ชีวิตมหาลัยจัดการได้ ทริคง่าย ๆ ให้เรียนและใช้ชีวิตลงตัว
แชร์ทริคจัดการชีวิตมหาลัย ตั้งแต่ตารางเรียน งาน กิจกรรม การจัดไฟล์ ไปจนถึงเวลาพัก ช่วยให้ทุกวันเป็นระบบและบาลานซ์ได้ง่ายขึ้น

ชีวิตมหาลัยจัดการได้ ทริคง่าย ๆ ให้เรียนและใช้ชีวิตลงตัว

ชีวิตมหาลัยจัดการได้ ทริคง่าย ๆ ให้เรียนและใช้ชีวิตลงตัว


เปิดเทอมใหม่ทีไร หลายคนน่าจะเคยตั้งใจว่าจะเป็นคนใหม่ จดงานให้ครบ ส่งงานก่อนเดดไลน์ อ่านหนังสือล่วงหน้า และจะไม่ปล่อยให้ไฟล์เรียนกองเต็มหน้าจออีกแล้ว แต่พอผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ตารางเรียนเริ่มแน่น งานกลุ่มเริ่มมา กิจกรรมก็อยากทำ เพื่อนก็อยากเจอ สุดท้ายแผนที่วางไว้ก็เริ่มรวนแบบไม่รู้ตัว

จริง ๆ แล้วชีวิตมหาลัยไม่จำเป็นต้องจัดทุกอย่างให้เป๊ะตลอดเวลา เพราะหัวใจสำคัญคือการรู้ว่าเวลาไหนควรโฟกัสกับอะไร และสร้างระบบเล็ก ๆ ที่ช่วยลดความวุ่นวายในแต่ละวัน ตั้งแต่การวางตาราง ไปจนถึงการจัดเอกสารหรือรวมไฟล์ PDF ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละวิชาไว้ให้พร้อมใช้ เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้เมื่อทำจนเป็นนิสัย ก็ช่วยให้เราเหลือเวลาและพลังไปใช้กับเรื่องสำคัญมากขึ้น

ใครกำลังรู้สึกว่าชีวิตมหาลัยมีอะไรให้จัดการเยอะไปหมด ลองเริ่มจาก 9 ทริคนี้ได้เลย

1. เริ่มจากจัดตารางชีวิตให้เห็นภาพทั้งสัปดาห์

ตารางชีวิตของเด็กมหาลัยไม่ได้มีแค่เวลาเข้าเรียน เพราะในหนึ่งสัปดาห์อาจมีทั้งคลาสเรียน งานกลุ่ม นัดทำโปรเจกต์ กิจกรรมชมรม อ่านหนังสือ ไปจนถึงเวลาพักและนัดกับเพื่อน

แทนที่จะจำทุกอย่างไว้ในหัว ลองนำสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดมาใส่ในปฏิทินเดียว จะใช้สมุด Planner, Calendar ในโทรศัพท์ หรือแอปฯ ที่ถนัดก็ได้

เริ่มจากใส่สิ่งที่เวลาเปลี่ยนไม่ได้ก่อน เช่น เวลาเรียน วันสอบ หรือวันพรีเซนต์ จากนั้นค่อยเติมช่วงทำงาน อ่านหนังสือ และกิจกรรมส่วนตัวลงไป วิธีนี้จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของทั้งสัปดาห์ และรู้ล่วงหน้าว่าวันไหนแน่นเป็นพิเศษ

ที่สำคัญ อย่าลืมใส่เวลาเดินทางและเวลาพักด้วย เพราะตารางที่ดีควรเป็นตารางที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่ตารางที่ดูดีแต่ทำตามไม่ได้

2. แยกงานด่วน งานสำคัญ ก่อนเดดไลน์จะไล่ตาม

อาจารย์สั่งรายงานวันนี้ อีกวิชามี Quiz สัปดาห์หน้า งานกลุ่มต้องส่งสิ้นเดือน ส่วนโปรเจกต์ใหญ่ยังเหลือเวลาอีกหลายสัปดาห์ พอทุกอย่างเข้ามาพร้อมกัน เรามักรู้สึกว่างานทุกชิ้นสำคัญเท่ากันไปหมด วิธีง่าย ๆ คือจดงานทั้งหมดออกมาก่อน แล้วดูสองเรื่อง คือ งานนี้สำคัญแค่ไหน และต้องเสร็จเมื่อไร

