กดสมัครเสร็จแล้วใช่ไหม ปรบมือให้ตัวเองดังๆ หนึ่งที เพราะนี่คือก้าวแรกที่หลายคนยังไม่กล้าก้าวด้วยซ้ำ ถือว่าชนะไปหนึ่งด่าน
แต่อย่าเพิ่งวางมือถือแล้วไปนอนเลื่อนฟีดนะ เพราะหลังสมัครยังมีเรื่องต้องทำอีกเพียบ และเรื่องเล็กๆ ที่คนมักมองข้ามก็เป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนเสียใจมาแล้วนักต่อนัก เรารวบรวมมาให้ 8 ข้อ อ่านจบแล้วจะรู้เลยว่าต้องเริ่มตรงไหน

1. เช็กสถานะการชำระเงินก่อนเลย
ข้อนี้สำคัญที่สุด หลายคนโอนเงินเสร็จแล้วคิดว่าจบ แต่ระบบยังไม่ขึ้นว่าชำระสำเร็จ ให้กลับไปล็อกอินดูสถานะอีกรอบ ถ้าขึ้นว่าเรียบร้อยก็แคปหน้าจอเก็บไว้ ถ้ายังไม่ขึ้นก็รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตามช่องทางที่ประกาศ อย่ารอให้ใกล้วันสอบแล้วค่อยมานั่งใจเต้นตึกตัก เพราะตอนนั้นคนติดต่อเยอะ สายอาจไม่ว่าง
2. เซฟหลักฐานการสมัครไว้ 3 ที่
เก็บไว้ในมือถือ ส่งเข้าอีเมลตัวเอง และปริ้นต์ไว้ใบหนึ่ง ฟังดูเวอร์ แต่ชีวิตจริงมันมีเหตุการณ์ “เน็ตล่ม” “มือถือแบตหมด” “ลืมรหัสผ่าน” เกิดขึ้นได้เสมอ และมักเกิดในวันที่เราต้องการหลักฐานที่สุด ตั้งโฟลเดอร์ชื่อ “สอบ TGAT/TPAT” ไว้ในมือถือเลย รวมทั้งใบสมัคร ใบเสร็จ และอีเมลยืนยันไว้ที่เดียว
3. ตรวจชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ให้ถูกต้อง
ตัวสะกดผิดแค่ตัวเดียวอาจทำให้ปวดหัวตอนเข้าห้องสอบ หรือตอนนำคะแนนไปยื่นสมัครมหาวิทยาลัย ลองเปิดข้อมูลที่กรอกแล้วอ่านช้าๆ ทีละบรรทัด ตรวจรูปถ่ายด้วยว่าชัดไหม ตรงกับระเบียบหรือเปล่า ถ้าพบจุดผิดให้รีบเช็กว่าระบบเปิดให้แก้ไขได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะบางรอบเปิดให้แก้แค่ช่วงสั้นๆ พลาดแล้วแก้ไม่ได้เลย
4. จดวันสอบและสนามสอบลงปฏิทินทันที
ตั้งแจ้งเตือนไว้ 3 ครั้ง คือ 1 สัปดาห์ก่อนสอบ 1 วันก่อนสอบ และเช้าวันสอบ แล้วอย่าลืมดูประกาศสนามสอบ เพราะสนามที่ได้อาจไกลกว่าที่คิด บางคนอยู่กรุงเทพฯ แต่ได้สนามฝั่งตรงข้ามเมือง ต้องนั่งรถข้ามเมืองตั้งแต่เช้ามืด ถ้ารู้ล่วงหน้าก็วางแผนได้ทัน ถ้าเพิ่งรู้คืนก่อนสอบก็อาจต้องวิ่งวุ่น
5. ทำความรู้จักข้อสอบที่ตัวเองสมัคร
TGAT ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล และ TGAT3 สมรรถนะการทำงาน ส่วน TPAT2 ถึง TPAT5 เป็นความถนัดเฉพาะทาง ได้แก่ TPAT2 ศิลปกรรม TPAT3 วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ TPAT4 สถาปัตยกรรมศาสตร์ และ TPAT5 ครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ ลองหาโครงสร้างข้อสอบ จำนวนข้อ และเวลาของแต่ละฉบับมาอ่านดู จะได้รู้ว่ากำลังจะเจอศัตรูแบบไหน ศัตรูที่รู้จักหน้าตาแล้วย่อมน่ากลัวน้อยกว่าศัตรูที่ไม่รู้จักเลย
6. วางตารางอ่านหนังสือแบบ “ทำได้จริง”
อย่าเขียนตารางที่อ่านวันละ 12 ชั่วโมง เพราะสามวันแรกคุณจะเก่งมาก วันที่สี่คุณจะหายไปจากโลก ลองเริ่มจากวันละ 1-2 ชั่วโมง ถ้าไหวค่อยเพิ่ม และเว้นวันพักไว้สัปดาห์ละหนึ่งวัน ความสม่ำเสมอชนะความขยันแบบกระชากเสมอ แล้วให้รางวัลตัวเองเล็กๆ เมื่อทำตามแผนได้ครบสัปดาห์ เช่น ชานมไข่มุกแก้วโปรด
7. ไปเช็กเกณฑ์คณะที่อยากเข้า
เข้าไปที่ mytcas ดูว่าคณะที่หมายตาใช้คะแนนอะไรบ้าง สัดส่วนเท่าไหร่ ต้องมีคะแนนขั้นต่ำไหม ข้อมูลนี้จะบอกว่าควรทุ่มกับส่วนไหนมากที่สุด จะได้ไม่เสียแรงไปกับสิ่งที่ไม่ต้องใช้ บางคณะให้น้ำหนักกับ TGAT มาก บางคณะให้น้ำหนักกับ TPAT เป็นหลัก ถ้าไม่เช็กก่อนก็เหมือนซ้อมวิ่งมาราธอน แต่ไปแข่งว่ายน้ำ
8. บอกคนรอบตัวว่าคุณกำลังสอบ
ข้อนี้คนมักลืม แต่สำคัญมาก ลองบอกที่บ้านและเพื่อนสนิทว่าคุณกำลังเตรียมสอบอะไร วันไหน ใครจะได้ไม่ชวนไปเที่ยวหรือนัดปาร์ตี้ในวันสำคัญ และพอถึงวันที่ใจหวั่นๆ ก็มีคนให้ระบายด้วย
แล้วใจที่สั่นอยู่ตอนนี้ล่ะ?
ใครรู้สึกกดดันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ลองมองว่าการสอบ TGAT/TPAT ไม่ใช่การตัดสินชีวิตในครั้งเดียว หลายคนสอบหลายรอบ และคะแนนก็มีอายุใช้งานตามที่ประกาศ (อย่าลืมตรวจเงื่อนไขของปีที่สอบอีกทีจากประกาศทางการ) สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือเตรียมตัวทีละนิด ไม่ต้องเก่งเท่าท็อปของประเทศ แค่เก่งกว่าตัวเองเมื่อวานก็พอ
สรุปสั้นๆ คือ เช็กเงิน เซฟหลักฐาน ตรวจข้อมูล จดวันสอบ รู้จักข้อสอบ วางตาราง เช็กเกณฑ์คณะ และบอกคนรอบตัว ทำครบ 8 ข้อนี้ คุณก็นำหน้าคนที่สมัครแล้วปล่อยลอยไปหนึ่งช่วงตัวแล้ว
อย่าลืมติดตามรายละเอียดให้ดีจาก https://www.mytcas.com/
สมัครเรียนที่ SPU คลิก https://www.spu.ac.th/