การป้องกันตนเองในขณะเกิดแผ่นดินไหว

19 เม.ย. 2555

รองศาสตราจารย์ ดร. ไพบูลย์ ปัญญาคะโป
ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีปทุม
อนุกรรมการสาขาผลกระทบจากแผ่นดินไหวและแรงลม สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

       จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2555 ตามรายงานของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey, USGS) ศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดบริเวณจังหวัดภูเก็ต โดยอยู่ห่างจากเกาะยาวเพียง 2 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 29 กิโลเมตร มีขนาดความรุนแรงวัดได้ 3.9 ริคเตอร์ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกจากพื้นดิน 10 กิโลเมตร มีผลทำให้อาคารบ้านเรือนเสียหายหลายหลัง โดยผนังอาคารมีรอยแตกร้าวให้เห็นชัดเจน แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยที่พาดผ่านพื้นที่จังหวัดสุราษฎ์ธานี พังงา กระบี่ และภูเก็ต  คาดว่าเป็นผลมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 8.6 ริคเตอร์ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555  น. ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งในครั้งนั้นเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นหินอินเดียและแผ่นหินพม่า ใกล้กับร่องหินซุนดา ทำให้แผ่นหินซุนดามีการขยับตัวมายังรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยของประเทศไทย หากดูจากขนาดแผ่นดินไหว 3.9 ริคเตอร์ จัดว่าอยู่ในระดับเบา-ปานกลาง แต่ยังส่งผลให้อาคารบ้านเรือนเกิดรอยแตกร้าวขึ้นได้ จึงเป็นที่หวาดกลัวว่า เราจะปฏิบัติตัวอย่างไรในขณะที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้  เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันภัยแผ่นดินไหวสำหรับประชาชนผู้อาศัยในอาคารบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ เมื่อรู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหวขึ้น ให้มีสติ และปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้  เพื่อหลีกเลี่ยงภัยอันตรายที่เกิดจากแผ่นดินไหว ดังนี้  

หากอยู่ในอาคาร

  • อย่าวิ่งออกไปนอกอาคารทันที เพราะอาจได้รับอันตรายจากเศษวัสดุจากอาคารที่ร่วงหล่นลงมา
  • ให้หมอบอยู่ใต้โต๊ะ หากไม่มีโต๊ะอยู่ใกล้เคียง ให้หาวัสดุแข็งคลุมปิดบังใบหน้าและศีรษะไว้และหมอบตัวอยู่ที่มุมห้อง จนกระทั่งแผ่นดินไหวหยุด จึงออกจากอาคารได้
  • อย่าใช้ลิฟท์ เนื่องจากไฟฟ้าอาจจะดับและ อาจติดอยู่ในลิฟท์ได้
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หน้าต่าง แผ่นกระจก หรือผนังห้อง และสิ่งแขวนบนเพดานเพื่อป้องกันอันตรายจากการพังลงมา
  • หากอยู่ในห้องสมุดหรือห้องทำงาน หลีกเลี่ยงจากชั้นวางหนังสือสูง  และไม่ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ๆ ไว้บนที่สูงเพราะอาจหล่นมาเป็นอันตรายได้

หากอยู่นอกอาคาร

  • ให้หยุดอยู่นิ่งในบริเวณนั้น จนกว่าการสั่นของพื้นจะสงบลง
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้อาคาร เสาไฟฟ้า สายไฟต่างๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากเศษวัสดุจากอาคารที่ร่วงหล่นลงมา
  • พึงระลึกว่า การสั่นสะเทือนของพื้นดินไม่ได้ทำอันตรายเราโดยตรง แต่สิ่งที่เป็นอันตราย มาจากอาคารที่เสียหาย พังลงมา หรืออาจมาจากเศษวัสดุ เช่น เศษอิฐ เศษกระเบื้องหลังคา เศษกระจก เป็นต้น ร่วงหล่นลงมา

หากอยู่ในรถยนต์

  • หากรถกำลังเคลื่อนที่อยู่ ให้จอดรถอยู่ข้างทาง ใส่เบรกมือเพื่อให้รถเกาะถนนนิ่ง และนั่งสงบอยู่ในรถ
  • หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ตัวอาคาร หรือใกล้อาคาร ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า บนทางลาดชัน  บนสะพาน

                สิ่งสำคัญ คือการมีสติ ไม่ตื่นตระหนก และปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ เราจะปลอดภัยจากภัยอันตรายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้