“เบล – กชพรรณ” นักแสดงหญิงไทยคนแรกและคนเดียว กับสุดยอดการแสดงจากเกาหลี Cookin Nanta Show

UploadImage
 

“เบล - กชพรรณ เผือกพิพัฒน์”

นักศึกษาระดับปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม

จบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ศิษย์เก่าจากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดกรุงเทพฯ


UploadImage

ทำความรู้จักกันแบบสั้นๆ

          สวัสดีค่ะ ชื่อเบล - กชพรรณ เผือกพิพัฒน์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยศรีปทุม ปัจจุบันเบลเป็นนักแสดงหญิงของนันทาโชว์ ซึ่งเป็นการแสดงของประเทศเกาหลี และตอนนี้ก็กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุมค่ะ

UploadImage

จุดเริ่มต้นของการเรียนศิลปะการแสดง

          เริ่มจากคุณแม่เลยค่ะ คุณแม่ทราบว่าเบลสนใจเรียนทางด้านนี้ และก็ทราบมาว่าสาขาศิลปะการแสดง ของมหาลัยศรีปทุมเพิ่งเปิดใหม่ในตอนนั้น เบลก็เลยเข้าไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมดูในเว็บไซต์ เห็นว่าน่าสนใจดีได้ดูรายชื่อของอาจารย์ผู้สอนเป็นอาจารย์สุชาญวุฒิ กิ่งแก้ว ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์หลายด้านมาก พอมหาวิทยาลัยศรีปทุมเปิดรับนักศึกษา เบลก็เลยลองมาออดิชั่นดู วันที่มาออดิชั่นก็ได้เจอครูโบว์ ครูโอม และอาจารย์จากแกรมมี่ด้วยค่ะ เบลต้องแสดงเป็นบทของลำยอง และก็ต้องร้องเพลงด้วย ซึ่งพอออดิชั่นผ่านเลยก็เลยได้เข้ามาเรียนในสาขาศิลปะการแสดง ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมค่ะ

UploadImage

รู้สึกอย่างไรกับการเป็นนักศึกษารุ่นแรกของสาขาศิลปะการแสดง

          จริงๆแล้วพอเข้ามาเรียน เบลรู้สึกว่าเบลได้ลองทำอะไรหลายๆอย่าง ได้ลองผิดลองถูกมากมายเลยค่ะ เบลได้เรียนทั้งเรื่องพื้นฐานแล้วก็รายละเอียดต่างๆไม่ใช่แค่เรียนการแสดง เรียนเต้น แต่ได้เรียนศิลปะ เรียนทำชุด เรียนรู้ประวัติของศิลปกรรมทั้งหมด ซึ่งที่เบลชอบมากที่สุดมันทำให้เบลได้รู้ว่าจริงๆแล้วการแสดงมันไม่ได้ง่ายนะคะ คือมันต้องมีการละลายพฤติกรรม เพื่อให้ไม่เกิดความอายให้กล้าเล่นกล้าที่จะแสดง กล้าร้องไห้ การเรียนสาขาศิลปะการแสดงของที่นี่ เขาให้เราเรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติแบบต่อเนื่องกันไป เช่น เช้าเราเรียนทฤษฎีพอตอนบ่ายเราก็เรียนปฏิบัติ ทำให้เราได้เอาทฤษฎีที่เรียนในตอนเช้ามาใช้ในตอนบ่ายทันที สิ่งที่อาจารย์พูดอยู่เสมอก็คือ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นนักศึกษารุ่นแรก แต่อาจารย์ก็จะเอาความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่อาจารย์มีสอนให้กับนักศึกษา และเราก็เรียนกันแบบ 360 องศาจริงๆ ทำให้เบลมั่นใจในหลักสูตรนี้มากค่ะ

UploadImage

ระหว่างที่เรียนเบลมีผลงานอะไรบ้าง

          เริ่มมีผลงานตั้งแต่ตอนปี 1 เลยค่ะ งานแรกของเบลคือเล่น MV ของวงค็อกเทลเล่นเป็นเพื่อนนางเอก จริงๆงานนี้เป็นงานที่ไม่ยากนะคะแต่เหมือนพอเป็นโอกาสเราก็พยายามจะแสดงให้เค้าเห็นถึงความสามารถของเราเต็มที่ หลังจากนั้นก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆค่ะ ได้ไปเป็นโคโรกราฟให้กับนักร้อง พี่ใบเตย พี่จ๊ะอาร์สยาม ได้เล่น MV ที่ต้องเป็นแดนเซอร์ด้วยค่ะ เช่น เพลงแค่อยากเจ้าชู้ ของพี่หมวยลี่ AF เพลงเมียพี่มีชู้ ของพี่ใบเตยกับพี่จ๊ะที่ร้องคู่กัน เพลงลิมิเต็ดอิดิชั่น ของพี่หนิม AF ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีงานด้านการแสดง งานพิธีกร งานโฆษณา จนเรียนจบปี 4 รวมๆแล้วก็มีผลงานประมาณ 60 กว่าชิ้นค่ะ

UploadImage

ทำความรู้จักกับ “นันทาโชว์”

          “นันทาโชว์” เป็นการแสดงจากเกาหลีค่ะ หรือเรียกอีกชื่อว่า “คุกกิ้งนันทาโชว์” เป็นการแสดงที่ไม่ใช้คำพูด ผสมผสานศิลปะละครใบ้และเครื่องใช้ภายในครัวมาเลียนเสียงเครื่องดนตรีดั้งเดิมของเกาหลี ผสมความตลกและความเป็นละครเกี่ยวกับการทำอาหารโดยใช้อุปกรณ์ในครัวมาประกอบการแสดง โดยการแสดงที่เมืองไทยเราตั้งชื่อการแสดงว่า “สับ หั่น มัน ซ่า ฮา…ตะหลิวปลิว” คือการเอาอาหารและดนตรี มาบวกกับละคร โดยใช้กุ๊กเป็นตัวชูโรงของเรื่องค่ะ

UploadImage

ก้าวแรกกับการเป็นนักแสดงของ “นันทาโชว์”

          หลังจากที่เรียนจบเบลก็ส่งผลงานไปที่นันทาโชว์ ตอนนั้นมีรุ่นพี่ที่จบจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมเขาไปเป็นนักแสดงอยู่ที่นั้นก่อนแล้ว พอเราเห็นป้ายประกาศรับออดิชั่นเบลก็เลยส่งผลงานของตัวเองไป แล้วเขาก็เรียกให้ไปออดิชั่นค่ะ วันไปออดิชั่นตื่นเต้นมากทีมงานเป็นชาวเกาหลีทั้งหมดเลย เบลก็แสดงในสิ่งที่เราเตรียมไป ก็สรุปว่าผ่านออดิชั่น เขาก็นัดเราเข้าไปซ้อมทุกวัน จนวันนึงได้ขึ้นเวทีโชว์แล้วเบลเพิ่งมารู้ว่าเราได้เป็นผู้หญิงไทยคนแรกและคนเดียวที่ได้ขึ้นโชว์ ซึ่งถือเป็นจุดที่เบลภูมิใจมากค่ะ

