Digital & Tech Savvy: ความสามารถด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสำหรับวัยทำงาน
Digital & Tech Savvy

Digital & Tech Savvy: ความสามารถด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสำหรับวัยทำงาน

Digital & Tech Savvy: พลังของวัยทำงานในยุคดิจิทัล

คำว่า “Digital & Tech Savvy” ไม่ใช่แค่คำศัพท์เท่ๆ อีกต่อไป แต่มันคือ ‘ใบเบิกทาง’ สู่โอกาส คือ ‘เกราะป้องกัน’ ความไม่แน่นอน และคือ ‘พลัง’ ที่ซ่อนอยู่ในตัวคนทำงานอย่างเราทุกคนค่ะ เคยรู้สึกไหมคะว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เรากังวล กลัวว่าจะตามไม่ทัน หรือรู้สึกว่าตัวเอง “แก่เกินไป” ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ วันนี้ เราจะมาเปลี่ยนความกังวลนั้นให้เป็นความมั่นใจ ปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ และก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างามในโลกการทำงานยุคใหม่ด้วยกันค่ะ

การเป็นคนทำงานที่ Tech Savvy ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเขียนโค้ดได้ หรือต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เสมอไป แต่มันคือการมี ทัศนคติที่พร้อมเปิดรับ การมีความสามารถในการเลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลมาช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น มันคือการเข้าใจว่าเทคโนโลยีไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นเพื่อนคู่คิดและผู้ช่วยคนสำคัญที่จะติดปีกให้เส้นทางอาชีพของเราทะยาน สูงขึ้นไปอีกระดับ

ทำไมการเป็นคน Tech Savvy ถึงสำคัญอย่างยิ่งในวันนี้?

โลกเปลี่ยนไปแล้ว ตำแหน่งงานเดิมๆ อาจหายไป แต่ตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่ต้องใช้ทักษะดิจิทัลก็เกิดขึ้นมามากมาย การหยุดนิ่งอยู่กับที่เปรียบเสมือนการเดินถอยหลัง การเพิ่มทักษะด้านนี้จึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่เป็น “ความจำเป็น” เพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้า

  • เพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาทำงาน: ลองนึกภาพการทำงานเอกสารซ้ำๆ ที่เคยใช้เวลาเป็นชั่วโมง สามารถลดลงเหลือเพียงไม่กี่นาทีด้วยสูตร Excel หรือโปรแกรม Automation ง่ายๆ เวลาที่เหลือ เราสามารถนำไปใช้กับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้แต่กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวได้เร็วขึ้น
  • เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ: เมื่อเราใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็น เราจะมองเห็นโอกาสที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น การทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Remote Work) หรือแม้แต่การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ของตัวเอง
  • สร้างความมั่นใจและเป็นที่ยอมรับ: ความสามารถในการแก้ปัญหาโดยใช้เทคโนโลยีจะทำให้เราดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น เป็นที่พึ่งพาของเพื่อนร่วมทีมและเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ความรู้สึก “ฉันทำได้” นี่แหละค่ะ คือสิ่งที่ช่วยเสริมพลังให้เราจากข้างใน
  • เพิ่มความมั่นคงทางการเงินและอาชีพ: ในตลาดแรงงานปัจจุบัน บริษัทต่างๆ ในประเทศไทยต่างมองหาบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัล การที่เรามีความสามารถนี้ติดตัว ทำให้เราเป็นที่ต้องการและมีอำนาจต่อรองมากขึ้น นี่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคงของเราเอง

“การลงทุนในการเรียนรู้ทักษะดิจิทัล ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนใน ‘สินทรัพย์’ ที่มีค่าที่สุด นั่นคือ ‘ตัวเราเอง’ “

5 ทักษะดิจิทัลที่ไม่ว่าคุณจะทำงานสายไหน ก็ต้องมี!

ไม่ต้องตกใจกับลิสต์ยาวๆ นะคะ เรามาเริ่มกันที่ทักษะสำคัญที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกสายงานกันก่อน ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละอย่างค่ะ

1. การสื่อสารและการทำงานร่วมกันแบบดิจิทัล (Digital Communication & Collaboration)

ยุคนี้เราไม่ได้นั่งทำงานข้างกันเสมอไป ทักษะการใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์จึงสำคัญมาก ไม่ใช่แค่การส่งอีเมลหรือแชทผ่าน LINE แต่รวมถึง:

  • เครื่องมือสื่อสารในองค์กร: เช่น Slack, Microsoft Teams ที่ช่วยให้การพูดคุยเรื่องงานเป็นระบบ แยกเป็นห้องๆ ค้นหาง่าย และลดอีเมลที่ไม่จำเป็น
  • แพลตฟอร์มบริหารจัดการงาน: เช่น Trello, Asana, Jira เพื่อติดตามความคืบหน้าของโปรเจกต์ เห็นภาพรวมว่าใครทำอะไรถึงไหน ลดปัญหาการหลงลืมเดดไลน์
  • Cloud Storage & Document Sharing: เช่น Google Drive, OneDrive การทำงานบนไฟล์เดียวกันแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องส่งไฟล์ไปมาหลายเวอร์ชันจนสับสน

2. ความเข้าใจในข้อมูลเบื้องต้น (Data Literacy)

ไม่ต้องถึงกับเป็น Data Scientist แต่เราต้องสามารถอ่านข้อมูลและเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ได้ เช่น อ่านรายงานยอดขายแล้วเข้าใจว่าสินค้าตัวไหนกำลังเป็นที่นิยม, ดูข้อมูลจาก Google Analytics ของเว็บไซต์บริษัทแล้วพอจะบอกได้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน หรือแม้แต่การทำแบบสำรวจง่ายๆ ผ่าน Google Forms แล้วนำข้อมูลมาสรุปผล นี่คือทักษะที่สร้างความแตกต่างระหว่าง “การทำงานตามความรู้สึก” กับ “การทำงานโดยมีข้อมูลสนับสนุน” ซึ่งน่าเชื่อถือกว่ามาก

3. ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติเบื้องต้น (AI & Automation Literacy)

AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทุกวันนี้มีเครื่องมือ AI มากมายที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยชั้นดีให้เราได้ เช่น:

  • Generative AI: ใช้ ChatGPT หรือ Gemini ช่วยร่างอีเมล, คิดสโลแกน, สรุปบทความยาวๆ หรือช่วยหาไอเดียใหม่ๆ
  • AI ในโปรแกรมที่ใช้ประจำ: เช่น ฟีเจอร์ AI ใน Canva ที่ช่วยออกแบบรูปให้สวยงามในคลิกเดียว หรือฟีเจอร์ในโปรแกรมนำเสนอที่ช่วยจัดสไลด์ให้อัตโนมัติ
  • Automation Tools: เรียนรู้การตั้งค่าระบบอัตโนมัติง่ายๆ เช่น การตั้งกฎในอีเมลให้คัดแยกจดหมายสำคัญ หรือการใช้ Zapier / IFTTT เชื่อมต่อแอปต่างๆ ให้ทำงานแทนเรา

4. การตลาดดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย (Digital Marketing & Social Media)

ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายขาย การตลาด หรือแม้แต่บุคคล การเข้าใจหลักการของ Digital Marketing เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะมันคือการเข้าใจลูกค้าในยุคดิจิทัลค่ะ การรู้ว่าเทรนด์บนโซเชียลมีเดียตอนนี้คืออะไร, การสร้าง Personal Branding บน LinkedIn ให้ดูน่าเชื่อถือ, หรือการเข้าใจพื้นฐานของ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้คนค้นหาบริษัทหรือสินค้าของเราเจอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะที่มีมูลค่าสูงมาก

5. ความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Awareness)

เรื่องนี้สำคัญเหมือนการล็อกประตูบ้าน เราต้องรู้จักป้องกันตัวเองและองค์กรจากภัยคุกคามออนไลน์ ทักษะพื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้คือ:

  • การตั้งรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง: และใช้ Two-Factor Authentication (2FA) ทุกครั้งที่เป็นไปได้
  • การสังเกตอีเมลหลอกลวง (Phishing): ไม่คลิกลิงก์น่าสงสัย หรือดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • การแชร์ข้อมูลอย่างระมัดระวัง: บนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มต่างๆ

ก้าวแรกสู่การเป็น Tech Savvy Human: เริ่มต้นง่ายๆ ได้ตั้งแต่วันนี้

ความรู้สึก “ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน” เป็นเรื่องปกติ แต่ข่าวดีคือ เราไม่จำเป็นต้องลงคอร์สราคาแพงหรือใช้เวลาเป็นปีๆ เคล็ดลับคือการเรียนรู้แบบ “Micro-learning” หรือการเรียนรู้ทีละเล็กทีละน้อยในทุกๆ วัน

