SPU สร้างโอกาสฝึกงานกับ JR East บริษัทระบบรางระดับโลกของญี่ปุ่น มุ่งสานฝันพัฒนาระบบรางบ้านเกิดจังหวัดแม่ฮ่องสอน

‘ลาเต้–บุณยวีร์ ศิริรัตน์’

นักศึกษาสาขาวิศวกรรมระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

จากเด็กแม่ฮ่องสอนสู่เวทีระบบรางระดับโลก เรื่องราวของนักศึกษาสาขาวิศวกรรมระบบราง SPU ที่คว้าโอกาสฝึกงานกับ JR East พร้อมความฝันนำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

นี่คือเรื่องราวของ ‘ลาเต้–บุณยวีร์ ศิริรัตน์’ นักศึกษาสาขาวิศวกรรมระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ได้รับเหรียญรางวัลเรียนดี ประจำปีการศึกษา 2568 จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รางวัลอันทรงเกียรติสำหรับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ที่มีผลการเรียนเป็นเลิศจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ พร้อมอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิต เมื่อได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ฝึกงานด้านเทคนิคกับ JR East หรือ East Japan Railway Company เป็นระยะเวลา 3 ปี

ลาเต้เล่าว่า วินาทีแรกที่ทราบข่าวการได้รับรางวัล รู้สึกภูมิใจและซาบซึ้งใจกับความพยายามตลอดเส้นทางการศึกษา ทั้งการเรียนและการทำกิจกรรม แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่การได้รับการเสนอชื่อจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ทำให้มองเห็นคุณค่าของความตั้งใจที่สั่งสมมา

พิธีรับรางวัล ณ ทำเนียบองคมนตรี กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญในชีวิต “ถือเป็นเกียรติครั้งหนึ่งของชีวิต เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก และยังเป็นความภูมิใจของครอบครัวด้วย”

จากเด็กติดเกม สู่เหรียญรางวัลเรียนดีระดับประเทศ

เบื้องหลังความสำเร็จด้านการเรียน ลาเต้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเองเคยเป็นเด็กติดเกม แต่เลือกใช้วิธีจัดสรรเวลาอย่างชัดเจนระหว่างการเรียนและงานอดิเรก พร้อมตั้งเป้าว่าจะไม่ปล่อยให้เกมมาบั่นทอนอนาคต สิ่งที่ยึดเป็นหลักคือการตั้งใจเรียนให้เข้าใจตั้งแต่ในห้อง ควบคู่กับการค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงในอนาคต

บ้านเกิดที่การเดินทางยังไม่เท่าเทียม

แรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเรียน “วิศวกรรมระบบราง” เริ่มต้นจากบ้านเกิดจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดที่ระบบคมนาคมยังมีข้อจำกัด การเดินทางต้องพึ่งพาถนนเป็นหลัก และเที่ยวบินมีไม่สม่ำเสมอ บุณยวีร์มองว่า หากวันหนึ่งระบบรางสามารถเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้ จะช่วยเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างมหาศาล

“อยากเห็นบ้านเกิดเดินทางสะดวกขึ้น อยากให้คนเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายขึ้น นี่คือเหตุผลที่เลือกเรียนสาขานี้”

ห้องเรียนที่ไม่ได้อยู่แค่ในมหาวิทยาลัย

ระหว่างการเรียนที่ SPU บุณยวีร์ได้รับโอกาสไปศึกษาแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบราง และยังได้รับบทบาทเป็นหัวหน้าห้อง ทำหน้าที่ประสานงาน ดูแลเพื่อน และจัดการปัญหาต่างๆ ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยหล่อหลอมทั้งทักษะวิชาชีพ ความรับผิดชอบ และภาวะผู้นำ 

ลาเต้ สะท้อนว่า สิ่งที่แตกต่างจากความคาดหวังในวันแรก คือการเรียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้อง แต่ได้ออกไปเจอสถานการณ์จริง สถานที่จริง และระบบจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ตำราไม่สามารถทดแทนได้

โอกาสระดับโลก เริ่มต้นจาก SPU

อีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญคือบทบาทของคณาจารย์ โดยเฉพาะ ผศ.ดร.ชวลิต มณีศรี หัวหน้าสาขาวิศวกรรมระบบราง ที่คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด รวมถึงการผลักดันให้นักศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรม การแข่งขัน และโครงการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ลาเต้กำลังเตรียมตัวเดินทางไปฝึกงานกับ JR East ประเทศญี่ปุ่น พร้อมตั้งใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด เพื่อนำกลับมาต่อยอดพัฒนาระบบรางของประเทศไทย และในอนาคตหวังจะได้ทำงานในโครงการรถไฟความเร็วสูงหรือเส้นทางภาคเหนือ เพื่อช่วยลดระยะเวลาเดินทางกลับบ้านเกิด และมีส่วนร่วมพัฒนาพื้นที่ของตนเอง

