว่า mā (妈) ที่แปลว่า แม่
  • เสียงที่ 2 (/) หรือ หยางผิง (阳平): เสียงไต่ระดับขึ้นไป เหมือนเราถามด้วยความสงสัย “ห๊ะ?” หรือ “อะไรนะ?” เช่นคำว่า má (麻) ที่แปลว่า ป่าน
  • เสียงที่ 3 (∨) หรือ ส่างเซิง (上声): เสียงลงต่ำแล้ววกกลับขึ้นมา เหมือนเราพยักหน้า “อื้มมม” เช่นคำว่า mǎ (马) ที่แปลว่า ม้า
  • เสียงที่ 4 (\) หรือ ชวี่เซิง (去声): เสียงปล่อยดิ่งลงมาสั้น ๆ หนักแน่น เหมือนเราสั่งใคร “หยุด!” เช่นคำว่า mà (骂) ที่แปลว่า ดุด่า
  • เสียงเบา (ไม่มีเครื่องหมาย): ออกเสียงสั้น ๆ เบา ๆ เหมือนเป็นส่วนเสริมของคำข้างหน้า เช่น ma (吗) ที่เป็นคำถาม

เทคนิคติวเปรี้ยว สไตล์คณะศิลปศาสตร์ SPU

ถึงเวลาของไฮไลต์! ที่ คณะศิลปศาสตร์ SPU เราไม่ได้สอนให้ท่องจำ แต่เราสอนให้เข้าใจและสนุกไปกับมัน! มาดูเทคนิคสุดปังกันเลย

  1. ใช้ภาษากายช่วยจำ (Hand Gestures): ลองใช้มือวาดตามเสียงวรรณยุกต์ดูสิ! เสียง 1 ลากมือตรง ๆ, เสียง 2 วาดมือขึ้น, เสียง 3 วาดมือเป็นรูปตัว V, เสียง 4 ตบมือลง! ทำบ่อย ๆ ร่างกายจะจำได้เองอัตโนมัติเลย!
  2. ร้องเพลงเปลี่ยนโลก: หาเพลงเด็กภาษาจีนง่าย ๆ หรือเพลงฮิตจาก TikTok มาแกะเสียงวรรณยุกต์ดู การมีเมโลดี้จะช่วยให้เราจำโทนเสียงได้ง่ายและเป็นธรรมชาติมากขึ้นเยอะ!
  3. แอปพลิเคชันคือเพื่อนซี้: สมัยนี้มีแอปฯ ดี ๆ เยอะมาก ลองหาแอปฯ ที่มีฟังก์ชันฝึกออกเสียงแล้วให้ AI ช่วยเช็กสิว่าเราออกเสียงถูกมั้ย เหมือนมีเหล่าซือส่วนตัวเลยนะ! การฝึกฝนกับเทคโนโลยีแบบนี้เป็นสิ่งที่ หลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์ SPU สนับสนุนเต็มที่

ทำไมต้องเรียนภาษาจีนที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม?

เพราะที่ SPU เราไม่ได้ให้แค่ความรู้ในตำรา แต่เราสร้าง “ตัวจริง” ในวงการภาษา! ที่นี่น้อง ๆ จะได้เรียนกับอาจารย์เจ้าของภาษาและอาจารย์คนไทยที่มีประสบการณ์สูง หลักสูตรทันสมัย เน้นการนำไปใช้ได้จริง มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่จีน และมี Connection สุดปังกับบริษัทชั้นนำมากมาย เรียนจบไปมีงานทำแน่นอน!

เห็นไหมคะว่าการเรียนวรรณยุกต์จีนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่มีเทคนิคที่ใช่และมีสถาบันที่พร้อมสนับสนุนอย่าง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ความฝันของน้อง ๆ ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว! มาเป็นครอบครัว SPU ด้วยกันนะคะ!

Most Popular

Categories