Step 1: สำรวจตัวเองและตั้งเป้าหมายเล็กๆ

มองงานประจำของคุณ แล้วถามตัวเองว่า “มีส่วนไหนที่น่าจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้ดีขึ้นได้บ้าง?”
ตัวอย่าง: “การทำรีพอร์ตสรุปยอดขายทุกสิ้นเดือนใช้เวลานานมาก” -> เป้าหมาย: “ฉันจะเรียนรู้วิธีใช้ Pivot Table ใน Excel ภายในเดือนนี้ เพื่อให้ทำรีพอร์ตได้เร็วขึ้น”

Step 2: ค้นหาแหล่งเรียนรู้ที่ใช่สำหรับคุณ

ปัจจุบันมีแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ดีๆ มากมาย ทั้งฟรีและเสียเงิน อยู่ที่ว่าเราชอบสไตล์ไหน

  • เรียนฟรีผ่านวิดีโอ: YouTube คือคลังความรู้ขนาดใหญ่ แค่ค้นหาสิ่งที่อยากรู้เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ ก็มีคนสอนมากมาย
  • คอร์สเรียนออนไลน์จากสถาบันชั้นนำ: หลายคอร์สเรียนฟรี มีทั้งแบบไม่ต้องการใบประกาศและแบบที่ได้ใบประกาศ
  • แพลตฟอร์มของไทย: มีคอร์สภาษาไทยที่เข้าใจง่าย เหมาะกับบริบทการทำงานในประเทศไทย
  • เรียนรู้จาก Community: เข้าร่วมกลุ่มใน Facebook หรือฟอรั่มที่เกี่ยวกับสายงานของคุณ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และถามคำถามจากผู้มีประสบการณ์
  • เรียนเจาะลึกขึ้น กับคอร์สปริญญาโท-เอก: เลือกมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีการอัปเดตหลักสูตรทันสมัย ใช้เครื่องมือ AI ให้เข้ากับเทรนด์ปัจจุบัน ศึกษาหลักสูตรปริญญาโท-เอกเพิ่มเติม

Step 3: ลงมือทำทันที (Learning by Doing)

หัวใจสำคัญที่สุดคือ “การนำไปใช้จริง” เรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือใหม่มาวันนี้ ลองเปิดโปรแกรมแล้วกดเล่นตามทันที อย่ารอให้ลืม การลงมือทำจะช่วยให้เราจำได้ดีกว่าการนั่งฟังหรืออ่านเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องกลัวผิดพลาด เพราะทุกความผิดพลาดคือการเรียนรู้

“อย่ารอให้พร้อม 100% เพราะวันนั้นอาจไม่มีจริง… แต่จงเริ่มต้นทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม

แล้วความพร้อมจะตามมาเองระหว่างทาง”

ก้าวข้ามกำแพง: จัดการกับความกลัวและความไม่มั่นใจ

สำหรับคนทำงานหลายคน อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่ความซับซ้อนของเทคโนโลยี แต่เป็น “กำแพงในใจ” ของเราเอง

  • “ฉันอายุเยอะเกินไปที่จะเรียน” – ไม่จริงเลย! ประสบการณ์ทำงานที่สั่งสมมาคือต้นทุนที่แข็งแกร่ง การนำทักษะดิจิทัลใหม่ๆ มาผสมผสานกับประสบการณ์เดิม จะทำให้คุณกลายเป็นบุคลากรที่หาตัวจับยาก
  • “ฉันไม่มีเวลา” – เราทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ลองจัดเวลาแค่วันละ 15-30 นาที ช่วงพักกลางวัน หรือระหว่างเดินทาง แทนการไถโซเชียลมีเดีย มาเป็นการดูคลิปสอนทักษะสั้นๆ การลงทุนเวลาเล็กๆ น้อยๆ ในวันนี้ จะให้ผลตอบแทนมหาศาลในวันหน้า
  • “มันดูยากและซับซ้อนเกินไป” – ทุกอย่างดูยากในตอนแรก เหมือนตอนที่เราหัดขับรถหรือหัดทำอาหารใหม่ๆ เริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุดและใกล้ตัวที่สุดก่อน เมื่อเราทำสำเร็จหนึ่งอย่าง ความมั่นใจจะเพิ่มขึ้นและกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งที่ยากขึ้นต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง โลกดิจิทัลไม่ใช่โลกของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่เป็นโลกของทุกคนที่มีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเรียนรู้ การเป็น Digital & Tech Savvy คือการเสริมพลังให้ตัวเราเอง สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงสง่างาม และคว้าทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิต

พลังอยู่ในมือของคุณแล้ว… เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เลย!

(Visited 151 times, 2 visits today)