ม.ศรีปทุม เปิดมิติใหม่ ชูวิสัยทัศน์ ก้าวไกลทางด้านการศึกษา ตอบรับกระแส AEC สู่ประชาคมอาเซียน

18 ม.ค. 2556

ม.ศรีปทุม เปิดมิติใหม่ ชูวิสัยทัศน์

ก้าวไกลทางด้านการศึกษา

ตอบรับกระแส AEC สู่ประชาคมอาเซียน

    มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยชั้นนำสำหรับคนรุ่นใหม่ ชูวิสัยทัศน์ ก้าวไกลทางด้านการศึกษา  ตอบรับกระแส AEC สู่ประชาคมอาเซียน  พร้อมสัมผัสกับแหล่งเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอน  อันทันสมัย กับอาคาร 40 ปีมหาวิทยาลัยศรีปทุม   แหล่งเรียนรู้ ความทันสมัย ความบันเทิง ครบครันแห่งแรกของประเทศ  ที่ส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับนักศึกษาอย่างมากมาย

 

   ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 43 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตให้เป็นผู้มีคุณภาพออกสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ปีการศึกษา 2556 ได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงคณะใหม่ๆ สาขาวิชาใหม่ๆ ที่ปรับให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ   และตลาดแรงงาน เพื่อให้ทันต่อการก้าวสู่การแข่งขันอย่างไร้พรมแดนในอนาคต ซึ่งในปี 2558 ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี อย่างสมบูรณ์แล้ว  ซึ่งจะทำให้สินค้าบริการ แรงงานฝีมือการลงทุน มีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรี เพื่อการนำอาเซียนไปสู่การตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน ทำให้คนไทยต้องเตรียมตัวในการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆในสมาชิกอาเซียนด้วยกัน  ซึ่งมหาวิทยาลัยศรีปทุมได้มีการเตรียมพร้อมกับการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มที่แล้ว เพื่อผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและพร้อมประกอบอาชีพให้กับตลาดแรงงานแบบใหม่ที่กำลังต้องการบุคลากร    ที่พร้อมรับมือ  และแข่งขันกับประเทศสมาชิกอื่นๆในประชาคมอาเซียน  ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยศรีปทุมได้    ลงนามความร่วมมือกับกลุ่มมหาวิทยาลัยประเทศต่างๆ อาทิ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จากสถาบันการศึกษา The College of Arts and Sciences, Yunnan Normal University  ประเทศไต้หวัน จากสถาบันการศึกษา Tzu Chi University  และประเทศญี่ปุ่น จากสถาบันการศึกษา Kwassui Women’s University  เป็นต้น  เพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ในการส่งเสริมความร่วมมือ    ด้านวิชาการ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์  การพัฒนาหลักสูตรด้านการเรียนการสอนทางด้านภาษา  และการส่งเสริมกิจกรรมทางวิชาการอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ทางวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบัน

     จากปัจจัยหลายๆด้านที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา โดยเฉพาะอาคารเรียนแห่งใหม่อาคาร 40 ปีมหาวิทยาลัยศรีปทุม  ที่มีความทันสมัย ครบครัน เป็นแหล่งเรียนรู้ รวมความบันเทิง  ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการการเรียนรู้ ห้อง LAB ภาษาเฉพาะทางของสาขาวิชาต่างๆ  ซึ่งพร้อมแล้วให้กับผู้เข้าไปใช้บริการ รับความรู้กันอย่างเต็มที่

 

      ผศ. ดร.วิรัช  เลิศไพฑูรย์พันธ์  รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม  กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุมไม่ได้ผลิตบัณฑิตออกไปเพื่อเป็นบัณฑิตของประเทศเพียงอย่างเดียว  แต่ต้องผลิตให้เป็นบัณฑิตสากล สร้างคนให้เป็นผู้นำ ซึ่งมีศักยภาพที่สามารถแข่งขันได้กับบัณฑิตจากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียน  ซึ่งทิศทางที่จะขับเคลื่อน มหาวิทยาลัย     ศรีปทุม สู่ AEC ในการเตรียมคน เตรียมความรู้ เตรียมทักษะ เพื่อให้บัณฑิตของศรีปทุมเป็นบัณฑิตคุณภาพพร้อมรับใช้สังคม  ในปี 2555-2556  มหาวิทยาลัยศรีปทุมมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรเพื่อให้เข้มข้นขึ้น  และตอบโจทย์สังคมได้โดยตรง                ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เชิญภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาชีพ เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดองค์ความรู้ที่ภาคอุตสาหกรรมและผู้ใช้บัณฑิตต้องการ ด้วยความที่โลกไร้พรมแดนในปัจจุบันทำให้การทำงานในทุกภาคส่วนได้นำเอา IT เข้ามาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยกันทั้งสิ้น มหาวิทยาลัยต้องการให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยศรีปทุมมีความสามารถในการใช้ IT    ทั้งในชีวิตประจำวัน และในวิชาชีพ จึงส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา พร้อมเปิดหลักสูตรสาขาวิชาการเรียนรู้สาขาใหม่เพิ่มขึ้น ได้แก่ วิทยาลัยนานาชาติ ได้เปิดหลักสูตรใหม่สาขาวิชาการสื่อสารธุรกิจระหว่างประเทศ และหลักสูตรสาขาวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อการสื่อสารธุรกิจ ซึ่งเน้นการเรียนรู้และทดสอบความรู้ทางด้านภาษา ,ตามด้วยคณะ    ศิลปศาสตร์ ได้เปิดหลักสูตรสาขาวิชาธุรกิจการบิน หลักสูตรนานาชาติ และคณะบริหารธุรกิจ  ได้เปิดหลักสูตรสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน หลักสูตรนานาชาติ เป็นต้น

 

       ดร.กมล จิราพงษ์ คณบดีคณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม  กล่าวว่า  เพื่อให้นักศึกษาได้ก้าวเท่าทันต่อโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมของโลกดิจิทัลแล้ว  ทางคณะจึงส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาได้รับการ  การบ่มเพาะทางวิชาการ การเรียนรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างครบวงจร ซึ่งจะทำให้เขาเหล่านั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในสายงาน วิชาชีพเป็นอย่างดี  ซึ่งคณะดิจิทัลมีเดีย ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรของคณะ  โดยได้นำผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายอาชีพชั้นนำ      จากบริษัทเอกชนด้านดิจิทัลแอนิเมชั่นตัวจริงเสียงจริงมืออาชีพ  เพื่อเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาเนื้อหา  หลักสูตร  เข้ามาเป็นผู้สอนเอง  รวมทั้งเข้ามาให้โจทย์จริง    ในการทำงานแก่นักศึกษาทำให้มีโอกาสฝึกฝนทักษะกับผู้รู้จริง    ในแวดวงต่างๆ  ด้วยความพร้อมของมหาวิทยาลัยศรีปทุมและคณะดิจิทัลมีเดีย ทั้งในด้านบุคลากร คณาจารย์ และอุปกรณ์  ที่ทันสมัย ทางคณะดิจิทัลมีเดีย  จึงเปิดสาขาวิชาต่างๆ เพื่อเน้นการเรียนการสอนให้ครอบคลุมเนื้อหาดิจิทัลคอนเทนท์ เช่น ดิจิทัลอาร์ตส์ คอมพิวเตอร์แอนิเมชั่น การออกแบบอินเทอร์แอคทีฟและเกม วิชวลเอฟเฟกต์ และการออกแบบกราฟฟิกขึ้น     โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพันธมิตรมืออาชีพ  ในวงการดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศ   ซึ่งที่ผ่านมาทางคณะดิจิทัลมีเดีย ได้สร้างความร่วมมือในการส่งเสริมผลักดันให้นักศึกษา ในการเข้าไปทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในย่านอาเซียนในประเทศต่างๆ อาทิ ประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ประเทศไต้หวัน และประเทศจีน เป็นต้น จึงนับเป็นโอกาสที่ทำให้บัณฑิตของ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีโอกาสได้งานดีๆ และมีโอกาสก้าวไกลถึงเวทีระดับโลก ต่อไป

 

        ผศ ดร.รวิภา  ลาภศิริ  คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า  เป้าหมายหลักที่ทุกคณะให้ความสำคัญ คือ การให้นักศึกษาที่จบการศึกษาไปแล้วได้งานทำทันที  ซึ่งคณะบริหารธุรกิจเป็นอีกหนึ่งในคณะที่มีรูปแบบการเรียนการสอนที่เข้มข้น ด้วยเนื้อหาหลักสูตรที่ทันสมัย ซึ่งได้เชิญภาคอุตสาหกรรม     ภาควิชาชีพ เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดองค์ความรู้ตามความต้องการของตลาด ซึ่งได้ทำความร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด  ในการลงนามทางด้านวิชาการการเรียน         การสอน ในการลงทุนด้านตลาดหลักทรัพย์  และทำความร่วมมือกับกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง  กลุ่มบริษัทค้าปลีกชั้นนำของประเทศไทย เพื่อพัฒนาวิชาการ  ต่อยอดองค์ความรู้  ในรูปแบบการจัดหลักสูตรอบรม  และการเข้าเรียนในระบบ   เพื่อให้เข้ามาร่วมผลิตบัณฑิตที่เขาต้องการร่วมกัน ประกอบกับการเรียนการสอนที่เน้นให้ผ่านกิจกรรม หรือมีลักษณะเป็นโครงงาน  ทำให้นักศึกษาจะได้มีการฝึกทักษะ และนำภาคทฤษฎีไปประยุกต์เป็นภาคปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตร ซึ่งทาง คณะบริหารฯได้จับมือกับภาคธุรกิจสร้างกระบวนการเรียนรู้จริง  โดยส่งนักศึกษาเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา เพื่อฝึกประสบการณ์จริง ทำงานเป็นพนักงานของบริษัท หรือองค์กรนั้นจริงๆ

 

     ซึ่งมั่นใจได้ว่าบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม  จะมีความเพรียบพร้อมเต็มไปด้วยผู้มีองค์ความรู้  และความสามารถในการประกอบอาชีพ  ในการทำงานให้กับองค์กรต่างๆทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้เป็นอย่างดี