'จีฮาน ชูดวง'
ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
มหาวิทยาลัยศรีปทุม
บางครั้ง โอกาสที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต อาจเริ่มต้นจากการกล้าก้าวออกจากพื้นที่เดิมของตัวเอง เรื่องราวของ “จีฮาน ชูดวง” ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม คืออีกหนึ่งตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กล้าเดินเข้าหาโอกาส จนสามารถคว้าทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (MEXT Scholarship) ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกด้าน Transportation Engineering ที่ประเทศญี่ปุ่น เส้นทางจากนักศึกษาวิศวะธรรมดาสู่เวทีวิชาการระดับโลก จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับนักศึกษารุ่นใหม่ที่กำลังมองหาความฝันของตัวเอง
ปัจจุบัน จีฮานกำลังศึกษาต่อระดับ ปริญญาเอกด้าน Transportation Engineering ที่ The University of Tokyo ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (MEXT Scholarship) ซึ่งเป็นหนึ่งในทุนการศึกษาที่มีการแข่งขันสูงในระดับนานาชาติ แต่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ เจ้าตัวกลับเล่าอย่างเรียบง่ายว่า
“ผมไม่ได้เก่งกว่าใคร…..เพียงแต่กล้าที่จะนำเสนอตัวเองเพียงครั้งเดียว…จนประตูแห่งโอกาสเปิดออก”
จากคำถามเรื่องการจราจร สู่ความสนใจด้านวิศวกรรมขนส่ง
จุดเริ่มต้นของความสนใจด้าน Transportation Engineering ของจีฮาน เกิดขึ้นจากประสบการณ์ทำงานด้านระบบขนส่งหลังจากสำเร็จการศึกษา จีฮาน เล่าว่า การได้ทำงานในสายงานนี้ทำให้เริ่มตั้งคำถามกับปัญหาการจราจรที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ผู้คนต้องสูญเสียไปบนท้องถนน หรือผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนเมือง คำถามง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในใจคือ “ทำไมการจราจรของเราถึงเป็นแบบนี้ และเราจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่”
คำถามเหล่านี้ทำให้จีฮานเริ่มมองเห็นว่า ระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่ของสังคม” ที่เชื่อมโยงผู้คน เศรษฐกิจ และการพัฒนาเมืองเข้าด้วยกัน
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เขาจึงตัดสินใจเลือกเรียนในสาขาวิศวกรรมขนส่งและจราจร เพื่อเข้าไปทำความเข้าใจระบบเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง
ประสบการณ์ในรั้ว SPU ที่เปิดโลกการเรียนรู้
แม้ในช่วงมัธยม จีฮานจะไม่เคยคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งตนเองจะได้มีโอกาสศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่าง The University of Tokyo ในเวลานั้น เป้าหมายของเขามีเพียงแค่การเรียนให้จบปริญญาตรีในประเทศไทยเท่านั้น แต่ช่วงเวลาที่เรียนอยู่ในรั้ว มหาวิทยาลัยศรีปทุม กลับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปิดโลกการเรียนรู้ใหม่ โดยเฉพาะการได้ทำ โปรเจกต์ร่วมกับอาจารย์ และการเข้าร่วม งานสัมมนาทางวิชาการ ซึ่งทำให้เขาได้พบกับนักวิจัยและนักวิชาการจากหลากหลายสถาบัน รวมถึงได้เห็นผลงานวิจัยจากนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่มีมุมมองและแนวคิดที่หลากหลาย
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาตระหนักว่า โลกของความรู้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงระดับปริญญาตรี แต่ยังมีพื้นที่การศึกษาและการค้นคว้าที่ลึกและกว้างกว่านั้นอีกมาก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาคิดถึงการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
ก้าวเล็กๆ ที่เปิดประตูสู่โอกาสระดับโลก
หนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเส้นทางชีวิตจีฮาน เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ ในงานสัมมนาวิชาการ ในวันนั้น เขาได้มีโอกาสพบกับนิสิตปริญญาเอกของอาจารย์จากประเทศญี่ปุ่น และตัดสินใจ เดินเข้าไปแนะนำตัว พูดคุย และแลกเปลี่ยนอีเมล
