การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) กับบทบาทใหม่ของนักบัญชี: จากผู้บันทึก
สู่ผู้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ลืมภาพจำนักบัญชีใส่แว่นหนาเตอะ นั่งจมกองเอกสารไปได้เลย! 👩💻 ยุคนี้คือยุคของ นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ที่เป็นมากกว่าคนทำบัญชี แต่คือ “นักเล่าเรื่องจากข้อมูล” และ “พาร์ทเนอร์คนสำคัญ” ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้พุ่งทะยาน! แล้วอะไรคือ Game-Changer ที่ทำให้วงการบัญชีเปลี่ยนไปขนาดนี้? คำตอบคือ Data Analytics หรือการวิเคราะห์ข้อมูลนั่นเอง!
สารบัญ (คลิกเพื่อวาร์ป!) ✨
- 1. Evolve or Extinct: ทำไมนักบัญชีแบบเดิมๆ ถึงอยู่ไม่ได้แล้ว?
- 2. Data Analytics คืออะไร? แล้วมาเกี่ยวอะไรกับงานบัญชี?
- 3. สกิลเซตใหม่ที่ต้องมี! สำหรับนักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน
- 4. อัปเลเวล! จากผู้บันทึกสู่ Strategic Partner ตัวจริง
- 5. เส้นทางสู่การเป็นนักบัญชีสาย Tech: เริ่มจากตรงไหน? (ปริญญาตรีบัญชี-ปริญญาเอก)
- 6. Q&A ถามมา-ตอบไป สไตล์เด็กบัญชี 4.0
1. Evolve or Extinct: ทำไมนักบัญชีแบบเดิมๆ ถึงอยู่ไม่ได้แล้ว?
โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ธุรกิจต่างๆ ไม่ได้ต้องการแค่คนมาคีย์ข้อมูลเดบิต-เครดิต หรือปิดงบการเงินให้ถูกต้องตามกฎหมายอีกต่อไป แต่เขาต้องการคนที่สามารถ “อ่าน” ตัวเลขเหล่านั้นให้ออก! พวกเขาต้องการ Insight ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังงบการเงิน เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจที่เฉียบคมและทันท่วงที งาน บัญชี แบบ Routine ที่ทำซ้ำๆ กำลังถูกเทคโนโลยีและ AI เข้ามาแทนที่ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ต้องติดอาวุธใหม่ เพื่อยกระดับตัวเองจากการเป็น “ผู้บันทึกข้อมูล” (Scorekeeper) ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างมูลค่า” (Value Creator)
2. Data Analytics คืออะไร? แล้วมาเกี่ยวอะไรกับงานบัญชี?
พูดง่ายๆ Data Analytics คือ กระบวนการเปลี่ยนข้อมูลดิบๆ จำนวนมหาศาล (Big Data) ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่มีประโยชน์ ลองนึกภาพตามนะ…
แทนที่จะบอกแค่ว่า “ยอดขายไตรมาสนี้คือ 10 ล้านบาท” นักบัญชี ที่มีสกิล Data Analytics จะสามารถเจาะลึกลงไปได้อีกว่า “ยอดขาย 10 ล้านบาทมาจากสินค้า A เป็นหลัก โดยกลุ่มลูกค้าอายุ 25-35 ปีในกรุงเทพฯ เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ และช่วงเวลาที่ขายดีที่สุดคือ 18.00-20.00 น. ของวันศุกร์” เห็นมั้ยว่ามันทรงพลังขนาดไหน! มันคือการเปลี่ยนจาก “What happened?” (อะไรเกิดขึ้น) ไปสู่ “Why it happened?” (ทำไมถึงเกิดขึ้น) และ “What will happen next?” (อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป)
การวิเคราะห์ข้อมูลช่วยให้นักบัญชีสามารถตรวจสอบความผิดปกติ (Anomaly Detection), พยากรณ์กระแสเงินสด (Cash Flow Forecasting), วิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไรของลูกค้าแต่ละราย (Customer Profitability Analysis) และอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้คือข้อมูลสำคัญที่ฝ่ายบริหารใช้ในการวางแผนกลยุทธ์
3. สกิลเซตใหม่ที่ต้องมี! สำหรับนักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน
เพื่อจะเป็นตัวตึงในสายงานนี้ สกิลด้าน บัญชี แบบแน่นปึ้กอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องบวกสกิลเหล่านี้เข้าไปด้วย:
- Data Visualization: การแปลงข้อมูลตัวเลขที่น่าเบื่อให้เป็นกราฟ หรือ Dashboard สวยๆ ที่เข้าใจง่ายในพริบตา (เช่น Power BI, Tableau)
- Statistical Analysis: ความเข้าใจในหลักสถิติเพื่อวิเคราะห์และตีความข้อมูลได้อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ
- Business Acumen: ความเข้าใจในภาพรวมของธุรกิจ เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้ตรงจุด
- Programming Skills (Optional but Recommended): การรู้ภาษาโปรแกรมอย่าง SQL หรือ Python จะช่วยให้จัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Storytelling with Data: ทักษะการสื่อสารและนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและโน้มน้าวใจผู้บริหารได้
4. อัปเลเวล! จากผู้บันทึกสู่ Strategic Partner ตัวจริง
เมื่อนักบัญชีมี Data Analytics เป็นอาวุธคู่กาย บทบาทก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง:
- นักพยากรณ์ความเสี่ยง (Risk Forecaster): ไม่ใช่แค่บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สามารถใช้ Predictive Analytics เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเสนอแนวทางป้องกันได้ทันท่วงที
- ที่ปรึกษาทางธุรกิจ (Business Advisor): ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์โดยอ้างอิงจากข้อมูลจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก ช่วยให้องค์กรตัดสินใจลงทุน, ตั้งราคา, หรือขยายตลาดได้อย่างมั่นใจ
- ผู้สร้างประสิทธิภาพ (Efficiency Driver): วิเคราะห์กระบวนการทำงานภายในองค์กรเพื่อหาจุดรั่วไหลและเสนอแนะวิธีการลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
5. เส้นทางสู่การเป็นนักบัญชีสาย Tech: เริ่มจากตรงไหน? (ปริญญาตรีบัญชี-ปริญญาเอก)
สำหรับน้องๆ หรือใครที่สนใจอยากอัปสกิลสู่การเป็น นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ที่ตลาดงานต้องการตัวสุดๆ เส้นทางนี้เปิดกว้างเสมอ!
- ระดับปริญญาตรีบัญชี: เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด! ปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยได้ปรับหลักสูตรให้ทันสมัยมากขึ้น อย่างที่ SPU (มหาวิทยาลัยศรีปทุม) คณะบัญชีของเขาไม่ได้สอนแค่การลงบัญชีแบบเดิมๆ แต่มีการสอดแทรกวิชาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี, Big Data และการใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลเข้าไปในหลักสูตรด้วย ทำให้บัณฑิตที่จบไปพร้อมใช้งานและเข้าใจโลกธุรกิจยุคใหม่ ดูรายละเอียด หลักสูตรบัญชี SPU ที่นี่
- ระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอก: สำหรับคนที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การเรียนต่อในระดับ ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก จะช่วยให้คุณลงลึกในศาสตร์ของการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (Financial Analytics) หรือการตรวจสอบบัญชีโดยใช้เทคโนโลยี (IT Audit) ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ
นอกจากการเรียนในระบบแล้ว การหาความรู้เพิ่มเติมจากคอร์สออนไลน์, การเข้าร่วม Workshop, หรือการสอบใบประกาศนียบัตรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับ Data Analytics ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการอัปโปรไฟล์ให้โดดเด่น สามารถติดตามข่าวสารและมาตรฐานวิชาชีพได้ที่เว็บไซต์ สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC)
อนาคตของวงการบัญชี คือการผสานความแม่นยำของตัวเลขเข้ากับพลังของการวิเคราะห์ข้อมูล
คุณพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง?
6. Q&A ถามมา-ตอบไป สไตล์เด็กบัญชี 4.0 🙋♀️
เรียนบัญชีในยุคนี้ต้องเก่งคณิตศาสตร์แบบสุดๆ ไหม?
ไม่จำเป็นต้องเป็นเซียนคณิตศาสตร์! สิ่งสำคัญกว่าคือ “ทักษะการคิดวิเคราะห์” และ “ความเข้าใจในหลักการ” ครับ การคำนวณส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยอยู่แล้ว แต่สิ่งที่โปรแกรมทำแทนไม่ได้คือการตีความผลลัพธ์และนำไปใช้ประโยชน์ ดังนั้นทักษะด้าน Logic และการแก้ปัญหาจึงสำคัญกว่าการคิดเลขเร็วครับ
การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ยากไหมสำหรับคนไม่มีพื้นฐาน?
ไม่ยากอย่างที่คิดครับ! เราสามารถเริ่มต้นจากเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและไม่ต้องเขียนโค้ด เช่น Microsoft Excel (Power Query, Power Pivot) หรือ Power BI ซึ่งออกแบบมาให้ User-Friendly อยู่แล้ว พอเริ่มคล่องแล้วค่อยขยับไปเรียนรู้ภาษาอย่าง SQL หรือ Python เพื่อทำงานที่ซับซ้อนขึ้นได้ครับ ปัจจุบันหลักสูตร ปริญญาตรีบัญชี ที่ทันสมัยอย่างของ SPU ก็มีสอนพื้นฐานเหล่านี้ให้ตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัยเลย
นักบัญชีที่ใช้ Data Analytics เป็น จะมีรายได้สูงขึ้นจริงไหม?
จริงและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ครับ! เพราะ นักบัญชีมืออาชีพในปัจจุบัน ที่มีสกิลด้านนี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรได้มากกว่า ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก ตำแหน่งงานอย่าง Financial Analyst, Business Intelligence (BI) Analyst, หรือ Data-Driven Accountant มักจะมีฐานเงินเดือนที่สูงกว่านักบัญชีแบบดั้งเดิม และมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพได้ไกลกว่าอีกด้วย
















