มหาวิทยาลัยศรีปทุมจัดตั้งขึ้นด้วยความสำนึกของ ดร.สุข พุคยาภรณ์ ที่ต้องการทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ด้วยการสร้างสถาบันการศึกษาขึ้นเพื่อพัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถ อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาความเจริญให้แก่ประเทศชาติต่อไป โดยมหาวิทยาลัยศรีปทุมได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2513 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในห้าแห่งแรกของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "ศรีปทุม" และพระราชทานความหมายว่า "เป็นบ่อเกิดแห่งวิชาที่เบิกบานเช่นดอกบัว" พร้อมทั้งได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดป้ายนาม "วิทยาลัยศรีปทุม" และพระราชทานปริญญาบัตร อนุปริญญา และประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษารุ่นที่ 1, 2 และ 3
ขยายสู่วิทยาเขตสมบูรณ์แบบที่จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระด้านการจัดการการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของรัฐบาล และตอบสนองความต้องการของเยาวชนในส่วนภูมิภาค มหาวิทยาลัยฯ จึงได้ขยายวิทยาเขตออกไปในปีการศึกษา 2530 โดยได้จัดตั้งวิทยาเขตที่สมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรกที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2530
หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อพัฒนานักบริหาร ในปี พ.ศ.2537 มหาวิทยาลัยฯ ได้ตระหนักถึงความต้องการในการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องสำหรับผู้บริหาร ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งขององค์กร จึงขออนุมัติทบวงมหาวิทยาลัย (ในขณะนั้น) จัดตั้งมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาคารพญาไท ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ ณ อาคาร SM Tower ชั้น 17 และชั้น 20 เขตพญาไท เพื่อเปิดสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาสำหรับนักบริหาร
จากพันธกิจสู่บัณฑิตที่เพียบพร้อม นับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลามากกว่า 4 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้ปฏิบัติพันธกิจหลัก 4 ประการของสถาบันอุดมศึกษา คือ การสอน การวิจัย การให้บริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมได้อย่างครบถ้วน โดยมีปณิธานที่จะสร้างบัณฑิตศรีปทุมให้เป็นผู้กอปรด้วย "ปัญญา ความเชี่ยวชาญ ความเบิกบาน และคุณธรรม" บัณฑิตของมหาวิทยาลัยศรีปทุมได้สำเร็จการศึกษาออกสู่สังคม และทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาตินำมาซึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นกำลังใจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้พัฒนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ก้าวไปข้างหน้าเป็น "มหาวิทยาลัยชั้นนำสำหรับคนรุ่นใหม่" อย่างแท้จริงต่อไป การพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อมุ่งสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาค มหาวิทยาลัยศรีปทุมตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนา ทั้งด้านคุณภาพและกายภาพเพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมต่อการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยฯ จึงมุ่งพัฒนาในด้านต่างๆ โดยสรุปดังนี้

การพัฒนาด้านวิชาการ

การพัฒนาด้านวิชาการถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุมจึงจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา การส่งเสริมคณาจารย์ให้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้วยทุนการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ ทุนวิจัย ทุนส่งเสริมการแต่งตำรา ทุนอบรมและศึกษาดูงานต่างประเทศ พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสาขาวิชาชีพต่างๆ

นอกจากระบบการประกันคุณภาพที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้รับการรับรองระบบการ จัดการคุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO 9001:2000 การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาทั้งระบบจาก Bureau Veritas Quality International (BVQI) ตั้งแต่ 8 มีนาคม 2545 จนถึงปัจจุบัน

การจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยศรีปทุมทุกระดับ เป็นการผสมผสานทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อเสริมให้ผู้เรียนคิดเป็นและปฏิบัติได้ โดยหลักสูตรของมหาวิทยาลัยจัดให้มีโครงการฝึกงานในสถานประกอบการจริงและโครงการสหกิจศึกษา (Co-operative Education)

การพัฒนาด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม

ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศรีปทุมทุกวิทยาเขตติดกับถนนสายหลักของประเทศ นักศึกษาจึงสามารถเดินทางมาได้สะดวกสบาย มหาวิทยาลัยตระหนักถึงการจัดสภาพแวดล้อมภายใน ที่เอื้อต่อวิถีชีวิตความเป็นนักศึกษา จึงมุ่งจัดภูมิทัศน์ให้สวยงาม

