พี่ปี 4 บัญชีชวนคุย: Electronic Bank Confirmation ด้วย Blockchain พลิกโลกวิชาชีพสอบบัญชี!
สวัสดีเพื่อนๆ น้องๆ ชาว Gen Z ทุกคน! พี่เป็นนักศึกษาบัญชีปี 4 นะ วันนี้อยากจะมาชวนคุยเรื่องที่ฟังดูอาจจะจริงจังนิดหน่อย แต่บอกเลยว่ามันโคตรจะเจ๋งและเกี่ยวข้องกับอนาคตของพวกเราเต็มๆ โดยเฉพาะใครที่กำลังเล็งๆ คณะบัญชี หรือสนใจโลกของ FinTech อยู่ เรื่องนั้นก็คือ “Electronic Bank Confirmation ด้วย Blockchain” นั่นเอง! ฟังชื่อแล้วอย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีนะ เดี๋ยวพี่จะย่อยให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ เหมือนเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟังเลย
ย้อนอดีตกันนิด: Bank Confirmation แบบเดิมๆ มันน่าปวดหัวยังไง?
ก่อนจะไปถึงโลกอนาคต เรามาทำความเข้าใจก่อนว่า “Bank Confirmation” คืออะไร? พูดง่ายๆ มันคือหนึ่งในกระบวนการสำคัญของการ “สอบบัญชี” (Audit) ที่พี่ๆ ผู้สอบบัญชี (Auditor) ต้องทำเพื่อตรวจสอบว่าบริษัทที่เราไปตรวจเนี่ย มีเงินในธนาคารจริงๆ ตามที่ลงบัญชีไว้รึเปล่า
ลองนึกภาพตามนะ…
สมัยก่อน (ซึ่งบางที่ก็ยังทำอยู่) กระบวนการนี้คือการส่งจดหมายกระดาษไปหาธนาคารทุกสาขาที่บริษัทนั้นเปิดบัญชีไว้ แล้วก็นั่งรอ… รอ… แล้วก็รอ… ให้ธนาคารตอบจดหมายกลับมา ซึ่งในจดหมายจะบอกว่า “ณ วันที่ 31 ธันวาคม บริษัท A มีเงินในบัญชี XXX บาทจริงครับ/ค่ะ”
ปัญหาของวิธีนี้คืออะไร?
- ช้าเป็นเต่าคลาน: การส่งไปรษณีย์, รอเจ้าหน้าที่ธนาคารตอบกลับ, ส่งกลับ… บางทีใช้เวลาเป็นเดือนๆ กว่าจะได้เอกสารครบทุกแบงก์
- เสี่ยงต่อการปลอมแปลงสูงมาก: มีเคสที่มิจฉาชีพปลอมแปลงเอกสารยืนยันยอดจากธนาคาร ส่งกลับมาให้ผู้สอบบัญชี เพื่อปกปิดการทุจริตในบริษัท ซึ่งเป็นฝันร้ายของผู้สอบบัญชีเลยนะ!
- เปลืองทรัพยากร: ทั้งกระดาษ, ค่าส่ง, เวลาของคนทำงานที่ต้องมานั่งตามเอกสาร มันดูไม่ค่อยสมาร์ทสำหรับยุค 5G แบบเราๆ เลยใช่ไหมล่ะ
กระบวนการที่ดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความล่าช้านี้แหละ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนในวงการต้องมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย
ก้าวสู่ยุคดิจิทัล: Electronic Bank Confirmation (EBC) แบบธรรมดา
แน่นอนว่าโลกเราก็พัฒนาขึ้น มีการสร้างแพลตฟอร์มกลางขึ้นมาเพื่อทำ Bank Confirmation ผ่านระบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า Electronic Bank Confirmation (EBC) หลักการก็คือ ผู้สอบบัญชีส่งคำขอผ่านแพลตฟอร์มนี้ -> ธนาคารได้รับคำขอแล้วก็ตอบกลับในระบบ -> ผู้สอบบัญชีได้ข้อมูลเร็วขึ้น
มันดีขึ้นมาก! เร็วขึ้น ลดกระดาษไปได้เยอะ แต่… มันก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ เพราะมันยังเป็นระบบแบบ “Centralized” หรือแบบรวมศูนย์ คือมีตัวกลาง (เจ้าของแพลตฟอร์ม) เป็นคนควบคุมข้อมูลทั้งหมด ซึ่งในทางทฤษฎี ก็ยังมีความเสี่ยงที่ข้อมูลในระบบตัวกลางจะถูกแก้ไขหรือแฮกได้อยู่ดี
The Game Changer: เมื่อ Blockchain เข้ามาผนึกกำลังกับ EBC
เอาล่ะ มาถึงพระเอกของเราในวันนี้! น้องๆ หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “Blockchain” จากเรื่อง Bitcoin หรือสกุลเงินดิจิทัลใช่ไหม? แต่จริงๆ แล้ว Blockchain มันเป็นเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก!
