รางวัล ผศ. รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ พลเอกเสรี พุกกะมาน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

27 เม.ย. 2555

      การทำงาน หรือการกระทำสิ่งใดๆก็ตามหากต้องการประสบความสำเร็จก็ต้องเกิดมาจากความตั้งใจ ต้องมีความพยายาม อดทน และอุตสาหะ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นอย่างยิ่ง               

      ดังเช่น ผศ.พลเอกเสรี พุกกะมาน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จในด้านการทำงาน จากนายพลผู้ชำนาญการด้านสถาปนิก สู่คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ด้วยผลงานอันมากล้น จนในวันนี้ท่านได้มีโอกาสนำความเป็นตัวตนของท่านอีกมุมหนึ่ง  มาถ่ายทอดเป็นผลงานการวิเคราะห์ เป็นผลงานวิจัย เรื่อง การศึกษาวิเคราะห์เรื่อง อาสันนกรรมในพระพุทธศาสนา เถรวาท  ซึ่งจากการค้นคว้าผลงานเล่มนี้ จึงนำมาสู่การได้รับตำแหน่งทางวิชาการ หรือที่เรารู้จักกันดีนั่นก็คือ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ นั่นเอง

    ผศ.พลเอกเสรี กล่าวว่า รายงานการวิจัยเรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดเรื่องอาสันนกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า กรรมหรือการกระทำที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดชีวิตและส่งผลให้ชีวิตสืบต่อไปไม่สิ้นสุด จนกว่าจะถูกทำลายลงด้วยอาสวักขยญาณ( ญาณที่ทำให้สิ้นอาสวะ) มีความครอบคลุมทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม ยกเว้นกรรมหรือการกระทำของพระอรหันต์ที่จะไม่ส่งผลให้เกิดใหม่อีกต่อไป เนื่องจากกรรมหรือการกระทำของท่านไม่มีอุปาทานเข้าไปปรุงแต่ง งานวิจัยยังพบอีกว่า อรรถกถา(หนังสืออธิบายพระไตรปิฎก)ที่พระพุทธโฆสะแต่ง ได้กล่าวถึงกรรม 12 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กล่าวถึงเวลาที่กรรมให้ผล กลุ่มที่ 2 กล่าวถึงหน้าที่ของกรรม และกลุ่มที่ 3 กล่าวถึงลำดับการให้ผลของกรรม ทั้งหมดแบ่งโดยยึดกุศลกรรมและอกุศลกรรมที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎกเป็นหลัก อาสันนกรรมในงานวิจัยนี้ จัดอยู่ในกลุ่มที่ 3 ของกรรม 12 และผู้วิจัยได้ให้คำจำกัดความไว้ 2 ประการ คือ 1) การกระทำในเวลาใกล้ตาย และ 2) การกระทำที่ทำไว้นานแล้ว แต่ผู้ทำหวนระลึกได้ตอนใกล้ตาย ซึ่งครอบคลุมทั้งฝ่ายกุศลกรรมและอกุศลกรรม

    และจากการวิจัยพบว่า อาสันนกรรมเป็นสะพานเชื่อมต่อชีวิตเก่าตอนใกล้ตายกับชีวิตใหม่หลังตาย เนื่องจากทำหน้าที่ให้กำเนิดชีวิตใหม่ทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ คนเราจึงสามารถเลือกเกิดได้ ซึ่งอยู่บนเงื่อนไขของอาสันนกรรมว่าเป็นประเภทใด เป็นกุศลหรืออกุศล

       ผศ.พลเอกเสรี กล่าวต่อไปว่า การวิจัยเล่มนี้คาดหวังว่าผู้อ่านจะได้รับองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ซึ่งจะมีความแตกต่างจากผลงานวิชาการที่เราได้เห็นกันมามากแล้วในปัจจุบัน นอกจากเนื้อหาที่มีความชัดเจนในเรื่องพระพุทธศาสนาแล้ว ผู้อ่านยังสามารถนำหลักธรรม ไปเป็นหลักปฏิบัติของการทำงาน การใช้ชีวิต การเข้าสังคม การวางตัวได้ เพราะว่าคนเราทุกคนต้องอยู่กับคนเป็นหมู่คณะจำนวนมาก ถ้าหากเรามีหลักธรรมในการดำรงตน แล้วก็จะทำให้ชีวิตของเราราบรื่น การทำงานก็ประสบความสำเร็จ ก็จะไม่มีปัญหาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองในกรอบของหลักพุทธศาสนา สิ่งสำคัญถ้าเรามีจิตใจดีต่อกันแล้วก็จะทำให้ไม่เกิดการอาฆาตพยาบาทซึ่งกันและกัน และไม่เกิดการจองเวร จองกรรม เวลาเราตายไปแล้วก็จะได้พบแต่กรรมดี เพราะอานิสงฆ์ที่เราได้ทำให้คนอื่น เผื่อแผ่เมตตาให้กันและกัน

     ท้ายที่สุดนี้ ผมก็ขอฝากผลงานวิจัย ชิ้นนี้ให้กับผู้อ่านทุกๆท่านที่มีความสนใจในมุมมองเรื่องพระพุทธนา ไว้เป็นหลักเสริมความรู้ในการดำรงชีวิตได้ เพราะผมมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการศึกษาความรู้เพื่อให้งานวิจัยชิ้นนี้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ให้มากที่สุด และงานวิจัยชั้นนี้ก็เป็นผลงานทางวิชาการแห่งความภูมิใจของผม กับการได้รับตำแหน่งทางวิชาการนี้ ที่ได้ทำให้กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  ครับ “ผศ.พลเอกเสรี พุกกะมาน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์”กล่าวปิดท้าย