UploadImage

การแสดงในแบบของไทยหรือของเกาหลียากกว่ากัน

          เบลมองว่าเราคุ้นชินกับรูปแบบของคนไทยค่ะ เลยคิดว่ามันง่ายกว่าของเกาหลี แต่เราก็ต้องปรับให้ได้ ซึ่งตอนแรกมันยากมากเลยค่ะ ที่จำได้คือร้องไห้ทุกวันเครียดมากว่าจะทำยังไงให้เล่นแบบเกาหลีได้ จำได้ว่าวันแรกเขาให้ซ้อมตีกลองกับไม้ เบลซ้อมตีตั้งแต่ 10.00-18.00 ทุกวัน ตอนซ้อมอุปสรรคอย่างแรกเลยคือเรื่องภาษา เขาพูดภาษาเกาหลีกันเราก็ไม่เข้าใจ เรื่องที่สองคือการตีจังหวะ จังหวะของไทยกับเกาหลีก็ไม่เหมือนกัน ตลอดระยะเวลา 1 เดือนเบลซ้อมหนักมาก ในหัวมีแต่จังหวะกลอง กินข้าวอาบน้ำก็นึกถึงแต่จังหวะ ท่องจังหวะ พี่ที่ซ้อมด้วยกันก็สั่งเลยว่าต้องซ้อมนะห้ามไม่ซ้อม คือไม่ว่าทำอะไรอยู่ต้องเคาะจังหวะไปด้วยตลอดเวลา เรื่องที่สามคือการควงอุปกรณ์ในครัวที่เราต้องใช้แสดง ควงนั้นควงนี้ยากมากๆเลยค่ะ

UploadImage

เคยท้อไหม...แล้วผ่านมาได้ยังไง

          ตอนนั้นก็เคยคิดนะว่าตัวเองจะทำได้ไหม แต่มันก็เหมือนเป็นการท้าทายตัวเองให้เราทำให้ได้ แล้วก็คิดถึงตอนเรียนว่าเราเคยผ่านอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนเราก็ยังผ่านมาได้ เวลาซ้อมก็ยังมี คนสอนก็มี ทำไมจะทำไม่ได้ แล้วก็มองไปที่คนอื่น คิดว่าทำไมคนอื่นยังทำได้เราก็ต้องทำได้เหมือนกัน เบลก็เลยซ้อมไปเรื่อยๆฝึกมันไปแบบนี้อยู่ประมาณ 1 เดือน จนผู้จัดการของนันทาก็มาบอกว่าให้เราขึ้นเวทีโชว์ได้แล้วนะ ตอนนั้นเบลก็คิดนะว่าตัวเองยังไม่พร้อม แต่มันก็ต้องขึ้นโชว์แล้ว มีเวลาอีก 1 อาทิตย์ก่อนขึ้นโชว์ เบลก็เลยต้องซ้อมให้เต็มที่ วันขึ้นโชว์จริงก็มีผิดพลาดบ้างแต่ก็ต้อง The Show must go on จนถึงตอนนี้ก็ขึ้นโชว์มาได้ 3-4 เดือนแล้วค่ะ

UploadImage

เดินทางฝ่าฟันจนมาถึงวันนี้...อยากฝากบอกอะไรกับใครบ้าง

          เบลอยากขอบคุณมหาวิทยาลัยศรีปทุมมากๆที่เปิดศักยภาพให้กับเบล ทั้งชมรม ทั้งอาจารย์ที่คอยสนับสนุน แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเราไม่เปิดตัวเอง ไม่เสนอตัวเองเข้าไปช่วยงานคณะ เพื่อหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง ประสบการณ์พวกนี้จะทำให้เราเก่งขึ้น โดยเฉพาะชมรม PD (Performing Dance & Drama) เด็กที่อยู่ชมรมนี้คือต้องมีความเสียสละ ยอมเหนื่อย ยอมอดทนฝึกฝน เสียสละเวลาส่วนตัว อยากขอบคุณท่านอธิการบดี ขอบคุณอาจารย์ทุกๆท่าน ที่รักและเอ็นดูเบลมาโดยตลอด ขอบคุณพี่เอ้ ที่คอยผลักดันเบล พี่เอ้คือทุกอย่าง พี่เอ้เป็นคนที่คอยให้ความเชื่อมั่นกับเบลเสมอ และสุดท้ายเบลขอขอบคุณครอบครัว ที่เป็นกำลังใจที่สำคัญมากๆโดยเฉพาะคุณแม่ค่ะ ที่เห็นอะไรบางอย่างในตัวเบล และคอยสนับสนุนเคียงข้างเบลมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ

UploadImage

UploadImage

UploadImage
UploadImage

UploadImage