ในปี พ.ศ.2540 มหาวิทยาลัยได้รับรางวัล “หน้าบ้านน่ามอง” จากกรุงเทพมหานคร และเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2549 ยังมีพิธีเปิดสวนใหม่ด้านข้างอาคารกิจการนักศึกษา เพื่อให้เหล่านักศึกษาและบุคลากรได้ออกกำลังกายและเป็นสวนไว้พักผ่อนหย่อนใจภายในมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยศรีปทุม กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนและหอสมุดกลางแห่งใหม่ขึ้น เป็นอาคาร 14 ชั้นเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ มีพื้นที่รวมประมาณ 53,000 ตารางเมตร เป็นอาคารเรียนมีห้องเรียน 80 ห้อง ชั้นใต้ดิน 2 ชั้นสำหรับจอดรถได้ถึง 180 คัน ผสมผสานความทันสมัยโดยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้าน IT เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานของห้องสมุดอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2554

การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

มหาวิทยาลัยศรีปทุมตระหนักถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับอาจารย์และนักศึกษาในการแสวงหาความรู้ที่ไร้ขอบเขตจำกัดในสภาวะไร้พรมแดนโดยมหาวิทยาลัยมีหน่วยงานให้บริการด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา ได้แก่ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการจัดการ ศูนย์คอมพิวเตอร์ และศูนย์มีเดีย

มหาวิทยาลัยได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองไปสู่การเป็น ICT Campus โดยการปรับปรุงระบบเครือข่าย SPU Net เช่น Wireless LAN Infrastructure, ระบบ e-Learning การจัดทำเว็บไซต์ใหม่ โดยอาศัยการทำงานแบบ Single Password ระบบ SPU Knowledge เป็นต้น สนับสนุนให้อาจารย์ทุกท่านมีคอมพิวเตอร์ Notebook ใช้งาน และจัดหา Tablet PC สำหรับผู้บริหาร รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีความทันสมัยในห้องปฏิบัติการต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย

นอกจากนั้น ยังร่วมมือกับบริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ในโครงการพัฒนาเสริมสร้างทักษะเว็บเซอร์วิสกับนักศึกษาภายใต้ชื่อโครงการ Academic Alliance ซึ่งเป็นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย
อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังได้สนับสนุนให้มีการประดิษฐ์และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อีกด้วย

การพัฒนาด้านกิจการนักศึกษา

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญต่อพัฒนาการของนักศึกษา จึงส่งเสริมกิจกรรมด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพทัศนคติ ความรอบรู้ วิสัยทัศน์ ความเบิกบาน และคุณธรรม

โดยฝ่ายกิจการนักศึกษา สโมสรนักศึกษา ชมรมต่างๆ และกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่ทุกสาขาวิชาของแต่ละคณะดำเนินการ จึงเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสที่นักศึกษาจะได้แสดงความสามารถตามความถนัดของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาที่พร้อมด้วยผู้ชำนาญการด้านจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับระบบอาจารย์ที่ปรึกษา จนได้รับรางวัลสถานศึกษาที่จัดบริการจิตวิทยาแนะแนวดีเด่นประจำปี 2548 ของสมาคมแนะแนวแห่งประเทศไทย

การพัฒนาด้านการกีฬา

การกีฬาเป็นส่วนหนึ่งที่จะเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้กับร่างกายและจิตใจ มหาวิทยาลัยจึงสนับสนุนให้นักศึกษาออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา ส่งเสริมการพัฒนาทักษะความสามารถทางด้านกีฬาของนักศึกษา และให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง

และนอกจากการส่งนักศึกษาเข้าร่วมงานแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกสถาบันแล้ว ยังจัดให้มีทุนการศึกษาสำหรับนักกีฬาปีละประมาณ 300 คน ซึ่งนักกีฬาทุนของมหาวิทยาลัยหลายคนได้รับคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาทีมชาติทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม โดยเข้าร่วมแข่งขันและได้รับเหรียญรางวัลในการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ กีฬาซีเกมส์ กีฬามหาวิทยาลัยโลก เป็นต้น