“ศรีปทุม” วางยุทธศาสตร์ด้านต่างประเทศรับ AEC

27 ส.ค. 2556

ในปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หลายภาคส่วนเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว เห็นได้จากการเตรียมความพร้อม การวางแผนการทำงานพร้อมรับการเข้าสู่อาเซียน มหาวิทยาลัยศรีปทุมเองในฐานะมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ได้เตรียมความพร้อมในผลิตบัณฑิตรองรับตลาดแรงงานที่จะเปิดกว้างมากขึ้น ด้วยการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ ทั้งการเตรียมพร้อมของหลักสูตร อาจารย์ และนักศึกษา พร้อมแข่งขันในเวทีอาเซียนอย่างภาคภูมิใจอาจารย์จิณดา เตชะวณิช ผู้ช่วยอธิการบดีด้านการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ได้เตรียมวางยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ เพื่อรองรับการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเน้นไปที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาบัณฑิต อาจารย์ และบุคลากรให้มีคุณภาพในระดับสากล โดยบัณฑิตนอกจากจะมีทักษะด้านภาษาอังกฤษแล้วและภาษาที่สามยังมีความจำเป็นในอนาคต ทักษะด้าน IT ด้านอาจารย์ ควรมีทักษะความสามารถในด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งทางด้านการเรียนการสอน ทักษะด้าน IT การสื่อสาร พร้อมทั้งเข้าใจบริบทในการทำงานข้ามวัฒนธรรม มีผลงานที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ มีบทบาทในองค์กรวิชาชีพต่างๆ ในระดับนานาชาติ และด้านบุคลากรสนับสนุน นอกจากทักษะเรื่องของภาษาแล้วควรมีความเข้าใจการทำงานข้ามวัฒนธรรม ความตระหนักและตื่นตัวในการใช้เทคโนโลยี เป็นต้น
ยุทธศาสตร์การสร้างมหาวิทยาลัยให้มีมาตรฐานระดับสากล ได้แก่ หลักสูตรการเรียนการสอน การได้รับเงินทุนวิจัยจากนานาชาติ การจัดอันดับ การให้บริการแก่สังคม การมีหน่วยงานหรือศูนย์บริการชาวต่างชาติ และยุทธศาสตร์ด้านการมีบทบาทในเวทีระดับนานาชาติ เช่น อาจารย์มีบทบาทในองค์กรวิชาชีพต่างๆ ในระดับคณะกรรมการ รวมทั้งสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมวิชาการหรือนิทรรศการระดับนานาชาติ“ความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่คุณเปิดหลักสูตรนานาชาติ ต้องมีอย่างอื่นเป็นองค์ประกอบด้วย ทั้งเรื่องของหลักสูตร บรรยากาศแวดล้อม ระบบสนับสนุนการศึกษาที่เอื้อต่อนักศึกษาและบุคลากรชาวต่างชาติ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของอาจารย์ นักศึกษา ตัวหลักสูตรเองต้องมีจุดมุ่งหมายของความเป็นนานาชาติอยู่ในตัวหลักสูตรนั้น นั่นคือสิ่งที่เราจะนำเข้าไปในหลักสูตรของเรานอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังได้วางยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS : Greater Mekong Sub-region) ที่ประกอบไปด้วยประเทศไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า และจีนตอนล่าง ด้วยการเปิดวิทยาเขตขอนแก่น เพื่อรองรับนักศึกษาในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเน้นไปที่นโยบาย One ASEAN Plus Country, One Leading University หรือ 1 ประเทศอาเซียน พลัส มี 1 มหาวิทยาลัยชั้นนำที่ทำหลักสูตรร่วมกับเรา One ASEAN PLUS Country, One Academic Programคือหลักสูตรแบบ Dual Degreeปริญญา 2+2 หรือปริญญาร่วม Joint Degreeซึ่งเชื่อว่าหากสามารถดำเนินการตามนโยบายที่วางไว้จะช่วยพัฒนาคุณภาพและสร้างเครือข่ายด้านการศึกษาสู่ระดับนานาชาติได้กว่า 16 ประเทศ 16 มหาวิทยาลัย
“เราวางยุทธศาสตร์ไว้อย่างนั้น เราต้องดูว่าจุดแข็งของเราคืออะไร เมืองไทยมีจุดแข็งเรื่องการโรงแรมและ การท่องเที่ยว ด้านการจัดการประชุมและนิทรรศการ (Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions : MICE) ด้านธุรกิจการบิน (Airline)และด้าน Creative ก็ตาม รวมทั้งการดูประสิทธิภาพของบุคลากรของเราด้วย ตอนนี้ศรีปทุมได้เปรียบตรงที่ผู้บริหารส่วนใหญ่มีประสบการณ์จากภาคเอกชนและองค์กรชั้นนำ เพราะการจะสอนให้เด็กเข้าใจอะไร ตัวคุณเองต้องมีประสบการณ์ด้วย”
ในการขับเคลื่อนการทำงานในยุทธศาสตร์ด้านต่างประเทศของมหาวิทยาลัยศรีปทุมนั้น หน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญ คือ วิเทศสัมพันธ์ที่มีหน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ระหว่างประเทศ ในการจัดกิจกรรมระหว่างนักศึกษา อาจารย์ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ โดยรอบปีการศึกษาที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยต่างๆ 22 แห่ง จำนวนมากกว่า 10 ประเทศ ในการประสานความร่วมมือทางด้านการศึกษา ทั้งการร่วมกันจัดทำหลักสูตร การทำวิจัย และการแลกเปลี่ยนคณาจารย์และ นักศึกษาร่วมกัน เป็นต้น
ทั้งนี้ปัจจุบันวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้เปิดการเรียนการสอนใน 6หลักสูตร ได้แก่ 1. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารธุรกิจระหว่างประเทศ 2.หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจบริการระหว่างประเทศ ด้วยความร่วมมือกับSHML ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 3. หลักสูตรศิลปะศาตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อการสื่อสารธุรกิจ ร่วมกับ BLCU สาธารณรัฐประชาชนจีน4. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสื่อและการสื่อสารการตลาด 5. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจการบิน และ6. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
“สำหรับคนที่ต้องการเข้ามาเรียนควรเตรียมพร้อมเรื่องการศึกษา อย่ากลัวภาษา และเมื่อเข้ามาเรียนสภาพแวดล้อมจะทำให้นักศึกษาเรียนรู้และหัดพูดเอง ส่วนหนึ่งอยู่ที่ตัวนักศึกษาเองด้วยที่ต้องมีความตั้งใจ ส่วนหนึ่งเราเชื่อว่าแต่ละคนมีศักยภาพของตัวเองอยู่แล้ว อยู่ที่เราจะหยิบออกมาพัฒนา เราพยายามจะให้เด็กเข้าไปร่วมกิจกรรมให้มากที่สุด เพราะนั่นเป็นการฝึกทักษะการเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก มีความมั่นใจ การสี่อสารข้ามวัฒนธรรมในตัวเอง” อาจารย์จิณดา กล่าวทิ้งท้าย