อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานฯ ห่วงทุจริต งบป้องกันน้ำท่วม อาจรั่วไหลถึงแสนล้านบาท

5 มี.ค. 2555

             รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานก่อสร้าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรปีทุม และอดีตนายกสมาคมวิศกรรสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวในการอภิปรายหัวข้อ “ผ่าแผนน้ำ ฉบับเอาอยู่” ที่จัดโดยศูนย์วิจัยและติดตามนโยบายภาครัฐ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ณ ห้องออดิทรอเรี่ยม 1 อาคาร 40 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “นอกเหนือจากแผนงานและวิธีการที่จะป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงและมีความสำคัญอย่างยิ่งประการหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องของงบประมาณที่รัฐบาลได้วางไว้ซี่งจะต้องใช้งบประมาณถึง 350,000 ล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องระบบวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะใช้วิธีการพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน และไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาทั่วไปเข้าไปแข่งขันได้ ส่วนวิธีการประมูลแบบ e-Auction ที่ได้ใช้มาเป็นเวลากว่า 6 ปีแล้วนั้น มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีปทุมศึกษาออกมาแล้วพบว่าเป็นวิธีที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวกับการก่อสร้างชอบใช้ เพราะเปิดโอกาสให้มีการสมยอมหรือการฮั้วกันอย่างเปิดเผย จากข้อมูลการวิจัยพบว่ารัฐต้องสูญเสียเงิน เพราะว่าจ้างแพงไปอย่างน้อย 56,600 ล้านบาท

ซึ่งโครงการป้องกันน้ำท่วมที่ต้องใช้งบประมาณสูงถึง 350,000 ล้านบาทนี้ หากไม่มีการควบคุมดูแลการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส และมีความยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้ คาดว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชั่นในงานก่อสร้างเหล่านี้ได้ถึงกว่า 30 % หรือคิดเป็นวงเงินกว่า 105,000 ล้านบาท สำหรับการป้องกันการทุจริตนั้น จะต้องมีการบังคับให้เผยแพร่ข้อมูลการประมูลและรายละเอียดโครงการ จนถึงผลการประมูลอย่างเปิดเผย ตามระเบียบวิธีการ e-Auction ที่มีอยู่แล้วอย่างเคร่งครัด และใช้ระบบตรวจสอบวัดความโปร่งใส โดยให้ทุกหน่วยงานใช้แบบฟอร์มวัดความโปร่งใสของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือป.ป.ช.ที่เรียกว่าดัชนีและตัวชี้วัดความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ พ.ศ. 2555 วัดความโปร่งใสของตนเองแล้วรายงานผลต่อประชาชนโดยตลอด ส่วนการป้งกันไม่ให้มีการสมยอมแล้วโก่งราคารับจ้างของผู้รับเหมาที่เรียกว่าการฮั้ว นั้นต้องใช้องค์กรวิชาชีพ หรือสถาบันการศึกษาที่เชื่อถือได้ทำราคากลางออกมา โดยการคิดแยกรายการออกมาพร้อมราคาอย่างละเอียดตามหลักวิชาการใช้เป็นหลักในหารตั้งงบประมาณ จึงจะควบคุมการโก่งราคาได้ผลจริง”