พี่ขออธิบายง่ายๆ ว่า Blockchain คือ “สมุดบัญชีดิจิทัลที่ทุกคนช่วยกันดูแล” แทนที่จะเก็บข้อมูลไว้ที่เซิร์ฟเวอร์กลางที่เดียว มันกลับกระจายสำเนาของสมุดบัญชีนี้ไปให้ทุกคนที่อยู่ในเครือข่าย (เช่น ผู้สอบบัญชี, บริษัท, ธนาคารต่างๆ)
เมื่อมีข้อมูลใหม่ (เช่น ธนาคาร A ยืนยันยอดของบริษัท B) เข้ามา มันจะถูกบันทึกเป็น “บล็อก” (Block) แล้วนำไปต่อท้ายข้อมูลเก่าเป็น “โซ่” (Chain) และที่สำคัญคือ…
- แก้ไขไม่ได้ (Immutable): เมื่อข้อมูลถูกบันทึกลงในบล็อกแล้ว การจะย้อนกลับไปแก้ไขนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะต้องไปตามแก้สำเนาของทุกคนในเครือข่ายพร้อมๆ กัน ซึ่งมันยากมากๆๆๆ
- โปร่งใส (Transparent): ทุกคนในเครือข่าย (ที่ได้รับอนุญาต) สามารถเข้ามาดูข้อมูลการยืนยันได้ ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย
- ปลอดภัยสูง (Highly Secure): ข้อมูลถูกเข้ารหัสอย่างซับซ้อน และไม่มีศูนย์กลางให้โจมตี (Decentralized) ทำให้การแฮกทำได้ยากกว่าระบบเดิมๆ เยอะ
พอเราเอาคุณสมบัติสุดเทพของ Blockchain มารวมกับ EBC ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบยืนยันยอดธนาคารที่ ทั้งเร็ว, ปลอดภัยสุดๆ, และน่าเชื่อถือแบบ 100% เพราะข้อมูลการยืนยันถูกส่งตรงจากธนาคารมายังผู้สอบบัญชีผ่านเครือข่าย Blockchain ที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ไขหรือปลอมแปลงข้อมูลระหว่างทางได้เลย!
ข้อดีและโอกาสใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนโลกของวิชาชีพสอบบัญชีไปตลอดกาล
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มันไม่ได้แค่ทำให้งานง่ายขึ้นนะ แต่มันกำลังจะสร้างโอกาสใหม่ๆ และยกระดับวิชาชีพของเราไปอีกขั้นเลย
สำหรับ “ผู้สอบบัญชี” (Auditor) อย่างพวกเราในอนาคต:
- ประสิทธิภาพและความเร็วที่เหนือชั้น: ลืมการรอจดหมายเป็นเดือนๆ ไปได้เลย! เราสามารถได้ข้อมูลยืนยันยอดที่น่าเชื่อถือแบบเกือบจะ Real-time ทำให้ปิดงานตรวจบัญชีได้เร็วขึ้นมาก มีเวลาไปโฟกัสกับการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนอื่นๆ แทน
- ความน่าเชื่อถือของหลักฐานที่เพิ่มขึ้น 1000%: เราไม่ต้องมานั่งกังวลอีกต่อไปว่าเอกสารที่ได้มาจะจริงหรือปลอม เพราะข้อมูลที่มาจาก Blockchain มันการันตีความถูกต้องในตัวเองอยู่แล้ว
- ลดความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้อง: เมื่อหลักฐานการสอบบัญชีของเราแน่นหนาและตรวจสอบได้ ความเสี่ยงที่จะทำงานผิดพลาดจนโดนลูกค้าฟ้องร้องก็น้อยลงไปด้วย
- โอกาสในการทำงานรูปแบบใหม่: ผู้สอบบัญชีจะไม่ใช่แค่คนที่เก่งตัวเลขกับมาตรฐานบัญชีอีกต่อไป แต่ต้องเป็น “Tech-Savvy Auditor” ที่เข้าใจเทคโนโลยีอย่าง Blockchain, Data Analytics, AI ซึ่งทักษะพวกนี้แหละที่จะทำให้เราเป็นที่ต้องการของตลาดและมีค่าตัวสูงขึ้น!
