เขียนโปรแกรมเก่งอย่างเดียวเพียงพอไหมสำหรับการทำงานสายไอที?
คำตอบในโลกการทำงานยุคใหม่คือ “อาจยังไม่พอ”
องค์กรไม่ได้มองหาเพียงคนที่เขียน Code เป็น วิเคราะห์ Data ได้ หรือใช้งาน AI เก่ง แต่ยังต้องการคนที่สามารถแก้ปัญหา สื่อสารกับทีม เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น ทักษะสายไอที ในวันนี้จึงประกอบด้วยทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ซึ่งต้องพัฒนาไปพร้อมกัน
World Economic Forum ระบุใน Future of Jobs Report 2025 ว่า AI and Big Data, Networks and Cybersecurity และ Technological Literacy อยู่ในกลุ่มทักษะที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะเดียวกันทักษะของมนุษย์อย่าง Creative Thinking, Resilience, Flexibility และ Agility ยังคงมีความสำคัญต่อการทำงานในอนาคต
ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก Future of Jobs Report 2025 – World Economic Forum
Hard Skills: ทักษะที่ทำให้เรา “ทำงานเป็น”
Hard Skills คือความรู้และความสามารถทางเทคนิคที่สามารถเรียน ฝึก และประเมินผลได้
สำหรับคนสายเทคโนโลยี ตัวอย่าง ทักษะสายไอที ที่ควรมี ได้แก่
Programming & Software Development
เช่น Python, JavaScript, Java หรือภาษาอื่นตามสายงาน รวมถึง Git, API และ Software Development Process
Data & Database
เข้าใจ SQL, Database, Data Visualization และการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
AI & Automation
เข้าใจ Generative AI, Prompt Engineering, AI Agent และการนำ AI ไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
Cloud & DevOps
มีพื้นฐาน Cloud Computing, Container, Deployment และ CI/CD
Cybersecurity
เข้าใจการรักษาความปลอดภัยของ Account, Network, Application และข้อมูล
แต่ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกด้าน สิ่งสำคัญคือมีพื้นฐานกว้างและเลือกพัฒนาความเชี่ยวชาญอย่างน้อยหนึ่งด้านให้ลึก
Soft Skills: ทักษะที่ทำให้เรา “ทำงานร่วมกับคนอื่นเป็น”
Software หนึ่งระบบไม่ได้สร้างโดย Programmer เพียงคนเดียว แต่ต้องทำงานกับ Designer, Data Analyst, Business Team, Customer และผู้ใช้งาน
Soft Skills ที่สำคัญจึงประกอบด้วย
- Problem Solving — แยกปัญหาใหญ่เป็นปัญหาเล็กและหาวิธีแก้อย่างเป็นระบบ
- Communication — อธิบายเรื่องเทคนิคให้คนที่ไม่ใช่สายไอทีเข้าใจ
- Teamwork — ทำงานร่วมกับคนที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน
- Critical Thinking — ตรวจสอบข้อมูลและไม่เชื่อผลลัพธ์จาก AI โดยอัตโนมัติ
- Adaptability — พร้อมเรียนรู้เครื่องมือและวิธีทำงานใหม่
- Time Management — จัดลำดับความสำคัญและส่งมอบงานได้ตามเป้าหมาย
OECD ยังชี้ให้เห็นว่าโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วทำให้การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการพัฒนาทักษะที่ปรับตามความต้องการของตลาดมีความสำคัญมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ OECD Skills Outlook 2025
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “เราเก่งหรือยัง?” แต่คือ “เดือนหน้าจะพัฒนาทักษะอะไรเพิ่ม?”
สูตรพัฒนา Future Skills: 1 + 1 + 1
ลองกำหนดเป้าหมายทุก 3 เดือนด้วยสูตรง่าย ๆ
1 Hard Skill — เช่น Python, SQL, Cloud หรือ AI
1 Soft Skill — เช่น Communication หรือ Problem Solving
1 Project — นำสองทักษะมาสร้างผลงานจริง
ตัวอย่างเช่น เรียน Data Analytics + ฝึก Presentation + สร้าง Dashboard วิเคราะห์ยอดขายหนึ่ง Project
วิธีนี้ทำให้ ทักษะสายไอที ไม่ได้อยู่แค่ใน Certificate แต่กลายเป็น Portfolio ที่แสดงให้เห็นว่าเรานำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาได้จริง
เตรียมพร้อม Future Skills กับ IT SPU
ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว คนสายไอทีที่ได้เปรียบจึงไม่ใช่คนที่รู้เครื่องมือมากที่สุด แต่คือคนที่มีพื้นฐานแข็งแรง เรียนรู้เร็ว ทำงานกับคนอื่นได้ และสามารถนำเทคโนโลยีไปสร้าง Solution ให้เกิดขึ้นจริง
สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการพัฒนา ทักษะสายไอที ทั้ง Software Development, AI, Data, Cybersecurity, Cloud และเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อม Soft Skills ผ่านการเรียนรู้และการลงมือทำ Project สามารถต่อยอดเส้นทางสู่โลกการทำงานได้ที่ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
เพราะ Future Skills ที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การรู้ทุกเทคโนโลยี แต่คือ ความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างสิ่งใหม่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป


