เด็กถา’ปัตย์ม.ศรีปทุม สุดเจ๋ง ชนะเลิศการประกวด Architecture & Design Contest 2013 และเป็นหนึ่งเดียวในเอเซียที่ได้รับเลือกเข้าฝึกงานเป็นสถาปนิกที่ Zaha Hadid Architects บริษัทสถาปนิกชั้นนำของโลกที่ประเทศอังกฤษ

22 ส.ค. 2556

สร้างชื่อและกวาดรางวัลมามากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับ”เด็กสถาปัตย์” ศรีปทุม ล่าสุดสดๆร้อนๆ “ วิชญ์ชาญ หวานชิต”  (ฟิล์ม) ว่าที่บัณฑิตสาขาวิชาสถาปัตยกรรมหมาดๆก็สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยอีกคน จากรางวัลชนะเลิศผลงานวิทยานิพนธ์ “Event Hall @ Kanchanaburi”  ในงาน “Architecture &Design Contest” ทำให้มีโอกาสได้ร่วมงานกับ Zaha Hadid Architects สถาปนิกชั้นนำของโลก ณ กรุงดอนลอน ประเทศอังกฤษในฐานะสถาปนิกคนไทย

“ฟิล์ม” จบมัธยมจากโรงเรียนวิสุทธรังษี จ.กาญจนบุรี  ก่อนที่จะเข้าเรียนที่สถาปัตย์ ศรีปทุม เขาเคยสอบตรงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยของรัฐ ก่อนที่ตัดสินใจลาออก ด้วยเหตุผลที่ว่ายังไม่พบคำตอบจากสิ่งที่เรียน และปรับตัวกับการเป็นเด็ก “คิดนอกกรอบ”ของตัวเองไม่ได้ จึงลาออกมาเริ่มต้นใหม่ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม  ในสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์

“ฟิล์มชอบอะไรที่ค่อนข้างออกแนวหวือหวาหน่อย ถ้าเป็นหนังก็ออกแนวไซไฟ ซึ่งคิดว่าสิ่งชอบและอยากเรียนมันคงไม่มีในเมืองไทย แต่พอมาเข้าสถาปัตย์ ศรีปทุม ได้เรียนกับอ.ปวเรศร์ (ตันติบุญญานนท์)และอาจารย์หลายๆท่านซึ่งค่อนข้างเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีมุมมองและแนวคิดใหม่ๆ และไม่จำกัดกรอบในการคิดของเรา แต่ก็ต้องมีเหตุมีผลและที่มาที่ไปของงานที่ทำออกมา ทุกอย่างต้องสามารถตอบได้  อย่างคนทั่วไปจะมองว่าบ้านก็คือบ้าน  แต่ที่นี่สอนวิธีคิดที่ต่างออกไป มันควรจะมีรูปแบบ มิติหรือฟังก์ชั่นอะไรบ้างที่บ้านทั่วไปไม่มี เช่น มีแลนด์สเคป มีสวนเพิ่มเข้าไป ซึ่งผมคิดว่าสถาปัตย์ ศรีปทุมจะเด่นในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆและการต่อยอดจากสิ่งที่คิดหรือที่เรียนมา  ทำให้เรียนสนุก เพราะได้คิดอะไรใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา”

ฟิล์มบอกว่า นอกจากอาจารย์ที่เป็นคนรุ่นใหม่แล้ว ยังได้เรียนกับสถาปนิกที่มีชื่อเสียงจากบริษัทสถาปนิกชั้นนำที่คณะฯเชิญมาสอน ซึ่งแต่ละท่านจะมีสไตล์ของตัวเอง และใช้กรณีศึกษาต่างๆที่เกิดขึ้นจริง ทำให้ได้เรียนรู้แนวคิดใหม่ๆนอกเหนือจากในห้องเรียนเช่น ตัวโครงการกับราคาค่าก่อสร้าง ซึ่งมักจะถูกนำมาถามบ่อยๆในห้องเรียน ซึ่งช่วงที่เรียนได้ทำงานจ๊อบกับรุ่นพี่ที่เป็นวิศวกรตั้งแต่อยู่ปี 2 ดังนั้นเมื่อมีปัญหาจากไซท์  งานก็จะมาถามอาจารย์ในห้องเรียน ทำให้เรารู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้”ฟิลม์บอก

นอกจากนี้เขายังได้ออกฝึกงานกับบริษัทสถาปนิกที่มีชื่อเสียง สั่งสมประสบการณ์จนสามารถสร้างผลงานส่งเข้าประกวดและคว้ารางวัลในหลายเวที  เช่น รางวัลชนะเลิศประกวดแบบสถาปัตยกรรม ARCASIA Architectural Students’ Jamboree Design Competition-2010 กับผลงาน ป้อมพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์,รางวัลรองชนะเลิศบูธมหาวิทยาลัย ในงาน ASA 2011 (Bottom Up),รางวัลชนะเลิศการประกวดแบบสถาปัตยกรรมเหล็ก SYS Steel House Contest  2012( เอกเขนก) ซึ่ง “ฟิล์ม” บอกว่าการนำความรู้จากห้องเรียนไปใช้ ทำให้ได้สัมผัสกับการทำงานจริง สามารถดึงความคิดสร้างสรรค์มาสร้างผลงานได้ไม่มีที่สุดสิ้นเพราะทุกอย่าง world wide เมื่อเจอปัญหาภาคสนามก็กลับไปหาทฤษฎีในห้องเรียน ซึ่งทั้งสองอย่างล้วนเอื้อกัน

 

“Event Hall @ Kanchanaburi” บันไดสู่อาชีพสถาปนิก

ฟิล์มเล่าถึงที่มาของวิทยานิพนธ์ “Event Hall @ Kanchanaburi”ว่าได้แรงบันดาลใจจากสิ่งใกล้ตัวคือจังหวัด “กาญจนบุรี”ซึ่งเป็นบ้านเกิด จากคำถามที่ว่า “ทำอย่างไรที่จะให้จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น” โดยหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมถึงพ่อแม่และผู้ใหญ่ในจังหวัด โดยมีอาจารย์”ทนงศักดิ์  รัตนสุคนธ์” เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

“เมืองกาญจน์มีที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ท่านมุ้ยก็มาทำโรงถ่ายหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวร สมัยก่อนมีกองถ่ายต่างๆใช้โลเกชั่นที่นี่ถ่ายหนังเยอะมาก ทำไมเราไม่ทำเป็นเมืองกาญจน์ มูฟวี่ หรือเมืองกาญจน์เฟสติวัล  หรือกิจกรรมที่เป็นการแสดงศิลปะวัฒนธรรมหรือเรื่องราวของเมืองกาญจน์ หรือจังหวัดใกล้เคียง เหมือนเป็น Loop ของกิจกรรมที่หมุนเวียนกันได้ เช่น  มีหอพิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ หอประชุมขนาดใหญ่รองรับธุรกิจไมซ์  หรือจัดมหกรรมดนตรี ภาพยนตร์ สรุปออกมาเป็นโครงการ อีเวนท์ ฮอลล์ ส่วนที่ตั้งก็จะอยู่บริเวณที่แม่น้ำแควน้อยกับแควใหญ่มาบรรจบกัน เพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมทางน้ำ หรือวอร์คกิ้ง สตรีทได้ด้วย”

ฟิล์มบอกว่าการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรีทั่วไปใช้เวลาจัดทำข้อมูลและออกแบบ 1 ปี  แต่งานของเขาใช้เวลาทำ 2 ปี ด้วยเหตุผลที่ว่ายังยังไม่พอใจกับผลงานที่ออกมา โดยเฉพาะตัวอาคารที่รู้สึกว่ายังขาดมิติ ความมีชีวิตชีวาจึงขออาจารย์แก้ใหม่ จนออกมาเป็นงานวิทยานิพนธ์ที่สมบูรณ์แบบและสะท้อนตัวตนของตัวเองมากที่สุด

“ฟิล์มชอบสไตล์ที่ค่อนข้างหวือหวาหน่อย หวือหวา เล่นกับฟอร์มที่มันแรงๆ สี่เหลี่ยมก็ไม่ใช่สี่เหลี่ยมทื่อๆ ต้องมีโค้ง มีเส้น ส่วนสีที่ใช้ในงานนี้ใช้สีที่กลมกลืนกับธรรมชาติเพราะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว ก็ใช้โทนน้ำตาลที่เป็นสีไม้ และสีเขียวที่เป็นหญ้า ใช้สีขาวตัดทำให้เด่นขึ้น อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่เล่นสีแรงๆ ซึ่งฟิล์มคิดว่าการใช้สีต้องกลมกลืนกับโลเกชันด้วย คือการออกแบบก็เหมือนการแต่งตัวจะต้องให้ถูกกาละเทศะและสถานที่ด้วย ถ้าอยู่เมืองนอกอาจจะออกมาอีกแนว”

จากแนวคิดและการออกแบบที่ตอบโจทย์ทั้งความสมบูรณ์ของตัวงานบนพื้นฐานความเป็นจริง ที่สะท้อนถึงภูมิทัศน์ วัฒนธรรม และความกลมกลืนกับธรรมชาติและวิถีชุมชน ซึ่งตรงกับแนวทางการออกแบบของ ZAHA Hadid  และโดนใจกรรมการโดยเฉพาะ Mr.Patrik Shumacher ซึ่งเป็น Director of Zaha Hadid Architects ที่ได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษและกรรมการพิจารณาคัดเลือกรางวัลในงาน “Architecture &Design Contest” ณ  IMAX สยามพารากอน ซึ่งจัดชึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา  เลือกวิทยานิพนธ์“Event Hall @ Kanchanaburi” ของวิชญ์ชาญให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมรับเข้าทำงานในสำนักงานของ ZAHA ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ฟิล์มเผยความรู้สึกกับรางวัลที่ได้ว่า ดีใจและภูมิใจกับผลงานที่ทุ่มเทมาตลอดเวลา 2 ปี เป็นรางวัลที่มีค่าที่สุดในชีวิต และยังได้ร่วมงานกับบริษัทสถาปนิกระดับโลกที่ตนใฝ่ฝัน  ซึ่งต้องขอบคุณอาจารย์ทนงศักดิ์และอาจารย์ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ทุกท่านที่ให้ความรู้และประสบการณ์มากมาย รวมถึงมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และหาเวทีให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพของตนเองเพื่อเป็นใบเบิกในการเข้าสู่อาชีพ  ฟิล์มบอกว่าจะใช้เวลา 4-5 ปีในการทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ ZAHA พร้อมกับเรียนต่อปริญญาโทไปด้วย จากนั้นจะกลับมาเปิดสตูดิโอของตนเองที่เมืองไทย หรือเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับรุ่นน้องๆต่อไป