การประยุกต์ใช้ AI และ Influencer Marketing ในกิจกรรมสร้างแบรนด์: กรณีศึกษาสำหรับสาขาการตลาดดิจิทัล

ผสานพลัง AI และ Influencer Marketing: กลยุทธ์สร้างแบรนด์ฉบับ สาขาการตลาดดิจิทัล มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ในยุคที่ภูมิทัศน์การตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วการแข่งขันในโลกธุรกิจทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ แบรนด์ต่างๆ ต้องมองหาเครื่องมือและกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความโดดเด่นและเข้าถึงใจผู้บริโภค สองพลังขับเคลื่อนสำคัญที่กำลังปฏิวัติวงการคือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) บทความนี้จะเจาะลึกถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทั้งสองร่วมกัน เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง โดยมีกรณีศึกษาจากหลักสูตรที่ทันสมัยของคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาดดิจิทัลมหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งเป็นแนวหน้าในการสร้างนักการตลาดยุคใหม่ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายเหล่านี้

1. AI: มากกว่าแค่หุ่นยนต์ แต่คือผู้ช่วยนักการตลาดอัจฉริยะ

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในบริบทของการตลาดไม่ใช่เรื่องของหุ่นยนต์ แต่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล (Big Data) เพื่อค้นหารูปแบบ, คาดการณ์พฤติกรรม และทำการตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติ พลังของ AI ช่วยให้นักการตลาดทำงานได้เฉียบคมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในหลายมิติ เช่น:

  • Personalization at Scale: AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแต่ละรายเพื่อนำเสนอสินค้า, บริการ หรือคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของพวกเขาได้อย่างแม่นยำ
  • Predictive Analytics: การคาดการณ์แนวโน้มตลาด, ทำนายว่าลูกค้าคนไหนมีโอกาสจะเลิกใช้บริการ (Churn Rate) เพื่อวางแผนการตลาดเชิงรุกได้
  • Marketing Automation: การใช้ Chatbot ตอบคำถามลูกค้า 24 ชั่วโมง หรือการส่งอีเมลแคมเปญที่ปรับเปลี่ยนเนื้อหาตามพฤติกรรมผู้รับโดยอัตโนมัติ

2. Influencer Marketing: เสียงที่ทรงพลังในยุคดิจิทัล

การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ทางเลือก” มาสู่การเป็น “กลยุทธ์หลัก” ของหลายแบรนด์ เพราะผู้บริโภคยุคใหม่เชื่อถือคำแนะนำจากบุคคลที่พวกเขาติดตามและชื่นชอบมากกว่าโฆษณาแบบดั้งเดิม หัวใจสำคัญคือ ความน่าเชื่อถือ (Authenticity) และ การมีส่วนร่วม (Engagement) ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้กับผู้ติดตามได้อย่างเป็นธรรมชาติ

3. Synergy of Titans: เมื่อ AI ผสานพลังกับ Influencer Marketing

การนำ AI มาประยุกต์ใช้กับการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่การแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการติดอาวุธให้นักการตลาดทำงานได้อย่างมีข้อมูลและวัดผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือจุดที่การผสมผสานนี้สร้างพลังทวีคูณ:

การค้นหาและคัดเลือก Influencer ที่ใช่ด้วย AI

แทนที่จะใช้เวลาหลายชั่วโมงเลื่อนดูโปรไฟล์ เครื่องมือ AI สามารถวิเคราะห์อินฟลูเอนเซอร์นับล้านคนในเวลาอันสั้น โดยพิจารณาจาก:

  • Audience Demographics: ผู้ติดตามเป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์จริงหรือไม่
  • Engagement Quality: ตรวจจับบัญชีผู้ติดตามปลอม (Fake Followers) และวิเคราะห์คุณภาพของการมีส่วนร่วม
  • Brand Affinity: อินฟลูเอนเซอร์คนนั้นเคยพูดถึงแบรนด์หรือคู่แข่งในแง่มุมใดมาก่อน

การวัดผลแคมเปญที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

AI ช่วยให้เราก้าวข้ามการวัดผลแค่ยอดไลค์หรือคอมเมนต์ ไปสู่การวิเคราะห์ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น Sentiment Analysis เพื่อดูว่าผู้คนรู้สึกอย่างไรกับแคมเปญ, การติดตาม Conversion Rate ที่แท้จริง และการคำนวณ ROI (Return on Investment) ได้อย่างแม่นยำ

4. กรณีศึกษาจากรั้ว SPU: หลักสูตร สาขาการตลาดดิจิทัล มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ที่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ตระหนักดีว่านักการตลาดยุคใหม่ต้อง “รู้ลึกและทำเป็น” หลักสูตรของ สาขาการตลาดดิจิทัล จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงกับเครื่องมือและกลยุทธ์ที่ทันสมัยที่สุด

นักศึกษาจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือ Social Listening ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อวิเคราะห์เทรนด์และค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับแบรนด์, เรียนรู้การใช้แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวัดผลแคมเปญอย่างมืออาชีพ และฝึกฝนการวางกลยุทธ์ Influencer Marketing ที่ไม่ใช่แค่การจ้าง แต่เป็นการสร้างความร่วมมือ (Collaboration) ที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้คือทักษะที่ตลาดงานกำลังต้องการอย่างสูง สามารถอ่านข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่ Marketing Oops! ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลชั้นนำด้านการตลาด ที่มักนำเสนอเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

การเรียนการสอนที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตำรา แต่เน้นการทำโปรเจกต์จริง, Workshop กับผู้เชี่ยวชาญในวงการ และการใช้เครื่องมือจริงที่บริษัทชั้นนำใช้กัน เพื่อให้นักศึกษาจาก คณะบริหารธุรกิจ พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานได้ทันทีที่สำเร็จการศึกษา (ดูรายละเอียดคณะบริหารธุรกิจเพิ่มเติมที่นี่)


บทสรุป: ก้าวสู่การเป็นนักการตลาดแห่งอนาคต

การผสานพลังระหว่าง AI และ Influencer Marketing คืออนาคตของการสร้างแบรนด์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ มันคือการผสมผสานระหว่าง “ศาสตร์” ของข้อมูลและเทคโนโลยี กับ “ศิลป์” ของการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์ การเตรียมความพร้อมด้วยความรู้และทักษะที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และนั่นคือสิ่งที่ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาดดิจิทัล มหาวิทยาลัยศรีปทุม มุ่งมั่นที่จะมอบให้กับนักศึกษาทุกคน เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมเป็นผู้นำในโลกการตลาดยุคดิจิทัลต่อไป

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories