CFO & นักบัญชียุคใหม่: คู่หูสุดจี๊ด ขับเคลื่อนกลยุทธ์ Net Zero สู่ความยั่งยืน! 🚀
เทรนด์โลกไม่ได้มีแค่แฟชั่นหรือเพลงฮิตนะทุกคน! ตอนนี้เรื่อง “ความยั่งยืน” หรือ Sustainability กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่เขย่าวงการธุรกิจทั่วโลก และคำว่า “Net Zero” ก็ไม่ใช่แค่ศัพท์เท่ๆ แต่เป็นเป้าหมายที่ทุกองค์กรต้องไปให้ถึง แล้วใครล่ะคือตัวละครลับที่จะพาทั้งองค์กรไปสู่จุดนั้น? บอกเลยว่าไม่ใช่ใครที่ไหน… ก็คือพี่ๆ CFO (Chief Financial Officer) และทีมนักบัญชี ของเรานั่นเอง! วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าพวกเขาเปลี่ยนจากคนคุมตัวเลข มาเป็นฮีโร่สายกรีนได้อย่างไร
สารบัญ 🧭
🌍 Net Zero คืออะไร? ทำไมองค์กรต้องแคร์?
เอาแบบเข้าใจง่ายๆ Net Zero หรือ “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” คือการสร้างสมดุลระหว่างก๊าซเรือนกระจกที่เราปล่อยออกไป (จากการผลิต, การขนส่ง, ฯลฯ) กับการกำจัดก๊าซเหล่านั้นออกจากชั้นบรรยากาศ (เช่น การปลูกป่า, เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน) จนเท่ากับศูนย์!
แล้วทำไมต้องแคร์? เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่มันคือ Game Changer ของธุรกิจ! นักลงทุนยุคใหม่มองหาบริษัทที่ใส่ใจด้าน Environmental, Social, and Governance (ESG) ลูกค้าก็พร้อมสนับสนุนแบรนด์รักษ์โลก แถมรัฐบาลทั่วโลกก็เริ่มออกกฎหมายและมาตรการทางภาษีมาบีบอีกต่างหาก ใครไม่ปรับตัว…บอกเลยว่าอาจจะตกขบวน!
🦸♂️ CFO & นักบัญชี: จาก ‘คนคุมเงิน’ สู่ ‘สถาปนิกกลยุทธ์สีเขียว’
ภาพจำของนักบัญชี ที่นั่งจมอยู่กับกองเอกสารและตัวเลขกำลังจะหายไป! ในยุคที่ความยั่งยืนคือ “มูลค่า” ใหม่ขององค์กร CFO และทีมนักบัญชีคือคนที่เหมาะสมที่สุดในการแปลงเป้าหมาย Net Zero ที่ดูนามธรรม ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่วัดผลได้จริงด้วย “ตัวเลข”
พวกเขาไม่ใช่แค่คนบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย แต่เป็น Strategic Partner ที่ต้องตอบคำถามสำคัญๆ เช่น:
- การลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวจะคุ้มค่า (ROI) แค่ไหน?
- ความเสี่ยงทางการเงินจาก Climate Change มีอะไรบ้าง?
- เราจะตั้งราคาสินค้า “คาร์บอน” ภายในองค์กรอย่างไร?
- จะรายงานข้อมูลด้าน ESG อย่างไรให้นักลงทุนเชื่อมั่น?
📊 เจาะลึกบทบาทนัก Accounting ในการขับเคลื่อน Net Zero
บทบาทของนัก Accounting ในเรื่องนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมภารกิจสำคัญที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางขั้นสูง ตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรีบัญชี ไปจนถึงระดับ ปริญญาโท และ ปริญญาเอก เลยทีเดียว
การทำบัญชีคาร์บอน (Carbon Accounting)
นี่คือหัวใจหลัก! นักบัญชีต้องสามารถวัดผล, ติดตาม, และรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งองค์กรได้ (Scope 1, 2, และ 3) ซึ่งต้องใช้ความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมผสมกับหลักการ บัญชี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและตรวจสอบได้
การรายงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Reporting)
การจัดทำรายงานทางการเงินอย่างเดียวไม่พอแล้ว นักบัญชียุคใหม่ต้องทำรายงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล เช่น GRI, SASB, TCFD เพื่อสื่อสารข้อมูลด้าน Environmental, Social, and Governance (ESG) ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
การตรวจสอบและให้ความเชื่อมั่น (Assurance & Auditing)
ข้อมูลกรีนๆ ที่รายงานไปต้องเชื่อถือได้! นักบัญชี (โดยเฉพาะผู้ตรวจสอบบัญชี) จะมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและให้ความเชื่อมั่นต่อข้อมูลด้านความยั่งยืน เพื่อป้องกันปัญหา Greenwashing (การฟอกเขียว)
💡 สกิลที่ต้องอัป! สำหรับนักบัญชียุค ESG
อยากเป็นนักบัญชีตัวตึงในยุคนี้ ต้องมีสกิลมากกว่าแค่เดบิต-เครดิตนะ!
- Data Analytics: วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ทั้งทางการเงินและไม่ใช่การเงิน เพื่อหา Insight ขับเคลื่อนกลยุทธ์
- ESG Literacy: ความเข้าใจในหลักการ Environmental, Social, and Governance และมาตรฐานการรายงานต่างๆ
- Strategic Thinking: มองภาพรวมและเชื่อมโยงเป้าหมายความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์หลักของธุรกิจ
- Communication: สามารถสื่อสารเรื่องซับซ้อนอย่าง Accounting และ ESG ให้ผู้บริหารและนักลงทุนเข้าใจได้ง่าย
🎓 จากห้องเรียนสู่โลกจริง: หลักสูตรบัญชี SPU ปั้นมือโปรด้านความยั่งยืน
สกิลเทพๆ แบบนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สถาบันการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปั้นบุคลากรให้พร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ อย่างที่ SPU (มหาวิทยาลัยศรีปทุม) คณะบัญชี ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร ปริญญาตรีบัญชี ที่ปูพื้นฐานอย่างแน่นปึ้ก ไปจนถึงระดับ ปริญญาโท และ ปริญญาเอก ที่เน้นการวิจัยและการคิดเชิงกลยุทธ์ ที่ SPU มีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล, Data Analytics, และประเด็นด้านความยั่งยืนและ ESG เข้าไปในหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาที่จบไปเป็นนักบัญชีมืออาชีพที่ “ตัวจริง” ในโลกธุรกิจยุคใหม่ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมั่นใจ!
❓ Q&A: คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
A: Carbon Neutral มุ่งเน้นการชดเชย (Offset) การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น แต่ Net Zero มีความหมายกว้างกว่า คือครอบคลุมก๊าซเรือนกระจกทุกชนิด และเน้นที่การ “ลด” การปล่อยก๊าซจากต้นทางให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วค่อยชดเชยส่วนที่เหลือ
A: จำเป็นมาก! ปัจจุบันความรู้ด้าน ESG กลายเป็นทักษะที่นายจ้างมองหาในตัวบัณฑิตจบใหม่สาขาบัญชี เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนทันโลกและพร้อมที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรได้มากกว่าแค่การทำบัญชีแบบดั้งเดิม
A: เริ่มจากการให้ความรู้และความสำคัญกับผู้บริหารระดับสูง, จัดตั้งทีมทำงานเฉพาะกิจ, เริ่มวัดและเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Baseline), และกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้ จากนั้นจึงวางแผนกลยุทธ์ทางการเงินเพื่อสนับสนุนโครงการลดการปล่อยก๊าซต่างๆ ซึ่งสามารถศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้จากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่าง Race to Zero Campaign ของ UN
สรุปได้ว่า บทบาทของ CFO และนักบัญชีได้ก้าวข้ามขอบเขตงานแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาคือหัวใจสำคัญในการผสานเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้ากับความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวได้อย่างแท้จริง!
“`











