มหาวิทยาลัยศรีปทุมร่วมเวที Thailand Research Expo 2026 ถ่ายทอดนวัตกรรมและองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด “Smart City Smart Living” เชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี และ AI สู่การพัฒนาเมือง การท่องเที่ยว และการศึกษาเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) โดยศูนย์ส่งเสริมการวิจัยและการประกันคุณภาพการศึกษา ร่วมแสดงศักยภาพด้านงานวิจัยและนวัตกรรมในงาน Thailand Research Expo 2026 มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายวิจัยทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

ภายในบูธนิทรรศการ SPU ถ่ายทอดแนวคิด “Smart City Smart Living” ผ่านผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใน 3 มิติสำคัญ

มิติแรกคือ Smart Building & Smart City นำเสนอระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะด้วย AI และเทคโนโลยี BIM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบ ก่อสร้าง และการบริหารอาคาร ลดการใช้ทรัพยากร และสร้างเมืองที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
มิติที่สองคือ Smart Tourism ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่อยอดอัตลักษณ์และ Soft Power ของไทย ยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว พร้อมสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและชุมชนผ่านแนวทางการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
มิติสุดท้ายคือ Smart Education ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของห้องเรียนยุคใหม่ ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพทั้งผู้สอนและนักศึกษา เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต และสร้างบัณฑิตที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี



ไฮไลต์ของงานในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30–16.30 น. คือเวทีเสวนา “ระบบนิเวศอัจฉริยะยุคใหม่ : เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อมเมือง การท่องเที่ยว และการศึกษา ด้วยนวัตกรรม AI” โดยผู้บริหารและคณาจารย์มหาวิทยาลัยศรีปทุม ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน Smart Building & Smart City, Smart Tourism in Digital Era และ Smart Education in AI Paradigm เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ในการพัฒนาสังคมไทย

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยศรีปทุมในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง พร้อมสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาเมือง การศึกษา และเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบและตอบโจทย์การพัฒนาในระยะยาว ทั้งยังสอดคล้องกับ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (เป้าประสงค์ 4.3 และ 4.4), SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (เป้าประสงค์ 9.5), SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (เป้าประสงค์ 11.3), SDG 17 หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (เป้าประสงค์ 17.16 และ 17.17)
เมื่อองค์ความรู้ไม่ได้หยุดอยู่ในห้องวิจัย แต่ถูกส่งต่อสู่การใช้งานจริง นวัตกรรมจึงกลายเป็นพลังสำคัญที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

















