เมื่อก่อนคนส่วนมากจะชอบคิดกันว่า คนเรียนเทคโนโลยีสารสนเทศ (หรือที่เรียกกันติดปากว่าเด็กไอที) จะถูกมองว่าเป็นเด็กเนิร์ดแว่นหนาที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา

แต่พอตอนนี้ที่เทคโนโลยีเริ่มมาอยู่ในชีวิตเรามากขึ้น คนก็เริ่มหันมาสนใจเรียนเทคโนโลยีกันเพิ่มมากขึ้น
คนส่วนใหญ่ที่คิดว่าคนเรียนจบ IT มาแล้วจะต้องทำงานซ่อมคอมฯ อย่างเดียว จริงๆ แล้วอาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีงานอาย่างอื่นอีกเยอะมาก แถมมีรายได้สูงไม่แพ้สายงานอื่นเลยนะ

 

 

อาชีพนี้จะเป็นงานเกี่ยวกับการวางแผนและพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ให้แก่องค์กรต่างๆ โดยการวิเคราะห์ปัญหาและนำมาเปลี่ยนให้เป็นรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการประเมินค่าด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงการวางแผนงาน การสั่ง การทบทวนโครงการประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ และการจัดทำรายงานเกี่ยวกับโครงการที่ทำไปแล้ว

นักวิเคราะห์ระบบงานสามารถเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายคอมพิวเตอร์ หรือผู้จัดการฝ่ายคอมพิวเตอร์ และเป็นผู้บริหารขององค์กรในที่สุด ส่วนผู้ที่รักอิสระ สามารถจัดตั้งกิจการเป็นที่ปรึกษาทางด้านคอมพิวเตอร์ให้กับองค์กรต่างๆ ที่ไม่ต้องการมีค่าใช้จ่ายที่แน่นอนกับการจ้างพนักงานประจำและ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงเทคโนโลยีตลอดเวลา

 

 

 

งานของอาชีพโปรแกรมเมอร์คือการนำข้อมูลการออกแบบรายละเอียดการวางโครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์ จากนักวิเคราะห์ระบบงาน มาเขียนเป็นโปรแกรมต่างๆ โดยภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมจะแตกต่างกันไป ตามลักษณะเครื่องของระบบฐานข้อมูล เพื่อให้ได้ซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผล การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะต้องมีการทดสอบระบบและส่งให้นักวิเคราะห์ระบบทำการตรวจสอบอีกครั้งเพื่อหากจุดบกพร่องและแก้ไขก่อนนำไปใช้จริง

อาชีพโปรแกรมเมอร์คือเส้นทางสู่ความเป็น IT Architecture และ Chief Technology Officer โดยมันมีความท้าทาย และความยากตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เพราะงั้นเราต้องมีการพัฒนาตัวเองและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

 

 

 

งานหลักของนักทดสอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็คือการสืบเสาะหาสิ่งผิดปกติของโปรแกรม โดยต้องอาศัยกความช่างสังเกต มองให้เห็นถึงปัญหาหรือข้อบกพร่องของระบบในอีกมุมมองหนึ่งที่แตกต่างจาก Programmer หรือ Software Developer หากจะเปรียบก็เหมือนนักสืบ ที่พยายามเสาะหาหนทางว่าผู้ร้าย (Bug) แฝงตัวซ่อนอยู่ตรงไหน จากนั้นก็ลากตัวผู้ร้ายไปให้ตำรวจอย่าง Programmer จัดการเคลียร์คดีอันยุ่งเหยิง

นักทดสอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในการสื่อสารดีจะมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่าย จนถึงระดับผู้จัดการระดับต่างๆ หรือสามารถเปิดสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์ และตรงกับเทรนด์ดิจิทัล

 

 

 

นักพัฒนาเว็บไซต์จะต้องกำหนดประเภทและแบบของการเขียนโปรแกรมในการนำเสนอในเว็บไซต์ การออกแบบ การจัดวางเนื้อหาและการเชื่อมสู่รายละเอียดในแต่ละรายการที่ต้องการนำเสนอ (Sitemap) และโครงร่าง (Outline) ของเว็บไซต์ บางครั้งจะต้องมีการติดต่อกับผู้ควบคุมงานและผู้แทนของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาที่สำคัญในการนำเสนอ การนำข้อมูลเข้าระบบ ขอบเขตของการแสดงข้อมูล ออกแบบ การจัดวางภาพและข้อความ (layout) ในแต่ละเว็บเพจ บางครั้งอาจจะมีการทำงานกับผู้ออกแบบกราฟิค (Graphic Designers) เพื่อช่วยทำให้งานสมบูรณ์มากขึ้น

 

 

ใครที่มีใจรักในเทคโนโลยี ชอบคอมพิวเตอร์ ฝันที่จะสร้าง App หรือเขียนโปรแกรมด้วยตัวเอง สาย IT ถือว่าตอบโจทย์ที่สุดแล้ว ไม่อยากเกินความสามารถแน่นอน!

ส่วนน้องๆ ที่อ่านแล้วอาจจะยังงงๆ เรื่องโปรแกรมหรือคำศัพท์ที่เขาใช้กันอยู่ไม่ต้องกลัวไปนะ เพราะที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยศรีปทุม สอนตั้งแต่พื้นฐานจนเป็นเซียนด้าน IT ตอบโจทย์ตลาดงานยุคดิจิทัล 100% แถมยังสามารถเรียนต่อปริญญาโทและเอก เพื่อต่อยอดอาชีพ เรียกเงินเดือนได้สูงขึ้นไปอีก!

 

สามารถติดตามเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ IT เพิ่มเติมได้ที่ www.spu.ac.th/fac/informatics

 

Facebook Comments
(Visited 27 times, 1 visits today)

Related posts

เปิดวาร์ป BABY THESIS รุ่นพี่นิเทศปี 3!

Nualsiri kotchapan

พลาดไม่ได้ คำศัพท์ Eng สายโลจิสติกส์ฯ ยิ่งรู้ ยิ่งเริ่ด!!

Nualsiri kotchapan

มัดรวมสุดยอดเกมฮิตของนักเรียน #คุณครูไม่รู้ไม่ได้แล้ว

Nualsiri kotchapan

5 ขั้นตอนการขนย้าย เรียบๆ แต่มีสไตล์ แบบโลจิสติกส์ SPU

Nualsiri kotchapan

DEK เต็ก SOA ขอตอบ! ทำไมต้องเรียนการออกแบบภายใน SPU?

Nualsiri kotchapan

4 เคล็ดลับความสำเร็จธุรกิจส่งออก ที่ Dek โลจิสต์ SPU ควรรู้

Nualsiri kotchapan

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More