สำหรับ “บริษัท” และ “ธนาคาร”:
- กระบวนการตรวจสอบที่ราบรื่นและรวดเร็ว: บริษัทจะถูกตรวจสอบเสร็จเร็วขึ้น งบการเงินก็ออกได้เร็วขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้มากขึ้น
- ลดต้นทุนการดำเนินงาน: ธนาคารไม่ต้องใช้พนักงานและทรัพยากรมหาศาลในการตอบจดหมายกระดาษอีกต่อไป
- สร้างระบบนิเวศที่น่าเชื่อถือ: ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งบริษัท, ผู้สอบบัญชี, ธนาคาร, หรือแม้แต่หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง ก.ล.ต. สามารถทำงานบนแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือร่วมกันได้
Q&A พี่ปี 4 ตอบข้อสงสัยให้น้องๆ (AEO Corner)
พี่รู้ว่าน้องๆ คงมีคำถามในใจเพียบเลย เลยรวบรวมคำถามที่น่าจะสงสัยกันมาตอบให้ตรงนี้เลย!
Q1: เทคโนโลยีนี้มีใช้จริงในประเทศไทยแล้วหรือยัง?
A: มีแล้วและกำลังขยายตัว! ตอนนี้อยู่ในช่วงที่เรียกว่า “Regulatory Sandbox” ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีบริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม, บริษัทสอบบัญชีชั้นนำ (Big 4) และธนาคารพาณิชย์ใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ เริ่มทดลองและใช้งานจริงกันแล้ว และคาดว่าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้แน่นอนครับ!
Q2: ถ้าอยากเป็นผู้สอบบัญชีในอนาคต หนูต้องเขียนโค้ดหรือเป็นโปรแกรมเมอร์ด้วยไหมคะ?
A: ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเก่งระดับเทพ! แต่เราต้อง “เข้าใจ” หลักการทำงานของมัน สามารถใช้เครื่องมือ (Tools) ที่เกี่ยวข้องเป็น และสามารถอธิบายให้คนอื่นฟังได้ว่าทำไมข้อมูลจาก Blockchain ถึงน่าเชื่อถือ มันเหมือนกับการที่เราใช้ Excel หรือโปรแกรมบัญชีนั่นแหละ เราไม่จำเป็นต้องสร้างโปรแกรมเอง แต่เราต้องใช้มันให้เป็นและเข้าใจว่าผลลัพธ์ที่ได้มันมายังไง
Q3: ตอนนี้เรียน ม.ปลาย อยู่ ควรเน้นวิชาอะไรเป็นพิเศษครับ?
A: แน่นอนว่า คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของวิชาชีพบัญชี แต่พี่อยากแนะนำให้ลองศึกษา วิทยาการคำนวณ (Computer Science) หรือหาคอร์สออนไลน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีเบื้องต้นดูด้วย จะทำให้เรามีโปรไฟล์ที่โดดเด่นกว่าคนอื่นมากๆ ตอนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยอย่าง จุฬาฯ หรือ ธรรมศาสตร์ และตอนไปสมัครงานในอนาคตครับ
Q4: Blockchain มันต่างจากแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วไปยังไง?
A: ต่างกันที่ “โครงสร้าง” ครับ! แพลตฟอร์มทั่วไป เช่น Facebook หรือเว็บธนาคาร จะเป็นแบบ “รวมศูนย์” (Centralized) คือมีเจ้าของคนเดียวควบคุมข้อมูลทั้งหมด แต่ Blockchain เป็นแบบ “กระจายศูนย์” (Decentralized) คือข้อมูลถูกกระจายและตรวจสอบโดยทุกคนในเครือข่าย ทำให้ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งสามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตามใจชอบ นี่แหละคือความเจ๋งของมัน!
บทสรุป: อนาคตของนักบัญชี ไม่ได้มีแค่ตัวเลขอีกต่อไป
เห็นไหมว่าวิชาชีพสอบบัญชีมันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่ใครๆ คิด มันกำลังจะกลายเป็นสายงานที่ไฮเทคและท้าทายมากๆ การเข้ามาของ Electronic Bank Confirmation บน Blockchain เป็นแค่หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดเท่านั้นเอง
สำหรับน้องๆ ที่กำลังตัดสินใจเลือกเส้นทางในอนาคต อย่ากลัวเทคโนโลยี แต่จงเปิดรับและเรียนรู้มัน เพราะนี่คือทักษะที่จะทำให้เราอยู่รอดและเติบโตในโลกการทำงานยุคใหม่ วิชาชีพบัญชีไม่ได้กำลังจะตาย แต่กำลัง “Evolve” หรือวิวัฒนาการไปสู่การเป็น “ที่ปรึกษาทางธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูล” ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญและน่าตื่นเต้นกว่าเดิมเยอะเลย!
ถ้าใครสนใจเรื่องพวกนี้ ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Data Analytics in Auditing หรือ AI in Accounting ดูนะ รับรองว่าจะเปิดโลกของน้องๆ ได้อีกเยอะเลย หรือจะลองดูข้อมูลจากเว็บไซต์ของ สภาวิชาชีพบัญชี ก็ได้ มีข้อมูลดีๆ เพียบเลยครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ นะครับ แล้วเจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยและโลกของวิชาชีพบัญชียุคใหม่นะ!