SPU เปิดประตูวิจัยโลก! จากเครือข่ายไต้หวันสู่เวทีอาเซียน

จากประสบการณ์วิจัยในไต้หวันสู่เวทีนานาชาติ นักศึกษา SPU ต่อยอดงานวิจัยสุขภาพ รับทุนสนับสนุนนำเสนอผลงานที่อินโดนีเซีย

เมื่อความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไม่ได้หยุดอยู่แค่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แต่สามารถต่อยอดเป็นโอกาสให้นักศึกษาพัฒนางานวิจัยและก้าวสู่เวทีนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จึงเดินหน้าสร้างเครือข่ายทางวิชาการที่เชื่อมโยงการเรียนรู้จากต่างประเทศเข้ากับการสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

จากเครือข่ายไต้หวัน สู่โอกาสวิจัยระดับอาเซียน

นางสาวอุมาพร มากทรัพย์ นักศึกษาสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ AUN-HPN Youth Project on Health Promotion พร้อมได้รับทุนสนับสนุนประเภท Type 2 – Partially Funded Scholarship เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยรูปแบบโปสเตอร์ในการประชุมวิชาการนานาชาติ ณ ประเทศอินโดนีเซีย

เส้นทางสู่โอกาสครั้งนี้เริ่มจากความร่วมมือทางวิชาการที่ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยและการประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม สร้างขึ้นร่วมกับ I-Shou University และ National Pingtung University (NPTU) ประเทศไต้หวัน ผ่านโครงการ Taiwan Experience Education Program (TEEP) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และทำงานวิจัยในสภาพแวดล้อมนานาชาติ

ระหว่างเข้าร่วมโครงการ ณ NPTU นางสาวอุมาพรได้พัฒนาประสบการณ์ด้าน Big Data in Healthcare โดยประยุกต์ความรู้ทางวิศวกรรมอุตสาหการกับการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์ส่งเสริมการวิจัยฯ และการให้คำปรึกษาของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒตรา ศรีญาณลักษณ์ ก่อนต่อยอดผลงานสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ (ASEAN University Network – Health Promotion Network: AUN-HPN)

เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจระบบสุขภาพให้รอบด้าน

ผลงานวิจัยเรื่อง “Exploring the Relationship Between Diagnostic Resource Availability and Cancer Mortality: A Comparative Analysis of Taoyuan City, Taiwan and Samut Prakan Province, Thailand” ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความพร้อมของทรัพยากรสำหรับวินิจฉัยโรคมะเร็งกับอัตราการเสียชีวิต โดยเปรียบเทียบข้อมูลเมืองเถาหยวน ประเทศไต้หวัน และจังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย

ผลการศึกษาที่นำเสนอระบุว่า แม้เมืองเถาหยวนจะมีโรงพยาบาลที่ยืนยันความพร้อมของเครื่อง MRI และ PET มากกว่า แต่กลับมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งสูงกว่าในช่วงปี 2565–2566 ประเด็นนี้ชวนให้พิจารณาว่า ผลลัพธ์ด้านสุขภาพอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน ไม่ใช่เพียงจำนวนเครื่องมือวินิจฉัยเท่านั้น

งานวิจัยจึงเสนอให้พิจารณาปัจจัยร่วม เช่น โครงสร้างประชากร การตรวจคัดกรอง และการเข้าถึงบริการสุขภาพ พร้อมตระหนักถึงข้อจำกัดด้านช่วงเวลาของข้อมูลทรัพยากรการวินิจฉัยปี 2569 ที่นำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลการเสียชีวิตในอดีต ทั้งนี้ ข้อค้นพบดังกล่าวเป็นประเด็นสำหรับการศึกษาเพิ่มเติม ไม่ใช่ข้อสรุปยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล

ก้าวต่อไปบนเวทีวิชาการนานาชาติ

นางสาวอุมาพรได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานในการประชุม SDGs Connect International Conference 2026 ซึ่งจัดร่วมกับการประชุม 11th AUN-HPN International Advisory Committee Meeting และ 5th International Health Promotion Conference ระหว่างวันที่ 14–16 ตุลาคม 2569 ณ Universitas Airlangga เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีโอกาสเข้ารับการพิจารณารางวัล Best Poster Presentation

เส้นทางการเรียนรู้ดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมโยงกับ SDG 3: Good Health and Well-being ผ่านการศึกษาวิจัยด้านสุขภาพ โดยเฉพาะ SDG 3.1 Research on health and well-being และ SDG 3.1.3 Good Health and Well-being: publications ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลงานวิชาการด้านสุขภาพ ส่วนการสร้างเครือข่ายข้ามประเทศสอดคล้องกับ SDG 17: Partnerships for the Goals โดยเฉพาะ SDG 17.2 Relationships to support the goals และ SDG 17.2.4 Collaboration for SDG best practice ในมิติความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม การได้รับคัดเลือกเพื่อนำเสนอผลงานเป็นหลักฐานของโอกาสทางวิชาการและการเผยแพร่ผลงาน ไม่ใช่หลักฐานยืนยันผลกระทบทางสุขภาพโดยตรง

สำหรับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ความสำเร็จของเครือข่ายความร่วมมือไม่ได้วัดเพียงจำนวนพันธมิตร แต่ยังอยู่ที่โอกาสที่นักศึกษาได้รับในการเรียนรู้ พัฒนางานวิจัย และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนานาชาติ จากไต้หวันสู่เวทีอาเซียน ความร่วมมือทางวิชาการจึงเป็นสะพานที่เชื่อมการศึกษาเข้ากับการค้นคว้า และเปิดทางให้นักวิจัยรุ่นใหม่เติบโตต่อไปในระดับสากล