นศ.เศรษฐศาสตร์ ศรีปทุม คว้าทุนวิจัยสกว.

15 ก.พ. 2555

               

                สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มอบทุนสนับสนุนการวิจัยแก่นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม 2 หัวข้อ ซึ่งถือเป็นนักศึกษาเพียงมหาวิทยาลัยแห่งเดียวที่ได้รับทุนการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่โครงการการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจโคเนื้อ : กรณีศึกษาสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งทำการวิจัยโดยนายณัฏฐาธรรม เผื่อนพันธ์นิด และนางสาวปภาวรินทร์ บัวยิ้ม และโครงการการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจโคนม : กรณีศึกษาองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จ.สระบุรี ซึ่งทำการวิจัยโดยนายเอกชัย ขาวบาง และนางสาวแก้วกานดา บุญสุพิน
            ปภาวรินท์ หนึ่งในเจ้าของผลงานวิจัยโครงการการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจโคเนื้อ : กรณีศึกษาสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐมเปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการดำเนินธุรกิจโคนมของ อ.ส.ค. และเพื่อนำมากำหนดกลยุทธ์ในการแข่งขันและเสนอแนะแนวทางการปรับตัวให้แก่เกษตรกรรายย่อย และผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจโคนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ได้แก่ SWOT Matrix, Five Force Model, PEST / PESTEL และ Value Chain โดยใช้การเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร อ.ส.ค. ซึ่งจากการวิจัยพบว่าลักษณะการดำเนินงานของ อ.ส.ค. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมน้ำนมดิบมาจากสหกรณ์โคนม ศูนย์รวบรวมน้ำนม หน่วยงานเอกชน และเกษตรกรที่เป็นสมาชิก เพื่อนำมาผลิตเป็นนมโรงเรียน และนมพาณิชย์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 98.67 นอกจากนี้ยังมีกิจการอื่นๆ ได้แก่ ฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยว ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม และน้ำดื่มตรา อ.ส.ค. ซึ่งคิดเป็นร้อยละ1.33 จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก ด้วย SWOT Analysis พบว่า จุดแข็งของ อ.ส.ค. คือ การเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และอ.ส.ค. ยังได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตโดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง จ.สุโขทัย นอกจากนี้ยังเป็นองค์กรกลางในการผลิตนมโรงเรียน สำหรับจุดอ่อนของธุรกิจโคนม คือการขาดการสืบทอดอาชีพการเลี้ยงโคนมของสมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ในส่วนของการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก ซึ่งมีการวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคของธุรกิจโคนมพบว่า โอกาสของ อ.ส.ค. คือ การทำบันทึกข้อตกลงในการรับซื้อน้ำนมเพื่อจะทำให้ทราบกำลังการผลิตของตนที่จะใช้ในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และรัฐบาลให้การสนับสนุนในส่วนของเงินทุน สำหรับอุปสรรคของธุรกิจโคนม คือต้นทุนอาหารสัตว์และอุปกรณ์การเกษตรมีราคาสูงขึ้น และมีการนำเข้านมผงจากต่างประเทศมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่า อ.ส.ค. มีศักยภาพการแข่งขันธุรกิจโคนม”

 

 ด้านแก้วกานดา หนึ่งในเจ้าของผลงานวิจัยโครงการการศึกษาศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจโคนม : กรณีศึกษาองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จ.สระบุรีเปิดเผยว่า “การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาภาพรวมของธุรกิจโคเนื้อของประเทศไทย ศึกษาลักษณะการดำเนินธุรกิจโคเนื้อของสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม และกำหนดกลยุทธ์การแข่งขันเสนอแนะแนวทางการปรับตัวให้แก่เกษตรกรรายย่อยและผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจโคเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ได้แก่ SWOT  Matrix,  Five  Force  Model, PEST / PESTEL และ Value Chain โดยใช้การสอบถามจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 2 ส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์โคเนื้อฯ และสมาชิกสหกรณ์โคเนื้อฯ  ซึ่งผลจากการวิจัยพบว่า สหกรณ์โคเนื้อฯ มีการดำเนินธุรกิจทางตรงเกี่ยวกับการขุนโค จำหน่ายอาหารสัตว์และน้ำเชื้อให้แก่สมาชิกสหกรณ์ อีกทั้งยังมีการดำเนินธุรกิจทางอ้อม คือการรับฝากเงิน การให้สินเชื่อ และการขายสินค้าเกษตรให้แก่ สมาชิกของสหกรณ์โคเนื้อฯ สหกรณ์โคเนื้อฯ มีโคเนื้อที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 6,103 ตัว เป็นโคขุนที่มีโควต้าขุน  จำนวน 1,890 ตัว  และโคพร้อมฆ่า จำนวน 163 ตัว ซึ่งจะมีการเชือดทุกๆ 7  วัน โดยอาศัยโรงเชือดของเอกชน นอกจากนี้ สหกรณ์โคเนื้อฯ มีตลาดรองรับสินค้าอยู่หลายแหล่ง ได้แก่ ตลาด Modern trade คิดเป็นร้อยละ 20 ตลาดร้านอาหารโรงแรม คิดเป็นร้อยละ 20 และตลาดสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 60 ซึ่งการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก SWOT Analysis พบว่า จุดแข็งของสหกรณ์โคเนื้อฯ คือ การมีสายพันธุ์โค (สายพันธุ์กำแพงแสน)  อีกทั้งยังมีระบบและกระบวนการ Aging  หรือการบ่มซาก การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เป็นกระบวนการในการตรวจสอบข้อมูล    ความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ ตลอดจนมีห่วงโซ่การผลิตเนื้อสัตว์อย่างครบวงจร และมีจุดอ่อน คือ การที่สหกรณ์โคเนื้อฯ ยังไม่มีโรงแปรสภาพที่ได้มาตฐานที่สามารถรองรับความต้องการของตลาดได้ และสหกรณ์โคเนื้อฯยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน        ฮาลาล ซึ่งเป็นการเสียโอกาสในการทำตลาดกับชาวมุสลิม  สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก โดยมีการวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคพบว่า โอกาสของสหกรณ์โคเนื้อฯ คือ สหกรณ์โคเนื้อฯ อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ  ซึ่งสะดวกต่อการกระจายสินค้า อีกทั้งทำเลที่ตั้งที่อยู่ภายในสถานศึกษา จึงทำให้ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ทักษะกระบวนการด้านการตัดแต่งซากโค  ส่วนอุปสรรคของสหกรณ์โคเนื้อฯ คือ ต้นทุนอาหารสัตว์นั้นมีราคาสูง และเกษตรกรนิยมปลูกพืช   ทางเศรษฐกิจแทนการเลี้ยงโค จึงทำให้พื้นที่ในการเลี้ยงโคเนื้อนั้นลดลง อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ภาพรวมทั้งหมด   จะเห็นได้ว่า สหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม ยังคงมีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถรองรับการเปิดการค้าเสรีในอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการทำวิจัยครั้งนี้ได้รับคำแนะนำจากรศ.ดร.ศรัณย์ วรรธนัจฉริยา  คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุมเป็นอย่างดีค่ะ”