ส่องการสอนแบบประสบการณ์จริงของ "โค้ชพี" นักปั้นเด็กจนได้งาน

UploadImage
 

อ.พีรยา  สุขกิจเจ
อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการการโรงแรม วิทยาลัยการท่องเที่ยวละการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
 
“อาชีพนี้ทำให้พีต้องทำตัวเองให้เป็นคนดี ต้องพัฒนาตัวเอง ต้องไม่โง่ ต้องเป็นที่พึ่งของเด็กได้”
หนึ่งในคำพูดของ อ.พี อาจารย์ประจำสาขาการจัดการการโรงแรม วิทยาลัยการท่องเที่ยวละการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่กล่าวขึ้นมาตอนนั่งสัมภาษณ์ หลากหลายเรื่องราว หลากหลายประสบการณ์ที่อาจารย์พีเล่าให้เราฟังถึงความภาคภูมิใจในการสวมบทบาทของ “นักธุรกิจ” และ “อาจารย์” ไปพร้อมๆกับการดำเนินชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของตนเองนั้น ทำให้เรารู้สึกว่าแพสชั่นนี้แหล่ะที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นหลังต่อไป



UploadImage


เติบโตมาพร้อมกับกิจการทางบ้าน จึงไม่มีความฝัน

“ พีเป็นลูกคนเดียว โตมาในครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับจัดเลี้ยง รีสอร์ท มาตั้งแต่เด็ก ถามว่ามีความฝันไหม (หัวเราะ) แต่ด้วยที่บ้านทำธุรกิจมันเหมือนถูกบล๊อกในความคิด  ว่าหน้าที่ต้องทำอะไร ต้องสานต่อ และต้องทำ ดังนั้นเราจะไม่เป็นเหมือนเด็กคนอื่น เพราะฉะนั้นเราจะไม่มีความฝันเหมือนเด็กคนอื่น แต่เรารู้ว่าเราชอบอะไร (ชอบการสื่อสาร) โชคดีที่บ้านไม่ได้บังคับเรียน จึงเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ จบมาจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณา จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และมีโอกาสไปเรียนคอร์สระยะสั้นกับเลอ กอร์ดอง เบลอ ก่อนที่จะศึกษาต่อปริญญาโท ด้านการจัดการโรงแรม วิทยาลัยดุสิตธานี  ด้วยความเชื่อว่า ตัวเองต้องกลับมาบริหารงาน สานต่อธุรกิจที่บ้าน ดังนั้นเราต้องรู้ เหมือนที่ลูกน้องเรารู้ เราจะบริหารจัดการมันได้”
UploadImage


บทเรียนแรกของการก้าวสู่บทบาท “อาจารย์”
            อาจารย์พีคนเก่งเล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์ที่ศรีปทุม เคยเป็นวิทยากรบรรยายรับเชิญหลายๆที่ในเรื่องของการจัดการด้านอาหาร และธุรกิจโฮสเทลมาก่อน และมีโอกาสพบกับอาจารย์ที่รู้จักกัน ชวนมาสอนที่ศรีปทุม ครั้งแรกตั้งใจมาสอนเพื่อเป็นประสบการณ์ นำไปต่อยอดทางธุรกิจ แต่พอถึงวันที่ต้องสวมบทบาทเป็นอาจารย์สอนเด็กๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น  “มันคือความรับผิดชอบ มันไม่ใช่เราไปจัดออแกไนซ์ จบงานรับเงินสวัสดีลูกค้า! มันคือการสร้างคนจริงๆ” จุดนี้เองทำให้เรารู้สึกว่า เราต้องมีความรับผิดชอบต่อเด็กแล้ว ณ ตอนนี้เรารู้สึกเริ่มรักความเป็นอาจารย์


UploadImage

สไตล์การสอนแบบ สายบู๊! สายธุรกิจ กับความสำเร็จที่ได้กลับมา
            พีไม่ใช่สายวิชาการ พีเป็นสายบู๊! สายธุรกิจ เราจะไม่สอนเด็กแบบสองชั่วโมงครึ่งนั่งเปิดเพาเวอร์พอยต์ในห้องเรียนแล้วคุยกัน แต่จะใช้การสอนทฤษฏีในสิ่งที่ต้องรู้ หลังจากนั้นจะนำเรื่องต่างๆ มาเป็นกรณีศึกษามีร่วม หารือ วิจารณ์  แลกเปลี่ยนความคิดกันเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ  ในช่วงเช้าของทุกวันพีจะอ่านหนังสือพิมพ์ ตัดข่าวที่น่าสนใจ เอาไปคุยกับเด็กๆในห้องเรียน เพื่อเป็นการแชร์ไอเดียกัน เพราะฉะนั้นการสอนของพีมันจะไม่ใช่ว่ารู้หลักทฤษฏีแล้วกลับบ้าน แต่ต้องรู้เรื่องที่เกี่ยวเนื่องในตัวเด็ก หรือเอาไปใช้ในอนาคต
นอกจากเรื่องสไตล์การสอนอาจารย์พีคนเก่งยังขอนำเสนอรายวิชาที่เธอเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ คือวิชา การวางแผนพัฒนาธุรกิจโรงแรม อาจารย์เล่าว่า วิชานี้เป็นวิชาที่ไม่มีสอบ วิธีการคือจะแบ่งเด็กเป็นกลุ่ม แล้วให้โจทย์ไปทำในงาน เช่น กลุ่มบูติคโฮเต็ล กลุ่มลักชัวรี่ (luxury) กลุ่มโฮสเทล แล้วกำหนดที่ตั้งให้อยู่ในโลเคชั่นเดียวกัน  แล้วให้เด็กคิดกระบวนการในการจัดการโรงแรมที่ได้รับโจทย์ ซึ่งเด็กต้องนำความรู้ที่เรียนมาตั้งแต่ปี 1-3 มาประยุกต์ใช้ จากนั้นก็มานำเสนอ ต่อหน้าผู้ประกอบการจริง  ซึ่งจะเป็นผู้ให้ความคิดเห็น คอมเมนท์งาน  ส่วนพีมีหน้าที่แค่เป็น “โค้ช” ในการเรียนการสอน และแนะนำเด็กนักศึกษา ที่ผ่านมาพิสูจน์ว่า ได้ผลดีมาก
นอกจากนี้ ยังเชิญวิทยากรจากภายนอกมาบรรยายในรายวิชา เอาประสบการณ์จริงๆมานำเสนอให้เด็กนักศึกษาเห็น ว่าในการทำงานด้านนี้แต่ละจุดเป็นอย่างไร มีอะไรต้องระวัง  ก่อนที่จะไปทำงานจริงหลังจากจบการศึกษา
UploadImage

“นักธุรกิจ” กับ “อาจารย์” ความแตกต่างที่ลงตัว
          การเป็นอาจารย์ต้องลงแรงทั้งกาย ทั้งใจ เพื่อดูแลสั่งสอน เด็ก ความรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อเด็ก ส่งข้อความมาบอกว่า “แม่หนูได้งานแล้วนะ”  ในขณะที่การเป็นนักธุรกิจ เป้าหมายคือ เรื่องเงินเป็นหลัก (หัวเราะ)
แต่ไม่ว่าจะสวมบทบาทไหน จุดหมายปลายทางคือ ความสำเร็จ พีมองว่าเราต้องก้าวไปพร้อมๆกับโลก จำได้ว่า ครั้งแรกที่สอนเด็กนักศึกษา  พี่บอกว่า “พีขอโทษนะ ถ้าพียังทำอะไรไม่ดี และสามารถบอกได้ เพราะนี่ก็ครั้งแรกของเราเหมือนกัน อะไรที่พูดแล้วไม่เข้าใจ บอกเลยนะ เพราะเราเป็นคนทำอะไรไว” เด็กๆก็จะแฮปปี้ และอีกอย่างวัยก็ห่างกันไม่มากนัก จึงไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร
 
 
เป้าหมายของ “โค้ชพี” กับความรู้ความสามารถที่ถ่ายทอดให้เด็กมากกว่าตำราเรียน
          “อาชีพนี้ทำให้พีต้องอ่านหนังสือ” “อาชีพนี้ทำให้พีต้องทำตัวเองให้เป็นคนดี” “ต้องพัฒนาตัวเอง ต้องไม่โง่ ต้องเป็นที่พึ่งของเด็กได้” อาชีพนี้มีคนคาดหวังในตัวเราเยอะ เด็กนักศึกษาร้อยคน รอฟังสิ่งที่เราคิด มันเลยเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา “พีสอนให้ทันโลก โลกอยู่ตรงไหนคุณก็ต้องอยู่ตรงนั้น”

พีเข้ามาอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ปี เรารู้จักนักศึกษาแค่ปีเดียว เราส่งพวกเขาไปแล้วหนึ่งรุ่น พวกเขาเชื่อฟังพีและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนในสิ่งที่เราแนะนำ ถึงวันที่สหกิจเสร็จกลายเป็นว่าทุกคนได้งานทำ นั่นแหล่ะคือสิ่งที่พีว่ามันที่สุดแล้ว

UploadImage

ฝากถึงเด็กที่สนใจในอาชีพการบริการ
การเรียนสาขาโรงแรมดูเป็นสาขาที่อยู่มานาน คนจะมองข้าม แต่จริงๆ ถ้ามองภาพรวมของประเทศธุรกิจรายได้หลักของประเทศก็เป็นอุตสาหกรรมการบริการ เพราะฉะนั้นมันก็หนีไม่พ้น โรงแรมมันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ผู้เล่นเกมเปลี่ยนเป็นต่างชาติเข้ามาลงทุน

พีได้ยินคนพูดเยอะมากว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ ต่อไปอุตสาหกรรมบริการก็คงไม่มีใครใช้ แต่สำหรับพีมองว่า บางที่เขาใช้หุ่นยนต์ในการบริการเพื่อประโยชน์ที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดหุ่นยนต์รองรับอารมณ์ของคนไม่ได้หรอก มันไม่ยิ้มเท่าเรา ดังนั้นอาชีพด้านงานบริการจะไม่ตาย ถ้าคุณอยู่เป็น