✦ เข้าใจความไม่เที่ยง | Understanding Impermanence
พระไตรปิฎก เล่มที่ 2 ข้อที่ 121
“ภิกษุทั้งหลาย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ทั้ง ๕ นี้ เป็นของไม่เที่ยง
สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์
สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นควรเห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญาว่า
‘นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา’”
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เข้าใจว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติของชีวิต
ทั้งความสำเร็จ ชื่อเสียง หรือบทบาทที่เรายึดถือว่าเป็นตัวตนของเรา ล้วนเป็น สิ่งไม่เที่ยง
เมื่อเข้าใจว่า “สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา” เราจะมี อิสรภาพทางจิตใจ พร้อมปรับตัว พัฒนา และเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคง
“Monks, form, feeling, perception, mental formations, and consciousness these five aggregates are impermanent.
Whatever is impermanent is suffering.
Whatever is suffering should be seen with right wisdom as
‘This is not mine, this is not me, this is not my self.’”
The Buddha teaches that change is natural.
Success, reputation, or fixed roles we cling to are impermanent.
By realizing “these are not mine”, we gain mental freedom, allowing us to adapt, grow, and face change with resilience.
💡 ข้อคิดสำหรับชีวิตและธุรกิจ | Insight for Life & Business
“เข้าใจความไม่เที่ยง เพื่อการตัดสินใจที่ชัดเจนและยั่งยืน”
ในโลกธุรกิจ การยึดติดกับความสำเร็จหรือบทบาทที่เคยมี อาจนำไปสู่ความทุกข์และการตัดสินใจที่ไม่ยืดหยุ่น
ผู้นำที่เข้าใจว่า ธุรกิจไม่ใช่ ‘ของฉัน’ แต่เป็น ‘กระบวนการ’ จะสามารถบริหารด้วย ความชัดเจน ปัญญา และไม่ยึดติด เปิดทางสู่ การเติบโตอย่างยั่งยืน 📈
Clinging to past success or fixed roles creates suffering.
Leaders who see their business as a process, not as “mine”, manage with clarity, wisdom, and non-attachment, enabling sustainable growth.
✨ Key Message | ข้อคิดสำคัญ:
สิ่งใดไม่เที่ยง อย่ายึดติด | Embrace impermanence to lead wisely
โครงการให้ความรู้แก่สังคมด้านธรรมะเชิงบริหารและการจัดการอย่างยั่งยืน
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มุ่งมั่นในการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยบูรณาการหลักธรรมทางพุทธศาสนาเข้ากับแนวคิดด้านการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ ภายใต้ “โครงการให้ความรู้แก่สังคมด้านธรรมะเชิงบริหารและการจัดการอย่างยั่งยืน” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ช่วยให้ผู้บริหาร นักศึกษา และสังคมทั่วไป ได้พัฒนาทัศนะที่ถูกต้อง และนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โปร่งใส และสมดุล สะท้อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อสังคมแห่งอนาคต (University for Sustainable Society) ที่มุ่งส่งเสริมทั้ง การพัฒนาปัญญา คุณธรรม และความยั่งยืน ควบคู่กันไป สอดคล้องกับแนวทางของ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีจริยธรรม และการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเป็นธรรม
การเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
✅ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education)
เป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้อง:
4.7 – พัฒนาความรู้ ความเข้าใจในเรื่องค่านิยมด้านความยั่งยืน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการตระหนักรู้ตนเอง
การเชื่อมโยงกับเนื้อหา:
คำสอนเรื่อง “เข้าใจความไม่เที่ยง” เน้นการใช้ ปัญญา (Wisdom) และ สติ (Mindfulness) ในการรับรู้ความเปลี่ยนแปลง ช่วยให้บุคคลเรียนรู้การปรับตัวอย่างมีสติและสร้างความยั่งยืนทั้งในชีวิตและการทำงาน
✅ SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth)
เป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้อง:
8.3 – ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาขีดความสามารถของผู้นำและบุคลากร
การเชื่อมโยงกับเนื้อหา:
การเข้าใจความไม่เที่ยงช่วยให้ ผู้นำและองค์กรไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม พร้อมเผชิญความเปลี่ยนแปลงด้วยปัญญา การตัดสินใจยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
✅ SDG 12: การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production)
เป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้อง:
12.6 – ส่งเสริมการใช้ความรู้และทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
การเชื่อมโยงกับเนื้อหา:
การไม่ยึดติดกับสิ่งไม่เที่ยงช่วยให้ การจัดการทรัพยากรเวลา ความพยายาม และโอกาส มีประสิทธิภาพ ลดความสูญเปล่า และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ธรรมะ” คือพลังแห่งปัญญาที่สามารถนำทางให้การบริหารจัดการดำเนินไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน โครงการให้ความรู้แก่สังคมด้านธรรมะเชิงบริหารและการจัดการอย่างยั่งยืน จึงมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงคุณค่าของในการคิด การตัดสินใจ และการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กร สังคม และประเทศชาติไปสู่อนาคตที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และจิตใจ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม
“มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างสังคมยั่งยืนด้วยปัญญาและคุณธรรม”




