ระบบเซนเซอร์ไร้สาย สัญญาณเตือนภัยน้ำท่วม นวัตกรรมชั้นเยี่ยม ของอาจารย์วิศวะฯ ม.ศรีปทุม

13 ธ.ค. 2556

ปัญหาอุกภัย ถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยที่มนุษย์นั้นไม่สามารถที่จะคาดเดาหรือรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้เลย มีหลายจังหวัดที่เกิดปัญหาอุทกภัยนำมาซึ่งความสูญเสียที่ตามมาต่างๆมากมาย ทั้งชีวิต ที่พักอาศัย และทรัพย์สิน จากปัญหาดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการสร้างนวัตกรรมผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระบบเซ็นเซอร์ไร้สาย สัญญาณเตือนภัยน้ำท่วมช่วยชุมชนนวัตกรรมชั้นเยี่ยม จากฝีมืออาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม นี้ขึ้น

 

 

ระบบเซ็นเซอร์ไร้สาย สัญญาณเตือนภัยน้ำท่วม นวัตกรรมชิ้นใหม่จากแนวคิดของ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิชิต เครือสุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่คิดค้นสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ประสบปัญหาอุทกภัยต่างๆ โดยได้จัดทำโครงการนำร่องไปแล้ว ชื่อโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังและจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐานในพื้นที่ต้นน้ำป่าสัก โดยแนวคิดนี้ เพื่อต้องการทำสัญญาณเตือนภัยในกรณีที่น้ำในเทือกเขามีปริมาณเยอะ เช่น กรณีฝนตกหนัก แล้วรับน้ำไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาน้ำหลากดินถล่มลงมาในพื้นที่ของชุมชน ทำให้ชุมชนเสียหาย จึงได้ตั้งระบบสัญญาณเซ็นเซอร์ไร้สาย ในเทือกเขาต้นน้ำ ที่เราคิดว่าเป็นจุดสัญญาณบ่งบอกว่าเราต้องเตรียมระวังในพื้นที่ลุ่มยังไง เราก็ได้ทำการติดตั้งระบบต่างๆ พร้อมต่อยอดโครงการขึ้นใหม่อีก 1 โครงการ ชื่อโครงการเสริมสร้างสุขภาวะชุมชนบนฐานการจัดการภัยพิบัติของประชากรกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันต้นน้ำพุง   ต.โป่ง   อ.ด่านซ้าย    จ.เลย ขึ้น

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิชิต เครือสุข อาจารย์ประจำจากสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า ก่อนการลงมือติดตั้งสัญญาณเตือนภัยน้ำท่วม เราต้องลงพื้นที่ทำการสำรวจ พร้อมทำการติดตั้งระบบ       เซ็นเซอร์ไร้สาย เป็นการวัดระบบน้ำฝนเป็นหลัก โดยวัดจากจำนวนฝนตกหากมีฝนตกในระดับ 90-100 มิลลิเมตร ติดต่อกัน 7 วัน ระดับน้ำโดยรวมในลุ่มน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างไร  การอุ้มน้ำของดินในลุ่มน้ำจะเป็นอย่างไร แบบจำลองสถานการณ์ความเสี่ยงดังกล่าวก็จะทำให้ชุมชนเห็นระดับสถานการณ์ความเสี่ยงตั้งแต่ระดับความเสี่ยงต่ำไปสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยมีตัวสัญญาณเป็นระบบเซ็นเซอร์ไร้สาย รองรับความเสี่ยงเป็นเสียงกริ่งเตือนภัย  ให้ประชาชนได้เตรียมตัวรองรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิชิต เครือสุข  กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า   การสร้างระบบเตือนภัยสำหรับชุมชนมีความต้องการพัฒนาต่อยอดให้มีความหลากหลายครอบคลุมและมีความแข็งแรงของระบบเตือนภัยมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาคณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้พัฒนาอุปกรณ์เตือนภัยโดยใช้ระบบการส่งสัญญาณและการเซ็นเซอร์ระดับน้ำ โดยสมมติฐานว่าการเกิดน้ำป่าไหลหลากระดับน้ำต้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นในปริมาณที่เป็นจุดเสี่ยงอุปกรณ์ดังกล่าวก็จะส่งสัญญาณให้ทราบ  ซึ่งข้อดีของอุปกรณ์ดังกล่าว  คือ การสื่อสารที่ฉับไวคือใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีก็สามารถสื่อสารการเกิดปัญหาภัยพิบัติได้  โดยมีการประยุกต์ใช้โซล่าเซลล์มาเป็นพลังงานสำหรับระบบเตือนภัยซึ่งช่วยให้ระบบอิเลคทรอนิกซ์ ระบบเตือนภัยทำงานด้วยระบบของตัวเองได้

 

กลุ่มเป้าหมายที่เราจะเข้าไปลงพื้นที่ติดตั้งสัญญาณเตือนภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ เราจะเลือกกลุ่มเป้าหมายจากประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ น้ำป่าไหลหลากและโคลนถล่ม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการประกาศของกรมทรัพยากรธรณี รวมถึงหมู่บ้านที่มีประวัติศาสตร์ว่าเคยประสบภัยพิบัติ และหมู่บ้านที่มีแนวโน้มของการเกิดภัยพิบัติอันเนื่องมาจากสิ่งบ่งชี้ทางสิ่งแวดล้อมโดยคัดเลือกหมู่บ้านในเขต พื้นที่ ต้นน้ำพุง ต้นน้ำป่าสัก เป็นโครงการนำร่อง

 

ผลงานนวัตกรรมชิ้นนี้หากเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ นักศึกษา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่ช่วยกันลงพื้นที่และช่วยกรั่นกรองให้เครื่องมือสัญญาณเตือนภัยน้ำท่วมครั้งนี้ มีประสิทธิภาพสามารถใช้งานได้จริงขึ้นมาได้ และสุดท้ายก็อยากฝากให้ชุมชน หรือแกนนำเข้ามามีบทบาทในการดำเนินงานในพื้นที่ เพราะโครงการนี้หัวใจของการเข้าไปติดตั้งสัญญาณเตือนภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงใช้เทคโนโลยีจัดการปัญหา หากแต่ต้องทำให้ชาวบ้านเห็นว่าสุดท้ายการจัดการปัญหาภัยพิบัติ ของชาวบ้านคือกลไกหลักในการเผชิญปัญหาภัยพิบัติ  และเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นจริง ชาวบ้านได้มีการเตรียมการ มีสติและองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาอันจะนำมาสู่การลดความสูญเสียจากปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเมื่อสามารถดำเนินการได้ตามกลยุทธ์เช่นนี้ได้  จึงจะสามารถทะลุทะลวงต่อการแก้ไขปัญหาและตรงตามเจตนารมณ์ของการจัดการภัยพิบัติได้ “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิชิต เครือสุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวปิดท้าย”

 

                ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ ช่วยเหลือชุมชนต่างๆได้เป็นอย่างดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่านวัตกรรมชิ้นนี้จะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการผลิตนวัตกรรมชิ้นใหม่ๆได้อีก ..ซึ่งก็ขอปรบมือดังๆ ให้กับอาจารย์คนเก่ง จาก ม.ศรีปทุม อีกครั้ง