งานที่สำคัญและใกล้ถึงกำหนดควรจัดการก่อน ส่วนงานใหญ่ที่ยังมีเวลา อย่ารอจนใกล้วันส่ง แต่ลองแบ่งเป็นงานย่อย เช่น วันนี้หาข้อมูล พรุ่งนี้ทำ Outline วันถัดไปเริ่มเขียน เมื่อแบ่งงานใหญ่ให้เล็กลง ความรู้สึกว่าไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก็จะลดลงตามไปด้วย

อีกทริคคืออย่าจำเดดไลน์จากความรู้สึกว่า น่าจะอาทิตย์หน้า เพราะคำว่าอาทิตย์หน้ามาเร็วกว่าที่คิดเสมอ จดวันและเวลาให้ชัดตั้งแต่วันที่ได้รับงานจะชัวร์กว่า

3. จัดไฟล์เรียนให้เป็นระเบียบ หาเมื่อไรก็เจอ

เคยไหม ก่อนเข้าห้องสอบอยากเปิดชีตที่อาจารย์แจก แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ เพราะในเครื่องมีทั้ง final.pdf, final2.pdf, lecture-new.pdf และไฟล์ที่ชื่อเป็นตัวเลขยาว ๆ อีกเพียบ

ปัญหานี้แก้ได้ตั้งแต่ต้นเทอมด้วยการสร้างโฟลเดอร์แยกตามวิชา แล้วแบ่งย่อยตามประเภท เช่น Lecture, Assignment, Project และ Exam จากนั้นตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย เช่น ชื่อวิชา_หัวข้อ_สัปดาห์ หรือ ชื่อวิชา_ชื่องาน_วันที่

ถ้ามีเอกสารหลายหน้าหรือหลายส่วนที่ต้องเปิดพร้อมกัน การจัดให้เป็นเอกสารชุดเดียวก็ช่วยลดเวลาค้นหาได้ โดยเฉพาะชีตสรุปก่อนสอบ เอกสารอ้างอิงสำหรับโปรเจกต์ หรือไฟล์ที่ต้องส่งให้อาจารย์

อย่าลืมสำรองไฟล์สำคัญไว้บน Cloud ด้วย เพราะโน้ตบุ๊กเสียหรือโทรศัพท์หายอาจเกิดขึ้นได้ และคงไม่มีใครอยากเริ่มทำรายงานใหม่ตั้งแต่หน้าแรกก่อนวันส่ง

4. แบ่งเวลาอ่านหนังสือแบบสั้น ๆ แต่มีสมาธิ

การนั่งโต๊ะสามชั่วโมงไม่ได้แปลว่าเราอ่านหนังสือสามชั่วโมงเสมอไป โดยเฉพาะถ้าในระหว่างนั้นสลับไปตอบแชต ดูคลิป หรือเลื่อนโซเชียลทุกไม่กี่นาที

ถ้ารู้ตัวว่าโฟกัสยาว ๆ ยาก ลองแบ่งการอ่านออกเป็นช่วงสั้น เช่น ตั้งเวลาอ่านอย่างมีสมาธิประมาณ 25 นาที แล้วพักสั้น ๆ ก่อนกลับมาเริ่มรอบใหม่ แนวทางนี้คล้ายกับ Pomodoro Technique ซึ่งใช้การสลับช่วงโฟกัสกับช่วงพักเพื่อช่วยจัดการเวลา

แต่ไม่จำเป็นต้องยึดตัวเลขเดียวกันทุกคน บางคนอาจเหมาะกับ 30 นาที บางคนอ่านต่อเนื่องได้ 45 นาที สิ่งสำคัญคือหาช่วงเวลาที่ตัวเองยังมีสมาธิ และพักก่อนที่สมองจะล้าจนอ่านต่อแต่ไม่เข้าใจอะไรเลย