การพูดคุยสั้นๆ ครั้งนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสการศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงช่องทางในการสมัครทุนในที่สุด โอกาสครั้งนั้นนำไปสู่การสมัคร ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (MEXT Scholarship)
และการได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเชื่อว่า บางครั้งโอกาสอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องกล้าที่จะเดินเข้าไปหาโอกาสนั้น
ความท้าทายของการสมัครทุน MEXT
แม้จะเป็นโอกาสที่สำคัญ แต่เส้นทางสู่ทุน MEXT ก็ไม่ได้ง่าย จีฮานเล่าว่า ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือความละเอียดของกระบวนการสมัคร เนื่องจากต้องเตรียมเอกสารจำนวนมาก ทั้งเอกสารวิชาการ แผนการวิจัย และเอกสารประกอบต่างๆ
นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์เกี่ยวกับหัวข้อวิจัยที่จะทำในระดับปริญญาเอก ซึ่งอาจสร้างความกดดันให้กับผู้สมัคร เพราะบางครั้งผู้สมัครอาจยังไม่ได้มีความรู้ลึกในเรื่องนั้นมากพอ อย่างไรก็ตาม การเตรียมข้อมูลอย่างรอบคอบ และการปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เขาสามารถผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มาได้
Soft Skills จาก SPU ที่กลายเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ
เมื่อมองย้อนกลับไป จีฮานมองว่า สิ่งสำคัญที่ได้รับจากการเรียนในรั้ว มหาวิทยาลัยศรีปทุม ไม่ได้มีเพียงความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทักษะสำคัญที่จำเป็นในโลกการทำงานยุคใหม่ หรือ Soft Skills ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การเปิดรับแนวคิดใหม่ และการกล้าลองผิดลองถูก
ทักษะเหล่านี้เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรม การทำโปรเจกต์ และการมีอาจารย์ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เขาสามารถก้าวต่อไปในเวทีนานาชาติได้
AI กับอนาคตของระบบขนส่ง
ในมุมมองของจีฮาน เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในอนาคตของงานด้าน Transportation Engineering AI สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการจราจรจำนวนมหาศาล คาดการณ์พฤติกรรมการเดินทางของผู้คน และช่วยออกแบบระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการระบบรถไฟหรือรถเมล์แบบเรียลไทม์ การออกแบบเมืองอัจฉริยะ หรือแม้กระทั่งการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ เขามองว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเหมือน “คู่คิดของวิศวกรรุ่นใหม่” ที่ช่วยให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กล้าที่จะเดินเข้าหาโอกาส
สำหรับน้อง ๆ นักเรียนและนักศึกษาที่อยากเปิดโอกาสให้ตัวเองเหมือนที่เขาเคยทำ จีฮานมีคำแนะนำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการ ค้นหาตัวเองให้เจอ ว่าสนใจหรืออยากทำอะไรในอนาคต
จากนั้นจึงเริ่มสะสมประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมกิจกรรม การหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ หรือการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดประตูสู่โอกาสระดับโลก
หากย้อนเวลากลับไปบอกตัวเองในวันที่เป็นนักศึกษาปีหนึ่ง จีฮานบอกว่าเขาจะบอกตัวเองว่า “อย่ากลัวที่จะลองสิ่งใหม่” เพราะทุกครั้งที่กล้าก้าวออกจาก Comfort Zone มักจะมีบางสิ่งพาเราไปไกลกว่าเดิมเสมอ
และประโยคที่จีฮานอยากฝากไว้กับทุกคนคือ “ใช้ชีวิตให้สนุก เตรียมตัวให้พร้อม และต้องกล้าที่จะเดินเข้าหาโอกาสนั้น” เพราะบางครั้ง โอกาสเพียงครั้งเดียว อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตทั้งชีวิตได้
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #Sripatumuniversity #SPU #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #SPUเรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #DEKSE #showcase #สาขาวิศวกรรมโยธา



