วิเคราะห์การเลือกตั้ง ส.ส.54 จากผล ศรีปทุม Exit Poll

3 ก.ค. 2554

 

วิเคราะห์การเลือกตั้ง ส.ส.54 จากผล ศรีปทุม Exit Poll

รองศาสตราจารย์ สมชัย  ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและติดตามนโยบายภาครัฐ  มหาวิทยาลัยศรีปทุม เผยผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Exit Poll) ทั้ง 375 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ จากจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนกว่า 112,500 ราย สรุปได้ว่า พรรคเพื่อไทย ได้จำนวน ส.ส. 290 คน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จำนวน ส.ส.140 คนพรรคภูมิใจไทย ได้จำนวน ส.ส. 31 คน พรรคชาติไทยพัฒนา ได้จำนวน ส.ส.15 คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้จำนวน ส.ส. 11 คน  พรรคมาตุภูมิ ได้จำนวน ส.ส. 5 คน  พรรครักประเทศไทย ได้จำนวน ส.ส. 4 คน และพรรคพลังชล ได้จำนวน ส.ส. 3 คน โดยได้อธิบายสาเหตุของผลการเลือกตั้งที่ พรรคเพื่อไทย ชนะ เลือกตั้งอย่างถล่มทลายว่า เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยดังนี้

ประการแรก ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  ที่พรรคประชาธิปัตย์มีความได้เปรียบ แต่คะแนนกลับเทมาที่ พรรคเพื่อไทย  เนื่องจาก  คนชั้นล่างจะมีคะแนนนิยมในพรรคเพื่อไทยเป็นฐานเดิมอยู่แล้ว  ในขณะที่คนชั้นกลาง มีความอึดอัดใจต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่ผ่านมาในช่วง 2 ปีเศษ ของการเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์   หากให้ ปชป. ชนะการเลือกตั้ง  เกรงว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ยุติ  นำไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจ  จึงอยากให้โอกาสพรรคเพื่อไทยบริหาร  เพราะอย่างน้อยจะไม่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง  และหากพรรคเพื่อไทยยืนยันนโยบายการปรองดองจริง  โดยไม่นำอดีตนายกทักษิณกลับมาในเวลาที่เร็วเกินไป  กรุงเทพมหานครน่าจะอยู่ในภาวะที่สงบไปสักระยะหนึ่ง

ประการที่สอง คะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทย  ได้คะแนนเป็นกลุ่มก้อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เนื่องจากประชาชนในภาคดังกล่าว ยังมีความนิยมในตัวอดีตนายกรัฐมนตรี  และการที่พรรคเพื่อไทยสามารถนำเสนอนโยบายที่เป็นรูปธรรม ตรงกับความต้องการของประชาชน  และพรรคเพื่อไทย  มีกลไกหัวคะแนนในระดับหมู่บ้านที่สามารถชี้นำความคิดชาวบ้านอย่างได้ผล  แม้จะมีกระแสการซื้อเสียงค่อนข้างมากในภาคนี้  แต่คะแนนที่ได้มาจากความนิยม  มากกว่า คะแนนที่มาจากการได้รับผลประโยชน์

ประการที่สาม แม้พรรคภูมิใจไทย จะประสบความสำเร็จในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สามารถได้ ส.ส.ในหลายจังหวัด ที่ไม่เคยเป็นฐานของภูมิใจไทยมาก่อน  ด้วยสาเหตุการดึงอดีต ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนมาอยู่ในสังกัด  แต่พรรคภูมิใจไทยก็ถูกพรรคเพื่อไทย ตีกลับใน จังหวัดที่เป็นฐานคะแนนเดิม เช่น บุรีรัมย์  สุรินทร์  ทำให้จำนวน ส.ส.พรรคภูมิใจไทยไม่เพิ่มไปจากเดิมนัก

ประการที่สี่ คะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์  ที่พรรคเพื่อไทยได้คะแนนค่อนข้างมาก  แสดงให้เห็นว่า  พฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชน เป็นการเลือกเหมือนกันทั้งสองบัตร  การรณรงค์ของพรรคขนาดกลางและเล็กที่ขอให้เลือก ส.ส.เขต เป็นของตนเอง  แต่ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์  เป็นพรรคใหญ่ที่มีกระแสดี  นั้นไม่ได้ผล  เพราะประชาชนต้องการทุ่มคะแนนเพื่อให้เกิดการชนะขาดมากกว่าการแบ่งปันคะแนนให้แก่พรรคกลางและพรรคเล็ก

“ผลของการเลือกตั้งดังกล่าวคาดการณ์ได้ว่า  การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งคงเกิดขึ้นไม่ยาก  โดย สูตรการจัดตั้งรัฐบาลน่าจะมีเพียงสูตรเดียวคือ  พรรคเพื่อไทย ร่วมกับ อีก 2 พรรคคือ  พรรคชาติไทยพัฒนาและ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน  ซึ่งจะมีคะแนนเสียงเกิน 300 เสียง  เพียงพอที่จะเป็นรัฐบาลที่มั่นคง  และ รัฐบาลใหม่ น่าจะอยู่ได้นานหากไม่หยิบเอาประเด็นร้อน  เช่น การนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ  ขึ้นมาดำเนินการ   ซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่” รศ.สมชัย  กล่าวทิ้งท้าย…#