5. อย่าจัดตารางแน่นจนลืมเผื่อเวลาให้ตัวเอง

หนึ่งในกับดักของคนที่เริ่มวางแผนชีวิต คือวางแผนทุกนาทีจนเต็ม เรียนเสร็จ 12.00 น. นัดทำงาน 12.01 น. เสร็จ 14.00 น. อ่านหนังสือต่อ 14.01 น. ฟังดู Productive มาก แต่ชีวิตจริงอาจมีคลาสเลิกช้า รถติด เพื่อนมาสาย หรือแค่เราเหนื่อยกว่าที่คิด

ลองเว้น Buffer Time ระหว่างกิจกรรมไว้บ้าง เช่น 15-30 นาที เพื่อเดินทาง กินข้าว หรือพักสมอง ตารางจะยืดหยุ่นขึ้น และเมื่อมีอะไรไม่เป็นไปตามแผน กิจกรรมที่เหลือก็ไม่ล้มตามกันเป็นโดมิโน จำไว้ว่าการบริหารเวลาที่ดีไม่ใช่การยัดทุกอย่างลงในหนึ่งวัน แต่คือการเลือกว่าจะใช้เวลาที่มีอยู่กับอะไร

6. ใช้เวลาว่างระหว่างคาบให้คุ้ม

เด็กมหาลัยน่าจะคุ้นกับช่องว่างระหว่างคลาสเป็นอย่างดี บางวันว่างหนึ่งชั่วโมง บางวันมีเวลาสองสามชั่วโมงก่อนวิชาถัดไป

ช่วงเวลาเหล่านี้อาจดูสั้นจนรู้สึกว่าไม่รู้จะทำอะไร แต่ถ้ารวมกันทั้งสัปดาห์ถือว่าไม่น้อยเลย ลองมี To-do List สำหรับงานสั้น ๆ ที่หยิบมาทำได้ทันที เช่น อ่านบทความประกอบการเรียน เช็กอีเมลมหาวิทยาลัย ทบทวนโน้ต ทำ Flashcards หาข้อมูลสำหรับรายงาน หรือจัดการงานเล็ก ๆ ที่ค้างอยู่ พอถึงช่วงว่างก็ไม่ต้องเสียเวลานั่งคิดว่าจะทำอะไร เปิดลิสต์แล้วเลือกทำได้เลย

ส่วนวันไหนเหนื่อยจริง ๆ จะใช้เวลานั้นพัก กินข้าว หรือนั่งคุยกับเพื่อนก็ไม่ผิด เพราะการพักก็เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเวลาเหมือนกัน

7. เรียนให้เต็มที่ แต่กิจกรรมมหาลัยก็อย่าพลาด

ชีวิตมหาลัยมีมากกว่าเกรดใน Transcript เพราะนี่เป็นช่วงเวลาที่เราได้ลองทำหลายอย่าง ตั้งแต่ชมรม แข่งขัน ทำกิจกรรม อาสาสมัคร ไปจนถึงโปรเจกต์กับเพื่อนต่างคณะ

กิจกรรมเหล่านี้อาจช่วยให้เราได้รู้จักคนใหม่ ๆ ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบ หรือฝึกทักษะที่ไม่ได้เจอในห้องเรียน เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการรับผิดชอบงานร่วมกับคนอื่น

แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าทุกกิจกรรมที่ผ่านเข้ามา ลองเลือกจากสิ่งที่สนใจจริงและดูตารางเรียนประกอบ ถ้าช่วงไหนมีสอบหรือโปรเจกต์ใหญ่หลายวิชา การลดกิจกรรมบางอย่างชั่วคราวอาจเหมาะกว่า 

บาลานซ์ไม่ได้แปลว่าต้องแบ่งเวลาให้ทุกเรื่องเท่ากัน แต่คือรู้ว่าช่วงไหนเรื่องอะไรควรได้รับเวลามากกว่า

8. จัดพื้นที่เรียนให้พร้อม ลดสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิ

บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราไม่มีเวลา แต่อยู่ที่เวลาส่วนหนึ่งหายไปกับสิ่งรบกวนแบบไม่รู้ตัว ก่อนเริ่มอ่านหนังสือ ลองเคลียร์โต๊ะให้เหลือเฉพาะของที่ต้องใช้ เปิดเอกสารหรือเว็บไซต์ที่จำเป็นให้พร้อม และปิด Notification ที่ไม่เกี่ยวข้องชั่วคราว ถ้ารู้ตัวว่าหยิบโทรศัพท์บ่อย อาจวางไว้ไกลมือสักหน่อยในช่วงที่ต้องการโฟกัส

สถานที่ก็มีผลเหมือนกัน บางคนอ่านหนังสือที่หอได้ดี บางคนอยู่หอทีไรอยากนอนทุกที ถ้าเป็นแบบหลัง ลองเปลี่ยนไปห้องสมุด พื้นที่อ่านหนังสือในมหาวิทยาลัย หรือร้านที่มีบรรยากาศเหมาะกับการทำงาน ไม่ต้องหาสถานที่ที่ดีที่สุด แค่หาพื้นที่ที่ทำให้เราเริ่มงานได้ง่ายและวอกแวกน้อยลงก็พอ

9. เช็กอินกับตัวเองทุกสัปดาห์ แล้วค่อยปรับแผน

แผนที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้ได้เหมือนเดิมตลอดทั้งเทอม เพราะชีวิตมหาลัยเปลี่ยนเร็วมาก ช่วงต้นเทอมอาจสบาย แต่พอเข้า Midterm งานหลายวิชาก็เริ่มเข้ามาพร้อมกัน

ลองหาเวลาสั้น ๆ สัปดาห์ละครั้งเพื่อดูว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาอะไรเวิร์ก อะไรไม่เวิร์ก มีงานไหนค้าง และสัปดาห์หน้ามีอะไรต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ

ถ้าพบว่าตัวเองอ่านหนังสือตอนกลางคืนไม่เคยไหว ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเพราะเห็นคนอื่นทำ ลองย้ายมาอ่านตอนเช้าหรือช่วงว่างระหว่างคาบแทน หรือถ้าจัด To-do List ยาวจนทำไม่เคยหมด ก็ลดเหลือ 3 งานสำคัญต่อวันก่อน

เป้าหมายของการวางแผนไม่ใช่การบังคับตัวเองให้ใช้ชีวิตตามตารางทุกช่อง แต่คือทำให้เรารู้ว่าตอนนี้กำลังทำอะไร และอะไรคือเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

ชีวิตมหาลัยไม่ต้องเป๊ะทุกวัน แค่จัดการให้เหมาะกับเรา

ไม่มีสูตรจัดการชีวิตแบบเดียวที่ใช้ได้กับนักศึกษาทุกคน บางคนชอบวางแผนละเอียดเป็นรายชั่วโมง ขณะที่บางคนแค่รู้ว่าวันนี้มี 3 เรื่องสำคัญอะไรบ้างก็เพียงพอแล้ว

สิ่งที่ควรหาให้เจอจึงไม่ใช่ตารางที่ดู Productive ที่สุด แต่เป็นระบบที่เหมาะกับจังหวะชีวิตของเราเอง เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างจดเดดไลน์ จัดไฟล์ แบ่งงานใหญ่เป็นงานย่อย ใช้เวลาว่างให้คุ้ม และเผื่อพื้นที่สำหรับการพักผ่อน

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างภายในวันเดียว ลองเลือกสักหนึ่งหรือสองทริคไปใช้ก่อน แล้วค่อยปรับไปเรื่อย ๆ เพราะเมื่อจัดการเรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวันได้ดีขึ้น เราก็จะมีพื้นที่มากขึ้นสำหรับทั้งการเรียน เพื่อน กิจกรรม ประสบการณ์ใหม่ ๆ และช่วงเวลาสนุก ๆ ที่เป็นส่วนสำคัญของชีวิตมหาลัยเหมือนกัน

👁 ยอดวิว: 4