✦ Dhamma Reflection
เมื่อ “การเห็นธรรม” คือการเห็นความจริงของชีวิตและการนำองค์กร
พระไตรปิฎก เล่มที่ 1 ข้อที่ 112 ได้กล่าวไว้ว่า
“ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต”
“Whoever sees the Dhamma sees me the Tathāgata.”
ถ้อยคำสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การ “เห็นธรรม” มิใช่เพียงการรับรู้ผ่านการอ่าน หรือการฟังคำสอนเท่านั้น หากแต่คือการเข้าถึง “ความจริงของชีวิต” อย่างแท้จริง
ในโลกแห่งความเป็นจริง เราล้วนอยู่ท่ามกลาง ความเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง และข้อจำกัดของการควบคุมที่ไม่มีใครสามารถกำหนดได้ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้คือธรรมชาติของโลก และคือ “ธรรม” ที่เราต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจ
เมื่อมองในมิติของ ชีวิตและการบริหารองค์กร การเห็นธรรมจึงหมายถึงการมีความเข้าใจใน ความไม่เที่ยง (Impermanence) และการยอมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีสติ ผู้นำที่เข้าใจธรรม ย่อมไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต หรือหวาดกลัวต่อความไม่แน่นอนในอนาคต แต่สามารถตัดสินใจได้อย่าง มีสติ (Mindfulness) และขับเคลื่อนองค์กรด้วย ปัญญา (Wisdom)
ภายใต้บริบทของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การยึดมั่นในหลักธรรมไม่ได้หมายถึงการหยุดนิ่ง แต่คือการ “มองเห็นความจริง” อย่างชัดเจน และเลือกเดินไปข้างหน้าด้วยความเข้าใจในสิ่งที่ควบคุมได้ และยอมรับในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
ท้ายที่สุดแล้ว การเห็นธรรมจึงไม่ใช่เพียงการเข้าถึงหลักคำสอน แต่คือการสร้าง ภาวะผู้นำที่มีความลึกซึ้ง มีสมดุล และมีวิสัยทัศน์ ซึ่งจะนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่ไม่สิ้นสุดของโลกยุคใหม่
✦ Global Perspective
To “see the Dhamma” is not merely to read or to listen, but to truly understand the nature of reality the constant change, the uncertainty, and the limits of control that define our world.
In leadership, this awareness transforms the way decisions are made. Leaders who embrace impermanence do not resist change; instead, they navigate it with clarity, mindfulness, and wisdom.
Such leaders do not rely solely on control, but on understanding. They recognize what can be shaped, and what must be accepted. In doing so, they build organizations that are not only adaptive but also resilient, purposeful, and sustainable in the long term.
โครงการให้ความรู้แก่สังคมด้านธรรมะเชิงบริหารและการจัดการอย่างยั่งยืน
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มุ่งมั่นในการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยบูรณาการหลักธรรมทางพุทธศาสนาเข้ากับแนวคิดด้านการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ ภายใต้ “โครงการให้ความรู้แก่สังคมด้านธรรมะเชิงบริหารและการจัดการอย่างยั่งยืน” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ช่วยให้ผู้บริหาร นักศึกษา และสังคมทั่วไป ได้พัฒนาทัศนะที่ถูกต้อง และนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โปร่งใส และสมดุล สะท้อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อสังคมแห่งอนาคต (University for Sustainable Society) ที่มุ่งส่งเสริมทั้ง การพัฒนาปัญญา คุณธรรม และความยั่งยืน ควบคู่กันไป สอดคล้องกับแนวทางของ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีจริยธรรม และการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเป็นธรรม
การเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
✅ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education)
เป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้อง:
4.7 – ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงความเข้าใจด้านจริยธรรม คุณธรรม และการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า
การเชื่อมโยงกับเนื้อหา:
เนื้อหาสะท้อนการเรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับ “ธรรม” ซึ่งเป็นการพัฒนาทั้ง ปัญญา ความเข้าใจชีวิต และการตระหนักรู้ในความเป็นจริง อันเป็นรากฐานของ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการสร้าง ผู้นำที่มีคุณธรรม สอดคล้องกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติของจริยธรรมและคุณค่า
✅ SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth)
เป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้อง:
8.2 – ยกระดับผลิตภาพผ่านความรู้ นวัตกรรม และทักษะที่เหมาะสม
การเชื่อมโยงกับเนื้อหา:
แนวคิดการนำ “ธรรม” มาประยุกต์ใช้กับ ภาวะผู้นำ ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจอย่าง มีสติ (Mindfulness) และ รอบคอบ ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพในการบริหารองค์กร และการสร้าง การเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว โดยอาศัยความเข้าใจเชิงลึกมากกว่าการควบคุมเพียงอย่างเดียว
✅ SDG 16: สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง (Peace, Justice and Strong Institutions)
เป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้อง:
16.6 – พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ
การเชื่อมโยงกับเนื้อหา:
การสร้างผู้นำที่มี สติ (Mindfulness) และ ปัญญา (Wisdom) ตามหลักธรรม ช่วยส่งเสริมการบริหารองค์กรอย่างมี ธรรมาภิบาล (Good Governance) มี ความโปร่งใส และ ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาสถาบันให้ เข้มแข็งและยั่งยืน
✅ SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production)
เป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้อง:
12.8 – ส่งเสริมความตระหนักรู้และวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน
การเชื่อมโยงกับเนื้อหา:
แนวคิดเรื่อง ความไม่เที่ยง (Impermanence) และการยอมรับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ช่วยปลูกฝัง มุมมองการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ยึดติด และตัดสินใจอย่าง สมดุล ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินชีวิตและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่าง ยั่งยืน
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ธรรมะ” คือพลังแห่งปัญญาที่สามารถนำทางให้การบริหารจัดการดำเนินไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน โครงการให้ความรู้แก่สังคมด้านธรรมะเชิงบริหารและการจัดการอย่างยั่งยืน จึงมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงคุณค่าของในการคิด การตัดสินใจ และการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กร สังคม และประเทศชาติไปสู่อนาคตที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และจิตใจ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม
“มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างสังคมยั่งยืนด้วยปัญญาและคุณธรรม”