วิศวกรรุ่นใหม่ กับอนาคตระบบรางไทย

ผศ.ดร.ชวลิต มณีศรี หัวหน้าสาขาวิศวกรรมระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายว่า ความสำเร็จของลาเต้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบระบบการเรียนรู้ที่เน้น “ประสบการณ์จริง” ควบคู่กับการพัฒนาทัศนคติการทำงานอย่างต่อเนื่อง

สาขาวิศวกรรมระบบราง SPU วางแนวทางการผลิตบัณฑิตบนฐานของอุตสาหกรรมจริง ตั้งแต่การออกแบบหลักสูตรตามโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เติมทักษะวิชาชีพในทุกชั้นปี ไปจนถึงการพานักศึกษาออกไปสัมผัสหน้างานจริง ผ่าน Railway Camp การฝึกปฏิบัติระยะสั้น การแลกเปลี่ยนต่างประเทศ และสหกิจศึกษา เพื่อให้นักศึกษาคุ้นชินกับระบบงานก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

ขณะเดียวกัน คณะยังให้ความสำคัญกับ “ทักษะมนุษย์” ไม่แพ้ทักษะวิศวกรรม ทั้งการทำงานเป็นทีม การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ความรับผิดชอบ และการปรับตัว ซึ่งถูกบ่มเพาะผ่านกิจกรรมกลุ่มและประสบการณ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีน ซึ่งนักศึกษาต้องเรียนรู้ทั้งภาษา วัฒนธรรม และการทำงานร่วมกับคนหลากหลายเชื้อชาติ

ผศ.ดร.ชวลิต มณีศรี หัวหน้าสาขาวิศวกรรมระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ในมิติของโอกาสระดับนานาชาติ ผศ.ดร.ชวลิต ระบุว่า SPU เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งกับ HVCRT ในประเทศจีน และพันธมิตรใหม่อย่าง JR East ผ่าน JYT เพื่อเปิดเส้นทางฝึกงานและสหกิจศึกษาในต่างประเทศให้กับนักศึกษาที่มีศักยภาพ

“จุดแข็งของนักศึกษาระบบราง SPU คือการรวม ‘ทักษะวิชาชีพ ภาษา และทัศนคติการทำงาน’ ไว้ในคนเดียว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่องค์กรระดับโลกมองหา และบุณยวีร์มีครบทั้งสามด้าน”

ผศ.ดร.ชวลิตยังมองว่า ญี่ปุ่นถือเป็นต้นแบบระบบรางของเอเชียและของโลก ทั้งด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการ ขณะที่ประเทศไทยเองใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่นในหลายมิติ ตั้งแต่ตัวรถ ระบบอาณัติสัญญาณ ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร การที่นักศึกษาไทยได้เข้าไปเรียนรู้กับ JR East จึงเปรียบเสมือนการสร้าง “สะพานความรู้” จากต่างประเทศกลับสู่ระบบรางไทยในอนาคต

ไม่เพียงส่งนักศึกษาไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่ SPU ยังมองภาพใหญ่ถึงการสร้างคนรุ่นใหม่ที่สามารถนำองค์ความรู้ระดับสากลกลับมาปรับใช้กับบริบทประเทศไทย เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเดินทาง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ความฝันที่ปลายทางคือบ้านเกิด

ลาเต้ ฝากถึงน้องๆ ที่สนใจสายงานนี้ว่า ระบบรางอาจยังเป็นอาชีพใหม่ในประเทศไทย แต่เต็มไปด้วยโอกาส ขอเพียงเปิดใจ ตั้งใจเรียนรู้ และสะสมประสบการณ์ เพราะความรู้ในวันนี้จะกลายเป็นจุดแข็งสำคัญของชีวิตการทำงานในวันข้างหน้า

เรื่องราวของ ‘ลาเต้–บุณยวีร์ ศิริรัตน์’ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของนักศึกษาคนหนึ่ง หากยังสะท้อนภาพการพัฒนาคนรุ่นใหม่ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่กำลังเชื่อมต่อห้องเรียนไทยสู่ระบบรางระดับโลก และส่งต่อความหวังกลับสู่บ้านเกิดอย่างเป็นรูปธรรม

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #Sripatumuniversity #SPU #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #SPUเรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #DEKSE #showcase #สาขาวิศวกรรมระบบราง

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Social Media

Most Popular

Categories

On Key

Related Posts

จากห้องเรียนสู่สตูดิโอจริงเบื้องหลังโปรเจกต์… MV 2D Animation “THE OATH” ร่วมกับศิลปิน บอย-โกสิยพงษ์

นี่คือ… ผลงานนักศึกษา-ศิษย์เก่า-อาจารย์ คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ใครที่ชื่นชอบผลงาน