อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยี วิถีชีวิต และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้มองหาการเดินทางเพื่อเช็กอินสถานที่สำคัญเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” การออกแบบการเดินทางที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของตลาดโลก โดย 10 เทรนด์การท่องเที่ยวที่น่าจับตามองในปี 2026 ประกอบด้วย
- Coolcation Travel การเดินทางสู่พื้นที่ที่มีอากาศเย็นสบาย เน้นธรรมชาติ ป่าไม้ และภูเขา เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน
- Slow Travel การท่องเที่ยวแบบใช้เวลา ซึมซับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
- Solo Travel การเดินทางคนเดียวที่ให้ความสำคัญกับอิสระ ความปลอดภัย และประสบการณ์เฉพาะบุคคล
- Off-Season Travel การเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยว เพื่อลดความแออัดและได้รับประสบการณ์ที่แตกต่าง
- Foodie Travel การท่องเที่ยวผ่านวัฒนธรรมอาหาร ทั้งการลิ้มรสเมนูท้องถิ่นและการเรียนรู้การประกอบอาหาร
- Hyper-Personalised Travel การออกแบบการเดินทางเฉพาะบุคคล โดยอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี AI และโซเชียลมีเดีย
- AI Fellow Travel การใช้ AI เป็นผู้ช่วยวางแผนการเดินทาง ค้นหาข้อมูล จองบริการ และอัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์
- Holistic Travel การท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ครอบคลุมมากกว่าการท่องเที่ยวเชิง Wellness
- Value Driven Travel การเลือกเดินทางเพื่อสร้างคุณค่าให้กับตนเอง ชุมชน และสังคม
- Low-Carbon Luxury Travel การท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่ควบคู่กับแนวคิดการลดการปล่อยคาร์บอนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เรียนรู้เพื่อก้าวทันโลกการท่องเที่ยวยุคใหม่
วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเปลี่ยนเทรนด์ระดับโลกให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ผ่าน สาขาวิชาการจัดการธุรกิจโรงแรมและการออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว (Hotel Business Management and Tourist Experience Design: HTE) ซึ่งมุ่งผลิตบัณฑิตให้เป็น Experience Designer และ Tourism Innovator ที่พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคต
นักศึกษาจะได้พัฒนาความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับแนวโน้มของโลก ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในการออกแบบการเดินทาง การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่สร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน ตลอดจนการสร้างประสบการณ์สำหรับตลาดเฉพาะ (Niche Market) เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียว
เมื่อโลกของการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้เพื่อเข้าใจเทรนด์และสามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้จริง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบุคลากรที่พร้อมแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวระดับสากล













