5 Hacks วิธีเตรียมตัวให้พร้อมสหกิจศึกษาแบบมือโปร!
รวม 5 เช็กลิสต์สำคัญก่อนออกไปปฏิบัติสหกิจศึกษา! ถอดรหัสทริกเด็ดสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก อาจารย์จีระวรรณ ฤกษะสุต คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.ศรีปทุม ที่จะช่วยเปลี่ยนน้องๆ ให้พร้อมก้าวสู่โลกทำงานจริงได้อย่างมั่นใจ ใครไม่อยากพลาดตั้งแต่วันแรก ต้องตามไปส่อง 5 Hacks นี้กันเลย!
PROFILE :
อาจารย์จีระวรรณ ฤกษะสุต
อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.ศรีปทุม
Hack 1 : ปั้น Portfolio ให้โดนใจ HR เห็นแล้วต้องรีบคว้า!
เรื่องพอร์ตโฟลิโอเป็นสิ่งที่น้องๆ เข้ามาปรึกษาอาจารย์เยอะที่สุด เพราะกลัวทำแล้วบริษัทจะไม่เรียกสัมภาษณ์ หัวใจสำคัญจริงๆ มีง่ายๆ แค่นี้ค่ะ เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ อย่าใส่ทุกอย่างที่เคยทำจนยาวเป็นหางว่าว HR หรือพี่เลี้ยงมีเวลาดูแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ดึงมาแค่ “2-3 โปรเจกต์ที่ตรงกับตำแหน่งที่สุด” แล้วเล่าให้ลึก ดีกว่าใส่เป็นสิบชิ้นแบบผิวเผิน วางโครงสร้างพอร์ตให้เป๊ะ 4 ส่วนหลัก คือ
- Self-Introduction : แนะนำตัวสั้นๆ ระบุชื่อ สาขา และสายงานที่สนใจให้ชัดเจน (เช่น Web Dev, Data Analytics หรือ AI)
- Skills : อย่าแปะแค่โลโก้โปรแกรม ควรบอกระดับความชำนาญ หรือยกตัวอย่างงานที่เคยใช้จริง
- Project Showcase (ไฮไลต์) : เล่าสรุป 4 ข้อ คือ โจทย์งาน, บทบาทของเรา, เครื่องมือที่ใช้, และผลลัพธ์ ถ้ามีลิงก์ GitHub หรือ Demo ให้กดดูได้จริง จะเพิ่มความน่าเชื่อถือขึ้นมาก
- Certificates & Activities : ใส่ใบเซอร์คอร์สออนไลน์หรือกิจกรรมแข่งขัน เพื่อโชว์ว่าเป็นคนแอ็กทีฟ พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา
Customized ให้เข้ากับบริษัท ลองศึกษาวัฒนธรรมองค์กรที่เราจะสมัคร แล้วดึงผลงานที่ตรงโจทย์ขึ้นมาไว้หน้าแรกๆ เพราะพอร์ตที่ดีที่สุด ไม่ใช่พอร์ตที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่คือพอร์ตที่ “ตอบโจทย์คนอ่านตรงจุดที่สุด” ปิดท้ายด้วยงานดีไซน์ที่สะอาดตา อ่านง่าย เป็นมืออาชีพค่ะ
Hack 2 : อัปสกิลเครื่องมือยุคใหม่ ตัวช่วยเร่งสปีดการทำงาน
สายเทคนิคหลายคนชอบโฟกัสแค่การเขียนโค้ดหรือวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเดียว แต่งานจริงต้องมีการสื่อสาร นำเสนอ และบริหารงานร่วมด้วย สกิลพวกนี้เลยสำคัญไม่แพ้กันค่ะ
- Productivity Tools : เช่น Excel แม้จะอยู่สาย IT แต่บริษัทส่วนใหญ่ยังใช้ทำรายงาน สรุปข้อมูล หรือ Dashboard ถ้าเราใช้ Pivot Table หรือสูตรพื้นฐานคล่อง งานจะไวขึ้นเยอะ หรืออย่าง Canva ก็ช่วยให้เราทำสไลด์นำเสนอออกมาดูดีได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาทำดีไซน์ซับซ้อน
- AI Tools (ทักษะยุคใหม่ที่ต้องมี) : เดี๋ยวนี้ AI กลายเป็นทักษะพื้นฐานไปแล้ว สิ่งที่บริษัทมองหาไม่ใช่แค่ “ใช้เป็นไหม” แต่เป็น “ใช้อย่างมีวิจารณญาณหรือเปล่า” รู้จักตั้ง Prompt ให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง และตรวจเช็กความถูกต้องก่อนนำไปใช้จริง ถ้าใส่ในพอร์ตได้ว่าเราใช้ AI ช่วยเร่งสปีดโปรเจกต์ยังไง จะดูน่าสนใจมาก
- Collaboration Tools : สกิลการใช้ Git, Trello, Notion หรือ Slack แสดงให้เห็นว่าเราพร้อมวาร์ปเข้าไปทำงานร่วมกับทีมในองค์กรได้ทันที
จำง่ายๆ ทักษะวิชาชีพทำให้เรา “ทำงานได้” แต่เครื่องมือยุคใหม่จะทำให้เรา “ทำงานไว และทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี” ในพอร์ตแนะนำให้แยกหัวข้อ Technical Skills กับ Productivity/AI Tools ออกจากกันให้เห็นชัดๆ ไปเลยค่ะ
Hack 3 : สื่อสารให้เป็น เคลียร์งานได้ตรงจุด
พี่เลี้ยงส่วนใหญ่สะท้อนกลับมาตรงกันว่า เด็กๆ เก่งเทคนิค แต่เวลาอธิบายงาน รายงานความคืบหน้า หรือตั้งคำถาม กลับยังทำได้ไม่ชัดเจน ซึ่งทักษะนี้จำเป็นมากใน 3 สถานการณ์นี้ค่ะ
- เคลียร์โจทย์งาน : งานจริงไม่ได้มีสเปกเป๊ะๆ เหมือนโจทย์ในห้องเรียน การสื่อสารที่ดีคือการกล้าตั้งคำถามให้ถูกจุดตั้งแต่แรก จะได้ไม่เสียเวลาทำผิดทาง
- รายงานความคืบหน้า : พูดหรือพิมพ์สรุปกระชับๆ ว่า ทำอะไรไปแล้ว ติดปัญหาตรงไหน ต้องการให้ช่วยอะไร จะทำให้พี่เลี้ยงไว้วางใจและกล้าส่งงานที่ท้าทายขึ้นให้ทำ
- สื่อสารต่างสายงาน : ต้องฝึกอธิบายเรื่องเทคนิคซับซ้อนให้ฝั่งการตลาด ฝ่ายขาย หรือผู้ใช้งานทั่วไปเข้าใจได้ง่ายๆ
แอบกระซิบว่ามี 4 วิธีฝึกสกิลการสื่อสารง่ายๆ ก่อนลงสนามจริงให้ดังนี้ค่ะ
- ฝึกสรุปงานสั้น (Elevator Pitch) : ลองอธิบายโปรเจกต์ตัวเองให้จบใน 1 นาที (ทำอะไร / ปัญหาคืออะไร / จะทำอะไรต่อ)
- ฝึกเขียนข้อความกระชับ : เขียนอีเมลหรือแชตติดต่องานให้สั้น ชัดเจน อ่านแป๊บเดียวเข้าใจ
- กล้าถามคำถาม : ฝึกตั้งคำถามในห้องเรียนหรือตอนทำงานกลุ่ม การถามตรงจุดโชว์ถึงความใส่ใจ ไม่ใช่ความไม่เก่ง
- หมั่นนำเสนอหน้าชั้น : ใช้เวทีพรีเซนต์งานในคลาสเรียนช่วยลดความประหม่า ยิ่งฝึกบ่อย กล้ามเนื้อการสื่อสารยิ่งแข็งแรงค่ะ
Hack 4 : เตรียมตัววันแรกยังไง ให้ดูโปรตั้งแต่วินาทีแรก!
อาการตื่นเต้นและกังวลในวันแรกเป็นเรื่องปกติมากค่ะ ลองแบ่งการเตรียมตัวเป็น 3 สเต็ปนี้ได้เลย
- ก่อนไป : วางแผนเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 15-20 นาที แต่งกายสุภาพเรียบร้อยถูกต้องตามระเบียบ และเตรียมเอกสารสำคัญอย่างหนังสือส่งตัวไปให้ครบ
- ระหว่างวัน : เน้น “ฟังและจด” เป็นหลัก พกสมุดหรือแอปโน้ตไว้จดชื่อคน โครงสร้างทีม และระบบงาน จะได้ไม่ต้องถามซ้ำในสัปดาห์หน้า กล้าแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้ม และเปิดรับการเรียนรู้ขั้นตอนพื้นฐานด้วยทัศนคติที่ดี
- หลังเลิกงาน : กลับมาทบทวนจัดระเบียบสิ่งที่จดไว้ เพราะสมองเราลืมไวมาก ถ้ามีข้อสงสัยค่อยเตรียมไว้ถามพี่ๆ ในวันถัดไป
ความเป็นมืออาชีพวันแรก ไม่ได้วัดกันที่ความเก่ง แต่ตัดสินกันที่ ความตรงต่อเวลา ทัศนคติกระตือรือร้น และการให้เกียรติทุกคนในทีมค่ะ
Hack 5 : แจกสูตรแนะนำตัว ให้รุ่นพี่เอ็นดูและประทับใจตั้งแต่แรกเจอ
การแนะนำตัวใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที แต่สร้างความประทับใจแรกได้ยาวนาน อาจารย์มี 3 ทริกง่ายๆ มาแจกค่ะ
- ใช้สูตรแนะนำตัวสั้นๆ : “ชื่อ-ชื่อเล่น / สาขาและมหาวิทยาลัย / จุดแข็งหรือเป้าหมายที่อยากเรียนรู้” ตัวอย่าง เช่น “สวัสดีค่ะ หนูชื่อฝน เรียนอยู่ปี 4 IT ม.ศรีปทุม ถนัดด้าน Front-End และตั้งใจมาเรียนรู้งานจริงกับพี่ๆ ในทีมค่ะ” สั้นๆ แค่นี้ พี่ๆ ก็จำทักษะและทัศนคติที่ดีของเราได้ทันที
- ใช้สีหน้าและน้ำเสียงช่วย : ยิ้มธรรมชาติ สบตาผู้ฟัง ใช้น้ำเสียงกระตือรือร้นและจริงใจ
- ชวนคุยอย่างต่อเนื่อง : ช่วงพักเที่ยงหรือเวลาว่าง ลองเข้าไปทักทาย ถามไถ่เรื่องงานของพี่ๆ ด้วยความสนใจจริง และพยายามจำชื่อคนในทีมให้ได้เร็วที่สุด
สิ่งที่ทำให้รุ่นพี่เอ็นดูเรามากที่สุด ไม่ใช่คนที่มั่นใจหรือพูดเก่งที่สุด แต่คือคนที่ จริงใจ อ่อนน้อมถ่อมตน และพร้อมที่จะเปิดรับการเรียนรู้ ถ้าน้องๆ เริ่มต้นด้วยทัศนคติแบบนี้ ไม่ว่าจะไปปฏิบัติสหกิจศึกษาที่ไหน ก็จะได้ทั้งความเมตตาและประสบการณ์ดีๆ กลับมาแน่นอนค่ะ