ใครกำลังงงว่าสอบ TGAT ต้องอ่านเรื่องอะไรบ้าง ลองไล่ดู 7 ข้อนี้ได้เลย อ่านจบแล้วจะเห็นภาพรวมชัดขึ้น
1. TGAT ไม่ใช่วิชาสายสามัญ
TGAT เป็นการวัด “ความถนัดทั่วไป” ไม่ได้วัดเนื้อหาฟิสิกส์ เคมี หรือคณิตศาสตร์ลึก ๆ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าต้องกวาดตำราทั้งเล่ม สิ่งที่ต้องเตรียมคือทักษะ ไม่ใช่การท่องจำ
2. ภาษาอังกฤษแบบใช้จริง (TGAT1)
ต้องอ่านและฝึกเรื่องบทสนทนาในชีวิตประจำวัน คำศัพท์ และการอ่านจับใจความ ถ้าอยากเก่งเร็ว ให้ลองอ่านข่าวสั้นหรือบทความง่าย ๆ ภาษาอังกฤษวันละ 1-2 ชิ้น
3. การอ่านตาราง กราฟ และข้อมูล (TGAT2)
ข้อสอบมักให้ข้อมูลมาแล้วถามให้วิเคราะห์ ฝึกดูแนวโน้ม เปรียบเทียบตัวเลข และสรุปผลให้ถูกต้อง อย่าด่วนสรุปจากสายตา ให้ตรวจตัวเลขทุกครั้ง
4. ตรรกะและการให้เหตุผล (TGAT2)
ควรฝึกโจทย์แนว “ถ้า… แล้ว…” การหาข้อสรุปที่ตามมาจากเหตุผลที่ให้ และการจับผิดตรรกะที่ไม่สมเหตุสมผล ส่วนนี้ฝึกบ่อยจะเห็นแพตเทิร์นซ้ำ ๆ
5. อนุกรมและแบบแผน (TGAT2)
โจทย์หาตัวเลขหรือรูปถัดไปเป็นของคลาสสิก ควรจดรูปแบบที่เจอบ่อย เช่น บวกลบเพิ่มทีละเท่า ๆ กัน คูณซ้ำ หรือสลับสองชุด
6. สถานการณ์การทำงานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น (TGAT3)
ข้อสอบจะให้สถานการณ์ เช่น เพื่อนในทีมไม่ส่งงาน หรือแผนเปลี่ยนกะทันหัน แล้วให้เลือกวิธีตอบสนอง ให้ลองคิดแบบคนที่รับผิดชอบ ยืดหยุ่น สื่อสารดี และไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน
7. ข้อสอบเก่าคือคัมภีร์
ไม่ว่าจะเตรียมส่วนไหน การทำข้อสอบเก่าหรือแนวข้อสอบคือสิ่งที่ช่วยที่สุด เพราะทำให้เห็นรูปแบบคำถาม ระดับความยาก และเวลาที่ต้องใช้จริง
ลองฝึกข้อสอบเก่าได้ที่ https://www.mytcas.com/blueprint/
แถม: ตารางเวลาเริ่มต้นสำหรับมือใหม่
- วันธรรมดา: ฝึก 30-45 นาที สลับส่วนไปเรื่อย ๆ
- วันเสาร์: ทำข้อสอบเต็ม 1 ส่วน จับเวลา
- วันอาทิตย์: ทบทวนข้อที่ผิด และจดสิ่งที่ได้เรียนรู้

ส่งท้าย
ถ้าถามว่าสอบ TGAT ต้องอ่านเรื่องอะไรบ้าง คำตอบสั้น ๆ คือ ภาษาอังกฤษสื่อสาร ตรรกะและข้อมูล และสมรรถนะการทำงาน เริ่มจากรู้จักจุดอ่อนตัวเอง แล้วฝึกอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์จะมาเอง อย่าลืมเช็กประกาศอย่างเป็นทางการของปีที่สอบอีกครั้ง เพราะรูปแบบข้อสอบอาจมีการปรับ